ความคิด แยกปัญหาออกเป็น 2

Sunday, September 11, 2005

วันนี้ไปโบสถ์มา .. ที่บ้านน้ำเค็ม ... จริงๆ ก็ไม่ทันได้ตั้งต้นคาดหวังว่าพระเจ้าจะตรัสอะไรกะเกษหรอกนะ ตอนที่นมัสการก็รู้สึกสัมผัสพระวิญญาณได้ง่ายๆ ก็เลยรู้สึกเต็มที่หน่อย (แต่ในใจก็ยังมีความคิดเศร้าและกังวลในหลายๆ อย่าง) เมื่อตอนฟังเทศน์ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับปฐมกาล 26 ซึ่งเป็นเวลาที่ความทุกข์ยากลำบากเข้ามาเยี่ยมเยียนอิสอัค ความกันดารอาหารเกิดขึ้น และอิสอัคก็จะย้ายไปยังที่อื่น (นั่นคือปัญหาทางฝ่ายกายภาพที่เรามองเห็นได้) แต่พระเจ้ากลับบอกให้อิสอัคอยู่ต่อเพราะนี่คือแผ่นดินพันธสัญญา .. พระเจ้าจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด แต่ว่านะ ตามสายตาของเราแล้ว แทบจะมองไม่เห็นการรื้อฟื้นหรือความเป็นไปได้แต่น้อย ..(ในทางกายภาพ) แล้วเราจะยึดมั่นกับอะไร? มันก็โดนเกษเข้าโป๊ะ ในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ความกังวลใจของเกษ ที่เป็นเหมือนอิสอัคก็คือว่าจะออกจากความยากลำบากนั้นซะ ไม่อยากต้องทน ไม่อยากต้องเผชิญหน้ากับมัน มีหนทางที่ง่าย และเป็นวิถีทางที่เกษคุ้นเคยที่จะใช้วิธีเหล่านั้นแก้ปัญหาของตัวเกษเอง แต่ความมุมมองของพระเจ้ากลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย เกษได้พระคำของพระเจ้าหลายๆ ครั้งด้วยกันที่จะดำเนินต่อไปในความเชื่อ และในขณะเดียว สถานการณ์ทางกายภาพที่เป็นปัญหานั้นจะแก้ไขได้ก็ด้วยการที่เรามองในฝ่ายจิตวิญญาณเช่นเดียวกัน เมื่อพระเจ้าบอกกับเกษให้อธิษฐานต่อไปด้วยความเชื่อ อนาคตของเกษอยู่ในองค์พระเยซูแล้ว เกษมีสิ่งที่สมบูรณ์อยู่ในชีวิตคือ พระเยซู แต่เกษหันสายตาของตัวเองมามองที่ปัญหาฝ่ายกายภาพแล้วก็พยายามดิ้นให้หลุด ... โดยที่พระเจ้าบอกให้อธิษฐานต่อไปอย่างมีความเชื่อ แล้วเกษก็ไม่เอาสิ่งที่พระเจ้าตรัสนั้นมาประยุกต์เข้ากับการแก้ปัญหาของตัวเอง .. ความคิดของเราพยายามแยกแยะปัญหาออกเป็นสองฝ่าย แต่พระเจ้ารวมเข้ากันให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่เราจะไปพร้อมๆ กับมันได้ ... และเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้ ยากเหมือนกันเมื่อเกษรู้สึกว่า พระเจ้าคะ ในที่ๆ แห้งกันดาร และมองไม่เห็นอนาคตที่จะปักหลักความเชื่ออยู่นี้ เกษจะอธิษฐานต่อไป แล้วจะขอต่อไปได้ยังไง เกษอยากเป็นอิสระและขอออกไปเจอกับสิ่งใหม่ที่ง่าย ไม่ดีกว่าเหรอ???

ในบทเดียวกันนั้น อิสอัคยึดมั่นกับพันธสัญญาของพระเจ้า และเค้ายังอยู่ในแผ่นดินนั้นต่อไป แม้ว่าเค้าจะล้มลุกคลุกคลานอยู่บนความบาปหลายๆ อย่างและมีเหตุให้ต้องท้อใจหลายต่อหลายครั้ง แต่อิสอัคยังคงยืนหยัดอยู่ในแผ่นดินนั้น เพราะพระเจ้ามอบให้กับอิสอัคแล้ว .. ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายเกษอีกนั่นแหละ แม้มองไม่เห็นว่าความเป็นไปได้จะเกิดขึ้นกับเกษ ... เกษจะทำยังไง แม้ว่าจะมีการท้อใจเกิดขึ้นในหลายๆ ครั้ง เกษยังจะ "อยู่" หรือเปล่า ... มันไม่ง่ายเลยถ้าต้องแลกกับความเจ็บปวดที่เป็นฝ่ายเฝ้ารอ .. แต่เกษก็รู้ด้วยว่ามันคุ้มค่าจริงๆ เฮ้อ ... หนักใจ แต่ก็นะจะเรียนรู้กันไปกับพระเจ้าในแต่ละวัน แต่ละวัน แต่ละวัน ขอพระเจ้าช่วยเกษหน่อยหละกัน

รักนะเจ้าคะ

ความต้องการที่พระเยซูมองเห็น

Friday, September 09, 2005

ในพระคัมภีร์ มัทธิว 7 ได้เล่าถึงเรื่องของชายโรคเรื้อนคนหนึ่งที่เค้าเข้ามาหาพระเยซูแล้วขอว่า "เพียงแค่พระองค์ทรงโปรด ข้าพระองค์ก็จะหายจากโรคเรื้อนได้" แล้วพระเยซูก็อนุญาตให้หายพร้อมกับบอกว่า "เราพอใจแล้ว จงหายจากโรคเถิด" เกษก็เลยได้แง่มองอีกแบบว่า สิ่งที่พระเยซูเห็นในตัวเกษเองคือ ความต้องการ แท้จริงแล้วเนี่ย เกษกำลังต่อสู้อยู่กับความรู้สึกของตัวเอง เกษกำลังเกาะแน่นกับความรู้สึกแย่ๆ และความไม่สมปรารถนาตามเวลาที่เกษวางไว้เอง แล้วเกษก็พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ นานาด้วยกำลังของตัวเกษเอง แล้วเป็นไงคะ รู้สึกว่าบาดแผลเริ่มจะขยายวงกว้างเข้าไปทุกทีๆ

ในตอนที่รู้ว่าถ้าเกษเฝ้ามองที่พระเยซู อ้อนวอนกับพระเยซู และไม่มองว่าโรคที่เกษมีอยู่เนี่ยเป็นเรื่องใหญ่กว่าพระเยซู (คือมีความเชื่อ)เกษก็จะเป็นอิสระได้ จริงๆ แล้ว เกษกลัวที่จะตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วจมอยู่กับความรู้สึกที่แย่ของตัวเอง จมอยู่ในอารมณ์เศร้า แต่ตอนนี้เกษได้เห็นการทำงานของพระเจ้าที่ย้ำให้เกษรู้ว่า พระเจ้ามีแผนการ พระองค์มีสิทธิอำนาจ แค่คำพูดที่บอกว่า พระองค์พอใจแล้ว เมื่อมองเห็นสิ่งที่เกษเสนอต่อพระองค์ว่าเกษต้องการ เกษอยากได้รับการรักษาจากพระองค์ เพราะเกษมีความเชื่อว่า แค่พระองค์ทรงโปรดให้เกษหายเป็นปกติ เกษก็จะหายเป็นปกติจริงๆ เชื่อหรือไม่ว่า 2 วันที่ผ่านมาเกษรู้สึกว่าเกษเริ่มเดินออกจากความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้น หันมาพึ่งพิงในพระเยซูมากยิ่งขึ้น

มากไปกว่านั้น ค่าที่เกษต้องจ่าย ท่ามกลางพายุที่เกิดขึ้นในชีวิตของเกษ เกษกำลังมองดูอยู่ที่พายุ และค่าที่เกษต้องจ่ายเมื่อเกษเลือกเป็นสาวกของพระเยซูก็คือว่า ความโดดเดี่ยว ความเหงาที่เกษเผชิญอยู่ ทำให้จุดจ้องมองที่เกษสมควรมองกลายเป็นแต่ปัญหา แล้วลงโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ แต่พระเจ้ากำลังให้เกษพักสงบอยู่ท่ามกลางพายุที่กระหน่ำอยู่ภายนอกนั่นเอง อย่างที่พระเยซูทรงบรรทมหลับสนิทในเรือที่มีพายุ แล้วด้วยความเชื่อก็คือว่า เกษจะพักสงบอยู่ในพระเจ้า และมองดูที่พระเจ้าไม่ใช่กับพายุที่บ้าคลั่งอยู่ข้างนอก แล้วสิทธิอำนาจที่พระเจ้ามีจะทำให้พายุเหล่านั้นสงบลงด้วยความเชื่อที่เกษจะอ้อนวอนจากพระองค์ และในความเหงาที่เกษเผชิญอยู่ ณ บางเวลาที่พระเจ้ากำลังดึงเกษให้เข้าใกล้หัวใจของพระเจ้ามากขึ้น ให้เกษพักพิงในความรักของพระเจ้า และให้รอบข้างที่เกษอาศัยนั้นกอปรไปด้วยพระพร ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับคนอื่นๆ และมีโอกาสที่จะได้ร่วมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับคนอื่นๆ ช่วยหน่อยนะ ช่วยอธิษฐานเผื่อให้เกษมองดูที่จุดนั้น ไม่ใช่แค่ความคิดของตัวเองและสิ่งที่เกษเลือกเพื่อตัวเองเพียงเพราะคิดว่าเป็นวิถีที่ง่ายและดีที่สุดของเกษ แต่พระเจ้าทรงห่วงใยและแคร์สำหรับทุกๆ คน ดังนั้นสิ่งใดก็ตามที่เกษทำแล้วกระทบต่อคนอื่น พระเจ้าก็ไม่ยอมให้เกิดขึ้น และท้ายที่สุดก็เป็นเวลาของพระเจ้าเองที่จะบันดาลทุกสิ่งให้เป็นตามน้ำพระทัยของพระองค์ ในเวลาที่เป็นของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งและไม่ยอมให้เกษทำตามใจ เพราะพระองค์ทรงห่วงใยเกษ และพระกายของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่เปิดเผยพระองค์เองต่อเกษ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web