เหตุการณ์ที่ต้องจดจำไปอีกนาน

Wednesday, December 29, 2004

ณ วันนี้ก็ใช่ว่าจะเข้าใจ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เหมือนฝันร้ายที่กระหน่ำเข้ามาหลังวันคริสมาสต์ชัดๆๆ เปิดศักราชใหม่ด้วยเรื่องแบบนี้ แสดงว่าเวลาที่เรามีในโลกใบนี้ไม่นานแล้วใช่ไหม? .....

เสียใจกับทุกคนที่อยู่ทางภาคใต้และต้องประสบกับภาวะเหล่านี้ มันหนักนะ แม้แต่วันนี้ที่เกษต้องเข้ามาเช็คอีเมล์และตอบคำถามหลายคำถามสำหรับหลายๆ คนที่ถามเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองที่อยู่ในประเทศไทย ... หนักนะ แบกความรู้สึกที่ว่าเค้าเป็นกังวลกันมากขนาดนั้นและขอบคุณพระเจ้าที่มิชชันนารีที่นี่ปลอดภัยดีกันทุกคน สรรเสริญพระเจ้าเหลือเกินแต่คนอื่นๆ ที่เสียไปนี่หละ? พระเจ้าขอทรงเข้ามาควบคุมสถานการณ์นี้ไว้ด้วยเถอะ

เกษบอกกับตัวเองว่าจะเริ่มปีนี้ให้เป็นปีแห่งการชื่นชมยินดี แต่ดูเหมือนว่าจะยากหน่อย เพราะเกษต้องพักความเศร้าจากการสูญเสียเพื่อนที่รักคนหนึ่งไป แล้วมายินดีกับพระเจ้า ใช่เกษกำลังพยายามขอบคุณพระเจ้าทุกๆ ประการที่เกิดขึ้น เพราะรู้ว่าพระลักษณะของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนไป ... และในวันนี้เกษก็ยังต้องพึ่งพระเจ้า โดยรู้สึกว่าตัวเองแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย เกษจะทำอะไรได้บ้างเพื่อคนที่เป็นทุกข์ในเวลานี้ นอกจากอธิษฐานและวิงวอนกับพระเจ้า ... ไม่ไหวแล้วหละ ขอพักเรื่องไว้แค่นี้หละกัน ไว้จะเข้ามาบันทึกใหม่อีกที

เรื่องดีๆ ที่อยากเล่าให้ฟัง ....

Saturday, December 18, 2004

เริ่มต้นด้วย เกษเป็นคนที่มักจะมีคำถามหลายคำถามกับพระเจ้า และมีความอดทนค่อนข้างน้อย ... พระเจ้าที่รักก็ชอบสอนให้เกษอดทนนานนะ เพื่อคนอื่น ตัวอย่างง่ายๆๆๆ จะเล่าให้ฟัง ...

วันหนึ่ง (ประมาณเดือนกรกฎาคม) นู๋เกษไปซื้อต้นไม้กับผู้สนับสนุนรายใหญ่ เรียกให้ง่าย เค้าคือพ่อแม่พี่เดนนี่ และเค้าเป็นครอบครัวอุปถัมภ์เกษในฝ่ายจิตวิญญาณและฝ่ายการเงินด้วย ได้ต้นกล้วยไม้มาเยอะแยะ (ไม่ได้ซื้อให้ตัวเองหรอกนะ ซื้อให้พี่แผนเค้านู่น) แต่นู๋เกษดันอยากได้ต้นกล้วยไม้กับเขา เพราะชอบต้นไม้ และดอกกล้วยไม้ไม่เหม็นด้วย ... (เหอๆๆ) ดังนั้นเลยไปอ้อนพี่แผนขอต้นกล้วยไม้คู่แฝดต้นหนึ่ง เอามาก็เอาใจใส่รดน้ำให้มันทุกวันๆๆ ดูแลอย่างดีเลยนะ สังเกตกับอีกต้นหนึ่งที่อยู่กับพี่แผน ต้นนั้นเป็นต้นใหม่ แต่มีดอกกล้วยไม้ตลอด ของนู๋เกษทั้งรดน้ำก็แล้ว ให้โดนแสงก็แล้ว ต้นมันเติบโตเชียวชอุ่มดีอ่ะ และไม่มีทีท่าว่าดอกจะโผล่ออกมาเลยนะ ... (เกษเลยหนักใจ บอกกับต้นไม้ทุกวัน ออกดอกนะๆๆ อยากเห็นดอกอ่ะ ชอบดอกสีม่วงด้วย ออกดอกนะ ..) คิดดูสิ มันนานจนทนไม่ไหว เลยไปถามพี่แผนว่าจะทำไงดี พี่แผนก็บอกว่ามันแปลกเนาะ เอาสิ ทีนี้หลายคนก็แนะนำหลายประการ ทำไปแล้วก็ไม่เห็นเกิดผล ทำไงดีวะ??? ถอดใจแล้วเฟ้ย ... (บ่นกับต้นกล้วยไม้ ..) ทีนี้ก็เลยไม่สนใจมันนัก รดน้ำไปเรื่อย เอ้า ลองจินตนการดูสิ กี่เดือนมาแล้วจากเดือนที่ 7 ย่างเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ครึ่งปีเลยอ่ะ วันหนึ่งเกษตื่นเช้าขึ้นมาและกำลังจะเอาต้นไม้อันเป็นที่รักนี้ไปรดน้ำให้ ปรากฏว่าเห็นแล้วค่ะ ... นู๋เกษกรี๊ดซะสนั่นเลย มียอดโผล่ออกมาที่จะเป็นรวงดอกไม้แล้วไม่ใช่ใบมันเหมือนทุกๆ ครั้ง ... ขอบคุณพระเจ้า ได้เห็นดอกแล้วค่ะ และด้วยความที่ต้นมันเขียวชอุ่ม แถมด้วยพื้นฐานลำต้นดี รวงดอกก็เลยโผล่ออกมายาว .. ตอนนี้ดอกมันก็เริ่มตั้งไข่แล้วพร้อมที่เปิดเปลือกเผยกลีบดอกสีม่วงๆ ออกมาให้นู๋เกษเชยชม ...

เรื่องนี้สอนเกษ (รู้สึกทันทีเลยนะเวลาเห็นรวงช่อน่ะ ว่าพระเจ้าตรัสกับเกษแบบเต็มๆ) ว่าจงมีความหวัง แม้ว่าเรามองไม่เห็นอะไรเลย แต่พระเจ้าทรงปั้น และสร้างทีละนิด ทีละน้อย ทุกๆ วันเกษเฝ้ามองต้นกล้วยไม้อันเป็นที่รักของเกษด้วยความชื่นชมยินดี เพราะเกษเห็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่จะให้ชีวิตของแต่ละชีวิตเติบโตขึ้น ขยับทีละนิดๆ แล้วในที่สุดผลต่างๆ ก็จะออกมา ... ดังนั้นตอนนี้เกษก็ยังตั้งมั่นต่อการอธิษฐานเผื่อน้องไผ่และคนอื่นๆ ที่พระเจ้าจะปั้นเค้าทีละเล็กทีละน้อย ในแต่ละวันให้น้องเปิดใจที่จะรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้น และเป็นต้นไม้ที่เข้มแข็ง ออกดอกออกผลในที่สุด .... เกษชอบรดน้ำและดูแล เพราะว่าเรื่องลึกไปกว่านั้น เกษคงทำไม่ได้ จะให้ต้นไม้เติบโตได้ เป็นหน้าที่ของพระเจ้าใช่ไหม?? ดังนั้นเกษไม่อยากแย่งหน้าที่ของพระเจ้าหรอก ... และในวันนี้พระเจ้าตรัสกับเกษอย่างชัดเจนว่า จงมีความหวัง และมีความเชื่อในน้ำพระทัยของพระเจ้า ... ทุกสิ่งกำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่ชัดเจนมากขึ้นในหลายสิ่งหลายอย่าง สำหรับชีวิตของเกษ ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ขอบคุณในความสัตย์ซื่อ ขอบคุณในความรักของพระเจ้า ขอบคุณที่พระเจ้าให้มีชีวิตและอยู่ได้จนถึงปัจจุบันนี้ ขอบคุณที่พระเจ้าสอนและเป็นที่ๆ มั่นคงให้เกษได้พึ่งพิง ... ขอบคุณพระเจ้าทุกๆ อย่าง.... และขอบคุณสำหรับทุกๆ มือที่มีส่วนช่วยในการรดน้ำ ในการลับเหล็ก เพื่อให้เกษเติบโตขึ้นและออกดอกออกผล ... พระเจ้าอวยพรนะจ๊ะ ...

//^o^?\ ---- เบิกบาน สำราญใจ

Wednesday, December 15, 2004

ซาหวาดดีค่ะ .... อ่ะนะ .... ง่วงนอนแฮะ เล่นกินข้าวเหนียวเป็นอาหารเช้าไปซะแล้ว เลยเกิดอาการงุนงึนอยากคอพับ .... อุอุอุอุ ........................ อืม วันนี้ตื่นเช้ามารู้สึกดี-ดี เพราะว่าพระเจ้าให้ความเบิกบานใจตั้งแต่เช้าเลยนะเนี่ย พอใช้เวลากับพระเจ้าคิดถึงหลายๆ สิ่งหลายอย่างและอธิษฐานไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าพระเจ้ากำลังฟังเราแฮะ .. และเมื่ออ่านพระคัมภีร์ก็ยิ่งรู้สึกว่าทำไมวันนี้วันยินดีมันล้นปรี่ในใจ (แปลก????) และปากก็สรรเสริญถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (ทั้งที่ไม่ได้เล่นกีต้าร์เหมือนปกติ เพราะไม่อยากรบกวนคนห้องข้างๆ ) วันนี้นู๋เกษเบิกบานสำราญใจ ..... เริงร่า เต้นรำ .. .อุอุ... ชีวิตอันชื่นชมยินดีของนู๋เกษกำลังรีเทิร์นจ๊ะ ..... ชอบเพลงที่ฟังอยู่ตอนนี้มากเลย เป็นของ Planet Shaker!! Album 2004 เพราะมีหลายเพลงที่ตรงกับชีวิตของนู๋เกษพอดิบพอดี ... โอ๊ย ปลื้มๆๆ
เอาเป็นว่าที่พักในเชียงรายไม่ได้ไปหาแล้วหละ ซาร่าเอ๋ย อุอุอุ เจ๊คกี้จะย้ายบ้านไปหาบ้านหลังใหญ่เพื่อให้เกษอยู่กับเขาได้ (ดีใจจังที่มีคนอยากให้เกษอยู่ด้วย) ก็นะอธิษฐานเผื่อค่าใช้จ่ายด้วยหละกัน เพราะว่าต้องจ่ายค่าเช่าบ้านแหละที่นั่นน่ะ แต่ก็ถูกว่าในกรุงเทพฯอยู่แล้วเป็นไหนๆ อุอุ ..... ส่วนเรื่องช่วยงานพี่เวิร์นคงต้องรอจนกว่าเกษจะปรับตัวกับเชียงรายและอยู่กับที่นั่นแล้วรู้ว่ามีเวลาว่างไหน ที่สามารถไปเยี่ยมและช่วยเหลือพันธกิจนั้นได้อ่ะนะ แต่ให้เกษทำอะไรแค่อย่างเดียวตลอดเวลา 5 เดือนที่อยู่ที่นั่น คิดเหรอว่าเกษจะไม่ลงแดงตายซะก่อน .... อยากทำๆๆๆๆ และก็จำเป็นอย่างที่ยิ่งที่จะอยู่กับเจ๊คกี้เพื่อกลืนสภาพให้กลายเป็นคนต่างชาติซะ เมื่อบินไปมอนเทน่าจะได้ไม่ต้องปรับตัวเยอะ ... อุอุ.... หวังให้เป็นอย่างนั้นอ่ะนะ นายนเรศก็คงจะไม่กลับมาแล้วหละ คงจะเหงาพอตัวเวลาที่อยู่ที่นั่น ไม่เป็นไร จะเสาะหากำลังใจแถวๆ นั้นไปพรางๆๆ อุอุอุ ล้อเล่นจ๊ะ ....

เมื่อคืนไปดูหนังเรื่อง Ocean Twelve มาแล้วนะ ก็ชอบน่ะ พวกหนังสไตล์นั้น แต่คนอื่นที่ไปกะเราเค้าดันไม่ชอบเพราะมันเป็นหนังพูด เค้าว่างั้น เราก็เลยแป่ว ... ว่าเราชอบของแปลก...โด่ ก็คนมันชอบหงะ หนังล่าลุย แอคชั่น โจรกรรม ใช้ความเสี่ยงใช้หมอง กับการ์ตูน อ่ะ ไม่ชอบหนังสงคราม รักโรแมนติกหรือสัมผัสสยองต่างๆ ไม่ชอบๆๆๆ ...... เอาเหอะ พักหัวเมื่อคืนนี้ ส่วนคืนนี้เรียนพระคัมภีร์ (นู๋เกษพร้อมแล้วค่ะ) และคืนพรุ่งนี้ยาวไปอีก 3 คืนคาดว่าจะได้เต้นเต็มกำลัง (โอ๊ย อยากเต้นจะแย่อยู่แล้ว...) และเพิ่มด้วยของชอบ คือเรียนเบส ตอนนี้พี่ชายน์จับให้เล่นเข้ากับจังหวะ โอ๊ะๆๆ เกษทำได้ไม่ดีมากเท่าไร แต่ก็พอถูไถไปได้ คิดดูสิอาทิตย์ที่แล้ว เกษเล่นเบส พี่ชายน์เล่นกีต้าร์ไฟฟ้า และเล่นปาไป เกือบ 3 ชั่วโมงเต็มๆ หงะ นิ้วชี้ข้างซ้ายและข้างขวาของเกษแดงเปิ้นเลย และในวันนี้มันด้านไปซะแล้ว พร้อมที่จะลุยในวันอาทิตย์นี้ อุอุ มันส์ครับ ชอบ อธิษฐานเผื่อหน่อยนะ อ้อนพี่เก่งให้สอนกีต้าร์ไฟฟ้าให้อ่ะ พี่แกหายแซบทุกที่ที่นัดกัน เนี่ยน่าจะได้เรียนตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เรียน ... โซ เครียดเล้ย ... อยากเรียนๆๆ ชอบๆๆๆๆ .... ว่าจะไปเรียนต่อที่เชียงราย นายนเรศไปอเมริกาแล้วไม่ยอมกลับมา เลยอด ต้องไปฝึกเองคนเดียว ... น่าเศร้า แต่พระเจ้าจะจัดเตรียมคนที่สอนมาให้เกษแน่เลย มีความเชื่อสูง ... อุอุอุ...

เอาหละ ใกล้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ขอให้มีเวลาที่ดีที่จะพักผ่อน เกษเองก็จะพักผ่อนเต็มที่ ข่าวดี เกษไม่ได้ติดไข้จากแตนะ ตอนนี้ก็สบายดีทุกประการ อธิษฐานอย่างแข็งขัน .... ไม่ยอมแพ้โรคภัยไข้เจ็บหรอกจ๊ะ ไงก็เหอะ คิดถึงมากๆ เลยจ๊ะ พี่ปฤณ (จะลิ่น) สุขสันต์วันเกิดน้อ ... คุยกันผ่านทาง blog อาทิตย์หน้านะคะ ....บายค่ะ

มันเกินบรรยาย ...

Monday, December 13, 2004

วันนี้อารมณ์เกินบรรยายนะเนี่ย .... หลายสิ่งหลายอย่างกำลังถ่าโถมเข้ามา และเกษก็รู้สึกตัว กับตัวเองว่า "ไม่ไหวแล้ว" เรื่องของเรื่อง คือความอดทนอันมีขีดจำกัดของไอ้เกษกำลังออกฤทธิ์กำเริบ .... ว่าไปแล้วนะ ก็ตลกดีเหมือนกัน ในเวลาหนึ่งที่เกษรู้สึกว่า เกษอดทนกับอีกคนหนึ่งไม่ได้แล้วนะ เกษไม่ไหวแล้ว แต่รู้ไหมว่าพระเจ้าสอนอะไรเกษ เอาเป็นว่าทำไปทำมา เกษต้องเป็นคนแสดงความรักและความห่วงใยออกมาก่อน เหมือนกับเกษกำลังบอกว่าพระเจ้า เกษจะพักนะ เกษอยากอยู่คนเดียว เกษเหนื่อย เกษต้องการเงียบและเข้าสู่ความคิด เกษต้องการเวลาส่วนตัวจริงๆ ณ บัดนี้ เวลานั้นมันอันตรธานหายไปไหนไม่รู้ ตามหามันไม่เจอ ต้องการนะเนี่ย แบบแทบเป็นแทบตาย แต่พระเจ้ากลับให้เกษมาใช้เวลากับคนอื่น คิดถึงคนอื่นเยอะๆ ห่วงใยคนหลายๆ คนเยอะขึ้น อย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไร? จริงๆ แล้วเกษเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นบ้าอะไร บางวันอารมณ์เกษก็พุ่งกระฉูดซะแบบรั้งไว้ไม่อยู่ บางวันก็อารมณ์ดีแสนดี แหงะ ......... มานั่งจัดการกับอารมณ์มันก็ฟังเข้าท่าอ่ะนะ ..... แต่เอาไปเอามาเกษต้องมานั่งควบคุมมันมากกว่า หรือว่าที่เกษขอพระเจ้าบอกว่าให้เกษได้ควบคุมตัวเองให้ดีขึ้น เวลานี้เกษเลยต้องเผชิญอยู่กับเรื่องแบบนี้??? นะ ... เป็นเรื่องของการยากที่จะเข้าใจ และในวันนี้เกษก็รู้สึกถึงตัวเองว่าไม่มีอะไรดีพอที่จะอวดได้ นอกจากจะอวดว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตเกษ จริงๆ นะ ........ จากเมื่อก่อนที่เป็นคนใจเย็น โกรธช้า แต่เดี๋ยวนี้นู๋เกษหลุดโหมดให้ว่อนเลยค่ะ อารมณ์ขุ่นเคืองเด๊นซ์กระจาย คำพูดแสบๆ คันหลุดมาจากปาก ทั้งๆ ที่ท่องพระคำของพระเจ้าอยู่เป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่นำมาปฏิบัติให้เป็นที่ชื่นใจแก่พระเจ้าไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ โถ น่าอนาถดีแท้ ..... ว่าแล้วก็ "ขอกลับใจใหม่อีกครั้งค่ะ" อยากเป็นคนที่คิดก่อนพูด อยากเป็นคนที่รักคนอื่นได้สุดๆ กำลัง ไม่ได้อยากให้ใครมาประทับใจหรือชื่นชมกับเราหรอก แต่อยากให้ เพื่อว่าชีวิตนี้เกิดมาทีจะได้ไม่เสียแรงที่พระเจ้าอุตส่าห์สร้างและปั้นมา .....

....มีไหม บางครั้งสุดๆ เจ็บใจกับคำพูดคนอื่น ...... ย้อนมองตัวเองทีไร ทำไมต้องว่าเราทุกทีนะ???....... แล้วตัวเราเองหละ ทำไมไปส่อแววให้เขาว่าได้ถึงขั้นนั้น??...... พอมาคิดและย้อนเห็นอดีตที่เกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งที่เป็นตัวบ่อนทำลายตัวเอง มันเจ็บว่ะ ..... เหตุผลก็แค่อยากให้คนอื่นเข้าใจว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เจ็บแค่ไหน และอยากให้เค้าอดทนกับเราต่อไปอย่างที่เราเป็นซะนี่แหละ ........... แล้วไง? ทุกคนต่างมองดูที่รองเท้าคู่ที่ตัวเองใส่..... แล้วอยากให้เพื่อนใส่รองเท้าคู่เดียวกันกับเรา เป็นไปได้ไหม? มันจะพอดีไหม สไตล์พอจะจับมือกันไปได้หรือเปล่า?? ...... นั่นแหละ มีแค่ไม่กี่คนที่พอจะถูไถใส่รองเท้าคู่เดียวกันกับเราได้ ...... แต่ก็คงไม่มีใครหรอกที่จะใส่พอดีเป๊ะ .... หากเป็นอย่างนั้น ข่าวร้ายคือว่า นางซินในตำนานก็ไม่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นเจ้าสาวของเจ้าชายหรอก ....... มีเพียงพระเจ้าคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้รู้สึกว่ารองเท้าที่เราใส่อยู่ พระเจ้าใส่ได้ร่วมกับเราเป๊ะเลย .... และไอ้ที่มันเก่าซมซ่อ พระเจ้าก็จัดซ่อมให้ซะยังกับรองเท้าแก้ว....... สายตาที่เรามองดูรองเท้าของเรา และรองเท้าของคนอื่น ต้องใช้เวลาและความเข้าใจต่อกันและกัน เพื่อที่จะเห็นอย่างเดียวกันได้ ....... และราคาค่าใช้จ่ายคือ "ความอดทน" ผิด-ถูก เรียนรู้พร้อมๆ กัน ไปด้วยกัน และแบกรับซึ่งกันและกัน (เจ็บก็ให้เจ็บด้วยกันหมดนั่นแหละ) อุอุอุ ....... ก็ดีนะที่มีพระเจ้าเป็นหลักประกันภัย ให้ความอุ่นใจ และเป็นที่ปรึกษา ลำบากใจ และเสียใจร้องไห้ มีไหล่และอกที่อบอุ่นให้พึ่งพิงตลอด ... แสนดีและน่าประทับใจ ...... เห้อ ... อยากบอกว่า "รักพระเจ้าจังเลย"

ความรู้สึกที่เรียกว่า"รัก"

Wednesday, December 08, 2004

....... บ่อยครั้ง ที่มัวแต่คิดถึงเพียงแค่ตัวเอง ...... แคร์ความรู้สึกและความปรารถนาในใจของตัวเองเพียงอย่างเดียว ........ เมื่อถึงเวลาต้องเรียนรู้เป็นผู้ให้ ....... บอกกับตัวเองว่า"ยาก" ........ ไม่เอา ไม่อยากที่จะเป็นผู้ยอมเสียสละ หรือทำสิ่งอื่นๆ เพื่อคนอื่นอีกแล้ว .... มันเหนื่อยนะ มันทรมาน เราสมควรได้สิทธิ์นั้นนี่ ที่จะทำ ....... แต่รู้ไหม เมื่อคิดแบบนั้น นั่นแหละ ความเป็นผู้แพ้ปรากฏขึ้นมาทุกที ......... เป็นตัวเองต้องมานั่งเสียใจ ทำไปทำไม ........ เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้ากับการมานั่งตามแก้ท่าทีผิดๆ และแปลกที่ตัวเองทำลงไป ....... ถ่อมใจ สู้ไหว..... แต่ถ้าเมื่อไรเริ่มถอยห่างจากพระเจ้า ไม่ยอมทำตามคำที่พระเจ้าบอก ..... เมื่อนั้นร่องรอยของการบอบช้ำ และความทุกข์ใจเริ่มเป็นแผลกว้างมากยิ่งขึ้น ...

สิ่งที่เกษทำได้ตอนนี้คือถอยหลังจากทุกสิ่ง และเริ่มคิดใหม่ เกษจะทำอย่างไร เกษลืมไปว่าหลายๆ สิ่งที่เกษทำลงไปกับคนอื่น กับเพื่อน และกับน้อง เกษลืมอธิษฐาน เกษไม่ได้พึ่งอยู่ในความรักของพระเจ้า และเกษไม่ยอมมองเห็นคนเหล่านั้นด้วยสายตาแห่งความรักของพระเจ้า เกษมองดูคนเหล่านี้ด้วยแว่นประสบการณ์ที่เกษมีเพียงอันเดียว .....

พระเจ้าคะ เกษเหนื่อยจังเลย เกษท้อจังเลย กับการวิ่งไล่ตามความรู้สึกของตัวเอง กับการอดทนต่อคนอื่นที่เกษพยายามเปลี่ยนเค้าด้วยกำลัง ของเกษเอง ณ เวลานี้เกษอ่อนแอจังเลย อยากร้องไห้ และอยากเข้าใกล้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะพักใจและพักกายอยู่พระเจ้า พ่อที่รัก ลูกอยากบอกว่าลูกอยากรักพ่อคนนี้คนเดียวจนถึงที่สุด ไม่อยากให้เหลืออะไรแล้วในชีวิตที่เป็นของลูก และลูกยังยึดติดกับสิ่งนั้น ลูกเสียใจกับความล้มเหลวหลายอย่างที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เกษจะทำตอนนี้คือ ยืนขึ้น และตั้งมั่นอยู่ในรักอันแท้จริงของพระเจ้า รักที่ทะนุถนอม และอดทนต่อลูกอยู่เสมอ .......

คืนสู่ชีวิตประจำวัน

Saturday, December 04, 2004

สวัสดีค่ะ ....

สบายดีค่ะ และอยากบอกว่าเวลานี้คิดถึงทุกคนมากเลย บรรดาเพื่อนๆ ไง ว่ากันว่าอากาศหนาวมาเยือนแล้วจะทำให้เหงาเป็นพิเศษนะ แต่เกษก็ชอบอากาศหนาวค่ะ เพราะมันรู้สึกดี สบายไม่ใช่ว่าเพราะเหงา เกษเป็นประเภทที่ไม่ต้องการความเหงาอยู่แล้ว

ว่าแล้ววันนี้ก็เป็นวันพ่อค่ะ อยากอธิษฐานเผื่อพ่อที่รักของนู๋เกษ ที่มีอยู่ในชีวิต

"จากวันที่จำความได้ รู้จักผู้ชายคนเดียวที่ยอมเสียสละหลายอย่างเพื่อลูก 2 คนที่ถูกทอดทิ้ง พ่อเป็นกำลังและเรี่ยวแรง เป็นที่พักและให้วางใจอยู่ในตัวของพ่อ แม้วันหนึ่งพ่อมีแม่คนใหม่มาช่วยดูแลเด็ก 2 คนนี้ พ่อก็ยังคงบากบั่นสู้ความยากจนและส่งเสียให้ลูกคนเล็กนี้ได้เรียน และเติบใหญ่ขึ้นในวันหน้า ...... ผู้ชายที่ต้องขับรถเร่ร่อนขายของไปตามบ้านต่างๆ และกลับมาบ้านแต่ละครั้งค่ำมืด ดึกดื่น พ่อทำเพื่อครอบครัว พ่อตื่นก่อนคนอื่นในบ้านเพื่อไปรับของมาขายตั้งแต่ตี 2 พ่อที่ยอมทนกินกับข้าว (อันไม่เข้าความ) ของลูกสาว และพ่อก็ยังเผื่อแผ่ส่วนที่ดีให้กับลูก .... พ่อที่สอนลูกให้ดีได้ในทุกวันนี้ อดทนแม้แต่ความรู้สึกละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของลูกผู้หญิง ณ วันนี้เกษอยากขอให้พ่อมีความสุขมากที่สุด เพราะเกษมีลักษณะคล้ายพ่อ คือพูดความรู้สึกไม่เก่งและสื่อความรักให้กันและกันไม่เก่ง แต่อยากบอกกับพ่อว่า ทั้งชีวิตนอกจากพระเจ้า ก็ไม่เคยได้ไออุ่นจากใครเท่าพ่อที่รักคนนี้อีกแล้ว แต่วันนี้ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ และทำหน้าที่ลูกที่รักแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะกลับไปยังจุดนั้นได้อย่างไร ... ลูกที่ใฝ่ฝันอยากเป็นอิสระ ตอนนี้ก็ได้อิสระนั้นอยู่ในชีวิต และอยากจะโบยบินไปในทุกๆ แห่งที่ยังมีประชากรโลกต้องการความช่วยเหลือ อีกทั้งที่ๆ พ่ออยู่นั้น ไม่มีช่องว่างไหนให้ลูกกลับไปได้อีกแล้ว นี่คือความรู้สึกที่อยากเจียระไนให้พ่อที่รักรู้ว่า "รักพ่อมาก" และในสิ่งที่พ่อต้องการให้เกษทำ เกษทำตามไม่ได้จริงๆ ชีวิตเกษมีสิ่งที่ต้องทำ เพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเองแม้แต่น้อย อยากให้พ่อเข้าใจจริงๆ อยากให้พ่อเข้าใจหัวใจของลูกที่พยายามดิ้นรนลบภาพที่เจ็บปวดของตัวเอง ด้วยการรักษากับพระเจ้าและช่วยเหลือไม่ให้คนอื่นต้องมาเป็นอย่างเกษอีกคน ... พ่อคะ เกษหวังให้พ่อเข้าใจ..."

พ่อที่รัก ขอพระเจ้าอวยพรพ่อ เป็นกำลังให้พ่อ ปกป้องพ่อให้ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ขออำนาจความรักของพระเจ้าเหยียวยาความเจ็บปวดของพ่อด้วย และพระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงพ่อ เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูกๆ ที่รักของพ่อคนนี้อีกต่อไป ขอชีวิตพ่อจะยืนนานและรู้จักกับพระเจ้าอย่างจริงจังในวันหนึ่งด้วยความหวังของลูกที่อยู่ห่างไกลค่ะ ... พระเจ้าอวยพรค่ะ พ่อที่รัก

กลับมาจากพัทยาแล้วจ๊ะ ...

Sunday, November 28, 2004

หวัดดีค่ะ

ที่หายๆ ไปหลายวันเพราะไปโผล่ตัวกับหายใจอยู่ที่พัทยามาเจ้าค่ะ มีงานนมัสการใหญ่ที่นั่น สนุกดีเพราะพบคนเยอะหน่อย แต่ก็นะที่ดีที่สุดคือการนมัสการต่างหาก รู้สึกว่านมัสการและสรรเสริญกันอย่างสุดๆ ด้วยสิ้นสุดจริงๆ และผลที่ได้คือชัยชนะในฝ่ายวิญญาณ

ได้เรียนรู้อะไรที่แปลกๆ และรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่เกษอยากทำซะเท่าไร ... ก็เท่านั้นเอง แต่ที่หนักหน่อยสำหรับเกษคือความท้อใจ เกษเป็นฝ่ายยอมแพ้และให้อารมณ์โกรธเป็นตัวกำหนดอนาคตของตัวเอง ตอนนี้ก็เลยท้อซะจัดเลย พยายามอยู่นะ ที่จะยืนขึ้นอีกครั้ง ทำในสิ่งที่รู้ว่าใช่ นี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้า อีกครั้งๆ อีกครั้งๆ และอีกครั้ง .... อธิษฐานเผื่อหน่อยสิ ให้มีกำลังและมองดูที่พระเจ้าได้ชัดเจนมากกว่าเดิมที่เคยเป็น

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านอกจะเป็นคนวิตกกังวลง่ายแล้ว ช่วงนี้โมดอารมณ์ก็หลุดกระจายได้ไง ... ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เหมือนเคย และหงุดหงิดง่ายจริงๆ เป็นเพราะอะไร? กำลังหาคำตอบอยู่นะ และไม่อยากให้เป็นแบบนี้บ่อยๆ เกษเคยดูแลตัวเอง และเอาใจใส่ในความเป็นตัวเอง อารมณ์ของตัวเองได้ แต่ทำไมถึงกลับมาเป็นแบบนี้ เจ็บใจที่ตัวเองเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง ..... สิ่งหนึ่งที่รู้ เกษไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพียงลำพัง พระเจ้าเท่านั้นที่จะเข้ามาและสอนเกษและทำให้เกษอดทนมากขึ้น ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น --- รอคอยต่อไปกับพระเจ้า และจะพยายามทำให้ดีมากๆ ยิ่งขึ้นต่อไป ...

เกษรีเทิร์น

Sunday, November 21, 2004

ซาหวาดดีก่ะเจ้า .....

กลับมาสู่กรุงเทพด้วยความปลอดภัยดีทุกประการ ... ในขณะเดียวกันก็มีหลากหลายความรู้สึกประดังเข้ามา

- ความรู้สึกที่พบกับนิมิตและความต้องการที่ตัวเองเฝ้าอธิษฐาน พระเจ้ากำลังเปิดทางและให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเวลาและที่พักอาศัย เชื่อว่าต่อไปพระเจ้าจะนำให้เกษมีหัวใจที่ถูกต้อง และยอมอยู่ภายใต้การทรงนำของพระเจ้าทั้งหมด เกษตกหลุมรักผู้คนในเชียงราย แต่ก็มีบางสถานที่ ที่เกษรู้สึกยากต่อการปรับตัว พร้อมๆ กันนั้น เกษไม่ต้องการให้ใครมาคาดหวังจากเกษ ทั้งๆ ที่เกษรู้ว่าพระเจ้าเองก็มีแผนการเ่พื่อเกษเดินตามเป็นที่เรียบร้อย

- การสูญเสียอย่างสันติสุข พี่แนนซี่กลับไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว จิตวิญญาณของเธอเพิ่งจากเราไปในคืนวันศุกร์ เวลา 4 ทุ่ม (ตามเวลาไทย) ก่อนที่เธอจากไปก็ได้นมัสการและเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด แม้ว่าเกษอยู่อีกส่วนหนึ่งในประเทศไทย และพี่แนนซี่อยู่ที่อเมริกาในเวลานั้น แต่เกษก็สัมผัสได้ถึงการทรงสถิตอยู่ของพระเ้จ้า ความบริสุทธิ์ผ่านทางชีวิตของพี่แนนซี่ เรื่องนี้ทำให้เศร้าใจเพียงเล็กน้อย แต่ถ้อยคำที่ออกจากปากเกษคือขอบคุณพระเจ้าค่ะ สรรเสริญพระเจ้า และชีวิตของพี่แนนซี่ที่สอนเราผ่านทางการทนทุกข์กับโรคมะเร็ง หัวใจของเธอที่อยากจะรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มกำลัง เกษเชื่อว่าสิ่งนี้กำลังถ่ายทอดมาสู่คนไทยที่เป็นคริสเตียน แน่นอนเราได้ชัยชนะร่วมกันกับพี่แนนซี่ และเราเห็นพระสิริของพระเจ้าปรากฏ ลองคิดดูสิว่า ถ้าเ็ป็นพระเยซูล่ะ? ณ. เวลาที่พระเจ้าฟื้นขึ้นจากความตาย และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์จะทำให้พระสิริ และพระเกียรติของพระเจ้าปรากฏชัดมากถึงขนาดไหน??? ....

- ความมั่นใจพระเจ้า เกษมีความวางใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้นในพระเจ้า เกษมักจะเป็ฯคนกังวลและคิดเยอะ แต่ว่าพระเจ้าก็นำให้เกษสู่จุดนี้ได้ ขอบคุณพระเจ้า เกษไม่กลัวอีกแล้วเรื่องครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เกษพร้อมที่จะเดินกับพระเจ้าและบอกเรื่องราวของพระเจ้าสู่คนไทยทุกคน ... แผนการของพระเจ้าดำเนินต่อไปในชีวิตเกษ อาเมน

โถ ..ม่ะทันไรก็ต้องจากกันไปหลายวันอีกหละ

Monday, November 15, 2004

หวัดดีเจ้าค่ะ ซาหวาดดีกับอาทิตย์ใหม่

แต่ว่านะ เมื่อวานนี้ไม่ได้ลงข้อความอะไร วันนี้เลยต้องรีบลง ไม่งั้นเดี๋ยวจะหายหน้าหายตาจากการโพสท์ไปอีกหลายวัน เฮ้อ .. เอ้ จะมีใครเค้าคิดถึงด้วยกะเราไม่หว่าเนี่ย??? สงสัย

ผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยดี ก็มีทั้งเครียด สนุก และกังวลปนเปไปตามธรรมดาโลกอ่ะนะ ให้ดีหน่อยก็มีพระเจ้าเป็นกำลังและแรงใจให้นั่นแหละ ตอนนี้ก็เตรียมตัวที่จะไปเจียงฮายเจ้า .. ยังไม่รู้เลยว่าทริปนี้จะมันส์และดุเดือดประมาณไหน แต่ว่าข้าพเจ้าก็พร้อมแล้วที่จะไป และไม่อยากคิดถึงวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อไป รู้ว่าพระเจ้ามีแผนการที่ดีให้กับเกษแน่นอน

แปลก-- เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเกษได้รับข้อพระคำที่ตรงกันถึง 2 ครั้งเกี่ยวกับการอดทนต่อการทดลอง จริงๆ อยากสารภาพว่าเกษมีขีดจำกัดต่อการอดทนในการทดลอง และมันน้อยมากด้วย ทำให้หลายๆ ครั้งเกษต้องกลับมานั่งร้องไห้คร่ำครวญและเสียใจต่อสิ่งที่เกษหลงผิดไป (ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระเจ้าไม่พอใจให้ทำแบบนั้น) เห็นแก่ตัวไงที่จะให้ความต้องการของตัวเองได้รับการเติมเต็ม และใน 4 อาทิตย์ที่ผ่านมาเกษก็รู้สึกดีเพราะไม่ได้กลับไปทำแบบนั้น แต่ยังต้องระวัง เพราะนี่ก็เป็นสัญญาณที่พระเจ้าเตือนเกษว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเกษแน่นอน และยังมีคนมาแบ่งปันว่าเขาฝันว่าพระเจ้าทิ้งสิ่งที่เกษรักมากลงในแม่น้ำตรงหน้าผา และเกษก็ร้องไห้ต่อว่าพระเจ้าขนาดหนัก ... เครียดเลยครับงานนี้ ไม่ใช่ว่าเครียดเพราะเกษจะเสียของรักไปหรอกนะ แต่เกษเสียใจที่เกษมีท่าทีแบบนั้น แม้แต่ในความฝัน เกษไม่อยากมีท่าทีแบบนั้นกับพระเจ้า ดังนั้นตอนนี้เกษก็เลยเริ่มสำรวจใจตัวเองว่ากำลังยึดติดกับอะไรเกินกว่าที่จะให้พระเจ้า แล้วก็เตรียมพร้อมที่พระเจ้าจะเอามันออกไปจากชีวิต ---- นี่คือความจริง เมื่อพระเจ้าให้มาในชีวิต หากเป็นเวลาที่พระเจ้าจะเอาคืนไป เกษก็อยากยินดีในสิ่งที่พระเจ้าทำ ไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจด้วยการต่อว่าพระเจ้า ซึ่งเกษเคยเป็นแบบนั้นแล้ว เมื่อสิ่งที่เกษหวังไว้ไม่ได้เป็นไปตามหวัง ให้เดาก็คงคิดว่าพระเจ้าพอใจใช่ไหมที่เกษทรมานแบบนั้น ไม่ใช่เลยค่ะ พี่น้อง ...... พระเจ้ากลับไม่ตอบคำถามที่เกษถามเยอะแยะมากมาย หรือตอบโต้ต่อสิ่งที่เกษประชดให้กับพระเจ้า แต่พระเจ้ากลับให้ความรักของพระเจ้าลงมา ในคืนนั้นที่เกษร้องไห้แบบใจแตกสลายเพราะความคิดแย่ๆ ของตนเอง พระเจ้าให้ความรัก และให้ข้อพระคำของพระเจ้าหนุนใจเกษ ........... หากเกษต่อว่าเพื่อน คงไม่มีเพื่อนคนไหนที่จะฟังคำคร่ำครวญ คำด่าแสบๆ เจ็บๆ ที่ออกมาจากปากเกษ แล้วยังอ่อนโยนต่อเกษให้ความรัก และการหนุนใจ ความวางใจได้อย่างที่เกษสัมผัสอย่างนั้นแน่นอน ... จึงเป็นเหตุผลที่เกษไม่อยากต่อว่าพระเจ้าอีก และเห็นว่าพระเจ้าสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญในสิ่งดีที่พระเจ้าทำในชีวิตเกษมากกว่า ..... นะ ตอนนี้ก็ทำให้เกษกลับมาแสวงหาพระเจ้ามากขึ้น เพื่อให้รู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าและเปลี่ยนท่าทีของเกษในทุกๆ ทาง พระเจ้ายิ่งใหญ่ เกษอยากให้พระเจ้ายิ้มและได้รับการยกย่องเหนือชีวิตเกษมากกว่า .... นี่คือความต้องการในชีวิตของเกษ

ตอนนี้พี่แนนซี่ก็ยังคงมีชีวิต เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เป็นพระพรยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าสำแดงให้แก่มนุษย์โลก ใช่ .... เขาต้องทนกับโรคมะเร็งที่แม้แต่ตอนนี้กำลังจะเอาลมหายใจไปจากชีวิตของเขา แต่พี่แนนซี่ยังไม่ยอมจากไปจากงานรับใช้ของพระเจ้า .... ความงดงาม และการเป็นหญิงกล้าที่มีใจรักคนไทย ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อทั้งๆ ที่น่าจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ 4 อาทิตย์ที่แล้ว เพื่อกลับมารับใช้พระเจ้าในแผ่นดินไทย ที่ตัวเธอเองเรียกมันว่าบ้านเกิด ... เป็นแรงมุ่งมั่นและผลักดันให้เกษอยากชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรับใช้พระเจ้าอย่างสุดใจ ... เพราะเกษอยากทำให้ส่วนที่พี่แนนซี่อยากทำแต่เค้าทำไม่ได้ เกษอยากทำในส่วนที่พระเจ้าตั้งให้เกษรับผิดชอบแล้ว

นี่คือคำอธิษฐาน .... ขอพระสิริเป็นของพระเจ้า ทั้งในยุคนี้ ยุคหน้า ด้วยงานที่พระเจ้าได้ปั้นขึ้นในเราและทุกคนที่เป็นผู้ที่รักพระเจ้า ให้เกียรติและความสว่างของพระเจ้าสว่างไสวไปทั่วโลกใบนี้ ให้ผู้ที่ทุกข์ยากและต้องการความรัก ต้องการพระเจ้าได้รับการชูยกขึ้นเหมือนที่โมเสสชูไม้เท้าขึ้นในถิ่นทุรกันดาร ... ขอพระนามของพระเจ้าจะติดปากกับทุกๆ คนในโลกใบนี้ ไม่ใช่เพราะการสบถหรือการสาปแช่ง แต่เป็นการสรรเสริญด้วยสุดจิตสุดใจ สุดความคิด สุดวิญญาณของพวกเขา ... ขอพระนามของพระเยซูจะเป็นที่ประจักษ์แก่ตาและหูของทุกผู้ ... ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าตลอดเป็นนิตย์ อาเมน%%%%%

//~.-\\...

Friday, November 12, 2004

เฮ้อ .. อารมณ์แสนปรวนแปร แต่ทำไงได้ เอาเป็นว่าจะหายหน้าหายตาจากการ post ไปซะสองวัน แล้วจะรีบกับมาเติม post ให้เต็ม บล็อกแน่นอนไม่ต้องห่วง (ห่วงแต่สายตาท่านจะทำงานหนักน่ะสิ) อ้อ ขาเนี๊ยะชอบก่อการอาละวาดทางอารมณ์ศิลปะบ่อย ดังนั้น บรรดาผู้เข้ามาเยี่ยมต้องทำใจซะตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเกษเป็นคนชอบเขียน ชอบวาด ชอบอ่าน และชอบแต่ง (กลอน,วรรณกรรม และอะไรหลายๆ อย่างที่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจินตนาการ)

ชอบภาษาไทยนะเนี่ย สำบัดสำนวนเหลือร้าย แถมมีสมนาคุณจะขี้เกียจจะนับ .... (ดิ ภาษาปะกิต มีให้ใช้จำนวนจำกัดในเซลล์สมอง จำใจต้องก้มหน้าก้มตาคิดจนปวดหมอง ให้ดี ภาษาไทยโลดแล่นฉลุย ไง๋จะรั้งอยู่) อ่านไปอย่ากระดกคิ้วเยอะล่ะ เพราะตีนกาบนหน้าผากไม่สามารถจำกัดจำนวนได้ เดี๋ยวจะเสียใจที่ห่วงสุขภาพช้าไปซะแล้ว .. อุอุอุ ...

แนะนำตัวแสบๆ ให้เป็นที่เข้าใจก่อนหละกัน เพื่อครั้งหน้าแวะเวียนมาใหม่จะได้เข้าใจว่าเนี่ย มันตัวอะไร???? อิอิอิอิ
นู๋เกษเจ้าค่ะ อายุเหรอ? ใกล้ 23 แล้ว วันที่ 2 ธันวาคมนี้แหละ ไม่รู้ทำไมปีนี้รอคอยให้อายุมันเต็มๆ อย่างใจจดใจจ่อ อ๋อ เพราะเพื่อนแก๊งเดียวกันเค้า 23 กันจวนจะ 24 แล้วจิ อุอุอุ สิ่งที่โปรดปรานคือเล่นไปวันๆ คุยสนุกๆ แบบไม่ซีเรียสกับเพื่อน กับคนอื่น ก็นะจ้อเก่งน่ะ ชอบหัวเราะและยิ้มเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่ก็มีบ้างที่อารมณ์เกินบรรยายมาเยือนในบางโอกาส เมื่อก่อนก็จัดการกับอารมณ์ไม่เป็นอ่ะนะ ผู้ใด๋ส่งมาเท่าไร อย่างไร นู๋เกษก็ส่งคืนเต็มกำลังหรือไม่อาจจะลักไก่คูณ 2 ไปอีกที อิอิอิ แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะว่าแก่แล้วจักต้องเจียมตัวและสังขาร ทำเป็นเด็กไปเดี๋ยวจะลมพาใส่ อ้าว ไม่ใช่ .... โตแล้ว เลยเลิกคิดแบบเด็กไง +.+,

เรียนจบจากม. รามฯ มนุษย์เอกอังกฤษเนี่ย จะรับปริญญาอยู่มะรอมมะร่อแล้ว รอแต่เวลาเจ้าค่ะ เกิดใต้ แต่ฝันอยากอยู่เหนือ แต่ว่านะได้ไปมาเกือบหมดแล้วแถวๆ เหนือน่ะ เลยเปลี่ยนจุดมุ่งหมายอยากไปประเทศเพื่อนบ้านมั่ง เคยได้ไปแต่มาเลเซีย, จีน และสิงคโปร์อ่ะ ใครมีใจพานู๋เกษไปสำรวจแถวๆ เขมร เวียตนาม ลาว กับพม่าหน่อยก็ดีอ่ะ อยากรู้ว่าวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนเหล่านั้นเป็นอย่างไร ชอบการเดินทาง ชอบการเที่ยวไปทั่วๆ และการศึกษาเรื่องวัฒนธรรมาของคนต่างชาติ เออ ....... ว่าไปแล้ว นู๋เกษก็เป็นคนจริงจังนะ อย่าตัดสินจากความกวนก๊วนของนู๋เกษอย่างเดียว หลายคนยังมองว่านู๋เกษเป็นเด็ก ซึ่งคำถามก็คือว่า "ตรงไหน?" มันก็อ้วนตุ๊ ตัวกลมป๊อก วางมาดผู้ใหญ่ไม่พอเหรอ? เหอๆๆๆๆ อย่าให้พูดเลย ถือกันว่าเป็นอันจบ .... ความฝันคืออยากเต้นให้สุดกำลังเพื่อพระเจ้า อยากตะโกน อยากนมัสการ และอยากเปลี่ยนแปลงโลกนี้ อยากให้ตัวเองเป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่เค้าต้องการความช่วยเหลือ อยากให้ชีวิตตัวเองเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นที่เลือกเลียนแบบเรามั่ง .... เพราะเราก็เลียนแบบคนอื่นมาเยอะ ....

เรื่องนี้ขาดไม่ได้ ชอบผู้ชายแบบไหน? อิอิ -- (เขินอ่ะ??) ก็ชอบคนที่รักพระเจ้ามากที่สุด ชอบคนที่มองสิ่งต่างๆ อย่างที่พระเยซูมอง มีท่าทีที่ดี และคิดเป็น ไม่ดูถูกคนอื่น ให้เกียรติคนอื่น (โดยเฉพาะกับผู้หญิง) ถ่อมใจ ชอบการเรียนรู้ ชอบการเดินทาง ชอบการสำรวจ ชอบการเรียนรู้ และที่สำคัญ เขาจะรักตัวจริงอย่างที่เกษเป็นไม่ใช่สิ่งที่เกษทำได้หรืออย่างอื่น .... ไม่รู้นะว่าจะเจอกันได้ไง แต่เชื่อพระเจ้าเตรียมชีวิตของเขาที่จะมาเผชิญกับเจ้าเด็กแสบคนนี้อยู่แหละ .... และเกษเองก็เป็นคนที่ระบายอารมณ์ไม่เป็นอย่างน้อยคนนั้นก็อย่าเป็นเหมือนนู๋เกษหละ เดี๋ยวจะแย่กันไปตามๆ กัน

อยากเป็นศิลปินเต็มตัว (ไม่ใช่นักร้องหรอก) แต่เป็นความฝันที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะชอบแสดงออก มีความสุขเมื่อได้เป็นตัวของตัวเองและมีพระเจ้าอยู่ในชีวิต ...... อ่ะนะ ชีวิตนี้ก็ดำเนินต่อไป ดังนั้นคุณต้องอ่านต่อไป อุอุ อุอุอุอุ

เปิดตัวแบบคนไทย

Thursday, November 11, 2004

สวัสดีค่ะ

เปิดบล็อกนี้ไว้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ จริงๆ ภาษาไทยเป็นภาษาเกิดของเกษใช่ไหม? ดังนั้นความรู้สึกและอะไรหลายๆ สิ่งเมื่อเรียงร้อยออกมาเป็นถ้อยคำภาษาไทย มันกินใจมากกว่าภาษาอังกฤษอีกนะ จริงไหม?

เกษเป็นคนพังงา (ภาคใต้) เย้.. เคยเป็นคนพุทธมาก่อนด้วย และก็ไม่อยากกล่าวอะไรที่เกี่ยวกับครอบครัวเยอะนัก แต่เกษก็เป็นเด็กที่ไม่ค่อยปกติในเรื่องความรัก ต้องการความรัก ว่างั้นเถอะ จนได้รู้จักกับมิชชันนารีและเห็นความรักยิ่งใหญ่ระหว่างพี่น้อง เลยทำให้เกษชอบไปหาคนกลุ่มนั้น ในขณะเดียวกันที่แม่ท้องโดยบังเอิญ (แม่เลี้ยงที่เลี้ยงเกษมาตั้งแต่อายุ 2ขวบ) ซึ่งแม่คนนี้สุขภาพไม่ดี เค้าพยายามมีลูกหลายครั้งแต่ก็แท้งบ่อย และคนนี้เป็นคนที่สองด้วย หลายครั้งที่เค้าต้องไปนอนโรงพยาบาลเพราะตกเลือด เกษไม่รู้จะหาที่พึ่งที่ไหน (พร้อมกับเกิดปัญหากับเกษหลายอย่างที่ทำให้เกษท้อใจอย่างหนัก) เลยไปหาคนที่โบสถ์ พวกเขาอธิษฐานเผื่อแม่ และแม่ก็กลับมาที่บ้าน หลายครั้งที่เกิดแบบนั้นขึ้น และอธิษฐานแล้วก็กลับมาสู่สภาพดี ท้ายที่สุด ทำให้เกษรู้สึกว่ามีคนอยู่เบื้องหลังที่ช่วยเหลือ และทำให้เกษตั้งต้นอธิษฐานกับคนนั้นให้เค้าช่วยแม่เกษที่มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อย และเด็กอาจจะพิการเพราะแม่เสียเลือดเยอะมากในช่วงตั้งท้อง แต่คนที่เกษอธิษฐาน (คือพระเจ้า) ได้ช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น แม่มีชีวิตรอด และมีน้องสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่มีความพิการอะไร แถมฉลาดและน่ารักมากด้วย ทุกครั้งที่เกษเจอหน้าน้องสาวคนนี้ เกษเห็นพระพรของพระเจ้าในชีวิตที่เทลงมาให้กับเกษอย่างท้วมท้น

และเพราะเกษเคยตั้งคำปฏิญาณไว้ว่าจะเชื่อพระเจ้าหากพระองค์ช่วยแม่ และนี่คือที่มาที่ไปที่ทำให้เกษรู้จักกับพระเจ้า เกษไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ได้รู้จักพระเจ้า แต่ชีวิตของเกษกำลังเดินไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เกษมีสันติสุขและเกษหลุดจากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย 18 ปีที่เกษเป็นคนพุทธเกษไม่เคยได้รับการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เกิดขึ้นกับตัวเองใน 4 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นทำให้เกษมั่นใจมากขึ้น เกษรู้จักความรักและรู้วิธีที่ถูกต้องการในการแสดงความรักของเกษ เกษรักครอบครัวของตัวเองได้มากขึ้น เกษทำในสิ่งต่างๆ ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนเกษเคยคิดว่าชีวิตตัวเองไม่มีที่จบ ไม่มีที่ๆ จะไปหรืออยู่อาศัย แต่พระเจ้าก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงชนิดที่ไม่เหลือเค้าความเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

เกษเชื่อพระเจ้าตั้งแต่ตอนที่ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ (เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง)แต่ก็ยังคิดว่าเป็นแค่ศาสนาและพิธีการต่างๆ จนกระทั่งรู้จริงๆ ว่าการเชื่อพระเจ้าคือการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า การเรียนรู้ว่าพระเจ้ารักเรามากและต้องการให้เรารู้จักพระเจ้า ทำให้เกษเห็นถึงการไม่สมบูรณ์ของมนุษย์และการที่มนุษย์ต้องการความช่วยเหลือตลอด เพราะพระเจ้าสร้างเรามาให้เป็นแบบนั้น และเราไม่รู้สึกผิดบาปอะไรอีก เพราะพระเยซูบุตรที่รักของพระเจ้าได้ลงมาตายบนกางเขนจริงๆ เพื่อยกโทษบาป ณ. เวลานั้นเกษรู้สึกได้ว่าตัวเองไม่บริสุทธิ์ ไม่ดีจริง ไม่ได้เก่งและมีความผิดบาปอะไรเยอะที่พยายามปิดบัง หากใครจะรู้ พระเยซูบอกว่ายกโทษให้เรา และให้เราหันกลับมาจากทางเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่ จึงมีชีวิตใหม่เกิดขึ้นกับเกษในเวลานั้น เกษผ่านภาวะที่ยากสำหรับตัวเองมาเยอะ เพราะเกษชอบเป็นคนแก้ปัญหาเอง และทำให้คนอื่นเดือดร้อนกับความเป็นเกษไม่รู้จักจบสิ้น แต่พระเจ้าก็เปลี่ยนเกษให้เกษมองอย่างที่พระเจ้ามอง ขึ้นปี 3 เกษก็เลยไปเรียนดีทีเอส (โรงเรียนฝึกอบรมสร้างสาวก) ที่เชียงใหม่ ที่นั่นให้ประสบการณ์กับเกษหลายอย่าง ถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าพระเจ้าเป็นคนเรียกเกษไปที่นั่นและให้เกษมีประสบการณ์เยอะ เพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิตในขณะที่เราไปเที่ยวน้ำตก กลับเป็นเหตุทำให้เกษรู้ซึ้งมากขึ้นว่าเมื่อเราตายแล้ว พระเจ้าจะมารับเรา เพราะมีการอัศจรรย์เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการเข้าไปรับใช้กับคริสตจักรต่างๆ และร่วมงานกับทีมต่างชาติในการประกาศทำให้เกษได้ทำให้ความฝันตัวเองหลายอย่างสำเร็จ

เมื่อกลับมายังกรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อ เกษก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของวายแวมที่ทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ด้านการบริหาร (ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นความรู้ความสามารถเลยแม้แต่น้อย) แต่พระเจ้าก็สอนเกษมากขึ้นในหลายๆ อย่าง 2 ปีที่เกษสัญญากับสำนักงานใหญ่ไว้ เป็นการเตรียมเกษให้พร้อมที่จะก้าวไปสู่นิมิตที่ตัวเองมี จริงๆ แล้วเกษไม่รู้อะไรชัดนักว่าตัวเองอยากทำอะไร ชอบอะไร แต่เกษเข้าใจเหตุผลที่พระเจ้าให้เกษรับใช้ในสำนักงานแล้ว เพื่อพระเจ้าเตรียมเกษให้พร้อมในการออกไปสู่นิมิตตัวเองจริงๆ ซึ่งเกษชอบการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ชอบการแสดง ชอบเสียงเพลง ชอบธรรมชาติ ชอบผู้คน เกษอยู่ได้กับสิ่งเหล่านั้น และพระเจ้าเปิดทางให้เกษค้นพบก้าวต่อไปที่เกษจะเดินไปได้ นั่นคือการไปเรียนรู้เกี่ยวกับการเต้น ซึ่งปีหน้าต้นเดือนเมษายนเกษจะไปเชียงราย และอาจจะอยู่ที่นั่นพอประมาณ เพื่อเรียนเกี่ยวกับการเต้นและจะไปเรียนต่อให้มากขึ้นในอเมริกา ... นี่เป็นสิ่งที่เกษอธิษฐานแบบก้าวต่อก้าว จะมีใครสักกี่คนที่มองที่เกษแล้วคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับได้ จริงๆ แล้วเกษเป็นคนธรรมดา เป็นคนยากจนคนหนึ่งก็ว่าได้ แต่เกษรักที่จะเชื่อพระเจ้า และรู้ว่าในความยากจนที่เกษมีนั้น เป็นความเชื่อยิ่งใหญ่ทีเกษจะประสบกับพระเจ้า .. พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่จริงๆ

เหตุผลที่เกษทำเวปนี้ขึ้น ก็เพื่อใครก็ตามที่ได้อ่านเวปของเกษ (โดยเฉพาะคนไทย) จะรู้ว่าชีวิตของตัวเองไม่ได้สิ้นหวังเลย พระเจ้าอยู่เคียงข้าง พระเจ้าเป็นทุกอย่าง พระเจ้าทรงห่วงใยแม้แต่ต้นหญ้าที่วันรุ่งขึ้นจะถูกเผาไฟ พระเจ้าก็กลับให้ความสำคัญด้วยการสร้างลำต้น และดอกหญ้าอย่างสวยงาม มนุษย์หนึ่งคนที่คิดว่าตัวเองหมดความหวัง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป พระเจ้าจะห่วงใยมากสักแค่ไหน? ... คุณมีความหวังได้ คุณสามารถอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุขเพราะความรักของพระเจ้า จะดูแลและนำทุกสิ่งในชีวิต เกษอยากให้ทุกเรื่องที่พระเจ้าทำในชีวิตเกษถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด และการเขียนเพื่อตัวเองและคนอื่นจะได้เห็นงานที่พระเจ้าทำอย่างมากมายในชีวิตของเกษ ... พระเจ้ายิ่งใหญ่ เกษขอให้เกียรติและพระสิริทั้งสิ้นเป็นของพระเจ้าจริงๆ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web