สุขสันต์ในวันคล้ายวันเกิดของพระเยซู

Wednesday, December 21, 2005

กลับมาอีกปีหนึ่งแล้วนะ ของวันคล้ายวันเกิดของพระผู้ช่วยที่ยิ่งใหญ่ของเรา ในปีนี้เป็นปีที่ 24 ที่เกษมีชีวิตลืมตาอยู่บนโลกที่แสนรักของพระเจ้าใบนี้ ในยอห์น 3.16 เพราะพระเจ้าทรงรักโลกจึงได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อผู้ที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ ... พระเยซูมาบังเกิดในฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่ในความมืดมิดที่สุด .. และความสว่างก็ฉายให้ปรากฏสู่สายตาโลก คืนที่เหล่าทูตสวรรค์พากันร้องเพลงสรรเสริญเพราะพระผู้ช่วยให้รอดได้มาบังเกิด . . . . . นับจากวันนั้นก็ผ่านมา 2005 ปีแล้ว เหล่าบรรดาประชากรของเมืองสวรรค์ก็เฝ้ารอในวันที่พระเยซูจะเสด็จมารับกลับไปอยู่กับพระองค์ด้วยในขณะเดียวกัน ... ว่าไปแล้วเกษเองก็อธิษฐานให้การเฉลิมฉลองในปีนี้ เราทั้งหลายจะเข้าสู่พำนักของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี อย่าได้เป็นด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างปีที่แล้วนี้อีกเลย ... .. .. .. ..

พระบิดาเจ้าคะ เกษทูลขอพระเจ้าที่จะอำนวยพรอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเพื่อให้คนทั้งหลายได้รอดอยู่ภายใต้ร่มของพระคุณของพระเจ้า ขอพระเจ้าปกปักษ์รักษาบรรดาผู้ที่เชื่อและวางใจในพระองค์ เพราะพระสัญญาของพระเจ้าคือการให้ผู้เชื่อวางใจไม่พินาศไป พระเจ้าขาลูกอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอคำอ้อนวอนของลูกจะมาสู่ครอบครัวอันเป็นที่รักของผู้ที่เชื่อทั้งหลาย พระเจ้าข้า ขอพระองค์อยู่ดูแลพวกเขาและนำพวกเค้าในทุกย่างก้าวด้วยเถิดค่ะ เพื่อพระสิริและพระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริงในชีวิตของผู้เชื่อทั้งหลาย พระเจ้าข้าขอทรงควบคุมเหล่าความคิดอันกบฏที่มุ่งหวังเพื่อทำลายผู้เชื่อของพระองค์ ขอพระองค์รักษาชีวิตของผู้เชื่อให้รอดเหมือนดังที่พระเจ้าทรงช่วยเหลือกษัตริย์ดาวิด ขอพระเจ้าสถิตและเสริมกำลังให้กับผู้ที่ถูกข่มเหง ขอความอ่อนแอที่ปรากฏต่อสายพระเนตรของพระองค์และคำร้องขอการช่วยกู้จะสำแดงถึงความเข้มแข็งและทรงพลานุภาพของพระเจ้าด้วยเถอะค่ะ ขอพระเจ้าทรงควบคุมเหล่าธรรมชาติที่พระองค์ทรงสร้าง พระบิดาเจ้าข้า ลูกทูลขอการช่วยกู้และการปกป้องมายังทุกคน ขอที่จะมีความปลอดภัยให้กับผู้เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อเหมือนดังเด็กเล็กๆ ที่ได้หลับสนิทอย่างสบายใจอยู่ในอ้อมแขนพระองค์ และขอที่เราทั้งหลายจะบริบูรณ์ด้วยความเชื่อจนถึงที่สุด ขอสันติสุขของพระเยซูคริสต์จะคุ้มครองทั้งในจิตใจและความคิดของเราทั้งหลาย ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกขอพระสิริและพระเกียรติทั้งสิ้นเป็นของพระองค์ตลอดไปสืบๆ เป็นนิตย์ ลูกทูลขอในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

ความรักที่แสนชื่นฉ่ำใจของพระเจ้า

Friday, December 09, 2005

มัยต้องตั้งหัวข้อแบบนี้?? ก็เพราะว่าที่ผ่านมาเกษมองข้ามความรักของพระเจ้าไปเยอะน่ะสิ ขนาดขั้นที่รู้สึกท้อแท้จนเอ่ยปากกับพระเจ้าว่า เอาเกษกลับไปอยู่กับพระเจ้าเถอะ ไม่มีอะไรที่เกษจะแสวงหาในโลกใบขุ่นๆ มัวๆ ใบนี้อีกแล้ว นอกจากพระเจ้า เกษไม่ต้องการที่จะไปกับใคร ทำอะไร แต่อยากอยู่ใกล้ๆ ต้องหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าอย่างเดียว ก็นะ มาถึงคำถามที่ตอบกับตัวเองไม่ได้ในเวลานั้นว่า เราจะอยู่ไปเพื่ออะไร? แย่เนาะ คิดออกมาได้ไง .... จนมาฟังเพลงของ Hillsongs United เพลง Til I see You ก็นะ ทำให้หัวใจหยุดชะงักไปชั่วคราว ... เกษทำให้คนที่รักเกษมากๆ เสียใจด้วยความคิดที่เกษจะเลือกเดินห่างจากสิ่งที่เกษมีอยู่ อะไรอีกที่เกษจะสรรหามาให้กับตัวเอง สิ่งที่เกษมีอยู่ก็เยอะแล้ว แค่อนาคตที่เกษต้องวางใจในพระเจ้า การไปเรียน การเดินไปต่อในพันธกิจของพระเจ้า และการที่จะมีหุ้นส่วนสำคัญในชีวิต แต่เหตุผลที่เกษอยากกลับไปอยู่กับพระเจ้าก็แค่หนีให้พ้นสิ่งเหล่านี้ ไม่กล้าพอที่จะวางใจในพระเจ้าว่าพระเจ้าจะจัดเตรียมและทำสิ่งเหล่านี้ให้ น่าแปลกไหม ทั้งๆ ที่เกษเรียนรู้อะไรมาตั้งเยอะ ได้รับประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่างจนน่าจะเข้มแข็งได้มากกว่านี้แล้ว แต่ในที่สุดเกษเองก็ไม่ต่างอะไรไปจากชนชาติอิสราเอลเมื่อครั้งที่พระเจ้าพาไปถิ่นถุรกันดารเลย ... เกษลืมพระคุณของพระเจ้า เกษลืมความยิ่งใหญ่และความรักของพระเจ้า จนนำมาเป็นเศร้าหมองในใจเกษ ... ยิ่งตอนนี้เกษห่างจากเพื่อน และอยู่ในสังคมแวดล้อมใหม่ สิ่งที่เกษมองหาก็คือความรัก และความใส่ใจจากคนรอบข้าง ... รู้มั้ยเมื่อเกษไม่ได้รับ และยังไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ทำให้ใจของเกษขมขื่นเกินกว่าที่จะคิดได้ ... ไม่ใช่แค่เกษคนเดียวหรอกนะ ที่รู้สึกแย่ แต่เกษกำลังทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเศร้าหมองไปด้วย ... น่าเสียใจมากแค่ไหน ... และเมื่อบทเพลงนี้ร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวใจเกษ เหมือนจะกลืนกินเอาคำนี้ให้ฝังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจที่เลือกจะเดินจากไปจากโลกนี้ว่า เกษนะ ต้องอยู่เพื่อจะรักพระเจ้า ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะสรรเสริญพระเจ้า และเป็นลูกที่อยู่ในความยิ่งใหญ่ตระการตาของพระเจ้า .... สิ่งที่เกษทำเพื่อพระเจ้ายังไม่ดีที่สุด ยังไม่ถึงที่สุดที่ออกมาจากใจเกษ ความสัมพันธ์ที่เกษต้องดิ้นและสู้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักที่เกษต่อคน . . . . โดยไม่คิดหวังที่จะได้รับความรักตอบแทนคืนมา .... จะทำได้แค่ไหนนะ??? เป็นคำถามที่อยู่ในใจ แต่ว่าคำตอบก็ขึ้นอยู่กับพระเจ้า เมื่อเกษถ่อมใจที่จะเรียนรู้และสารภาพเอาความเย่อหยิ่งในหัวใจออกไป ในท่าทีและการแสดงออกออกไป .... การดำเนินชีวิตเหมือนกับคนที่คิดพิจารณาถี่ถ้วนแล้วก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้เกิดอะไรขึ้น และไม่คิดจะระวังตัวเองเลย .... นะ ถ้าวัดกันระหว่างความรักของเกษที่มีต่อพระเจ้า .. ช่างมีน้อยซะเหลือเกิน ... เทียบไม่ได้เลยกับความรักของพระเจ้า ที่อดทนนานและช่วยเหลือ ประคับประคองเกษไปเรื่อยๆแบบนี้ ... ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่เลือกเกษ ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่นำเกษจนถึงที่สุด ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่รักเกษอย่างมากมาย ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่เฝ้ายกโทษให้เกษครั้งแล้วครั้งเล่า ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่มาหาทุกครั้งที่ลูกเรียกหา ขอบคุณค่ะพระเจ้าที่ได้ยินเสียงร้องของหัวใจและตอบสนองต่อเสียงเหล่านั้น ... ขอบคุณค่ะพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่เกษมี ทั้งๆ ที่เกษไม่สมควรเลยแม้แต่น้อยที่จะมีชีวิตอย่างงดงามแบบนี้ ....

บทลำนำ ...ที่โหยหา

Friday, November 11, 2005

เคยไหม? ... ในความรู้สึกที่ต้องการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา .... แล้วรู้อยู่เสมอว่า มีใครสักคนหนึ่งตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ .... แน่ทีเดียว ตัวเกษอยากให้ชีวิตตัวเองเป็นแบบนั้น ...... แตะต้องถึงความอบอุ่น สัมผัสถึงความรักละมุน .... แม้เวลาที่กำลังท้อแท้ กำลังใจร่อยหร๋อ สิ่งที่เห็นด้วยตา บั่นทอนความเชื่อ .... อยากก้าวออกจากจุดที่ตึง และกดดัน ... หันไปมองทางขวา หันมามองทางซ้าย วิธีไหนสะดวกสุด??? .... รอต่อไปอีกหน่อย ก็รังแต่เห็นความปวดร้าว และความท้อแท้ .... นี่แหละคือมนุษย์และความเป็นตัวเกษ .... มองดูเพียงใจของตัวเอง ยินยอมให้ใจบ่มความโกหกกับตัวเอง และปลดปล่อยหัวใจลิงโลดอยู่ในความเจ็บปวดชนิดที่จับต้องไม่ได้ ..... แต่ทำไมไม่ยอมให้ใจเป็นอิสระ เพียงแค่ยอมให้ความจริงของพระเจ้าเข้ามาครอบครองก็เท่านั้น ....


สิ่งที่ยาก คือความคิดกำลังควบคุม อารมณ์สนับสนุน ความรู้สึกกำลังตอบสนอง ... พิษร้ายยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในโลก เพราะบ่มความขื่นขมอยู่ภายใน ... ปลูกรากข้าวละมานไว้ในใจ .... ทั้งที่เห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนแต่ไม่ยอมถอนข้าวละมานออกจากข้าวสาลี .... จะไปถึงไหม? กับสิ่งทีพระเจ้าตั้งไว้ให้ ... แน่นอนว่ายากที่จะทำใจ พยายามผลักดันให้ลืม แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ กลับมาโลดแล่นเป็นทำนองเศร้าในใจทุกครั้งที่ว่างเปล่า อยู่เพียงลำพัง .... พยายามเผชิญหน้ากับมัน จนแล้วจนรอดก็ไม่จบ ... แต่หยิบยื่นความเป็นตัวเกษเองให้กับมัน ไม่มีวันไหนสักวันที่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอิสระและปลอดภัย จากความขมขื่นที่หมักหมมอยู่ข้างใน ... ทรมาน โหยหา .... แต่ไม่ยอมเปิดใจรับความรักที่พระเจ้าจ่อให้ที่ประตูใจ ... . . . . . . . . . . . . . . . . .

พระองค์ทรงเศร้าเสียใจที่เห็นลูกที่รักหนึ่งคนกำลังเศร้าเสียใจเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย ... จุดเล็กน้อยที่คุมทิศทางของจิตใจคือความคิด และท่าทีในใจเท่านั้นเอง .... ถ้าเลือกได้ ก็ไม่อยากให้เกิดแบบนี้ขึ้น ทำไมนะ ถึงยาก ทำไมนะ ถึงไม่มีบทสรุปที่สิ้นสุดซักครั้งหนึ่ง ... ทั้งที่ความจริง ได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเยอะพอสมควร ... แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ปัญหานี้นำมาซึ่งการเข้าใกล้ชิดพระทัยของพ่อที่รักมากขึ้น ให้เกษได้เรียนรู้ประสบการณ์โดยตรงที่จะก้าวผ่านจุดนี้ ... เชื่อมั่นอยู่เสมอว่า สักวันจะหันกลับมาอย่างดีใจเรื่องแย่ๆ เหล่านี้ผ่านไปได้ด้วยดี ... ทั้งนี้สุดแล้วแต่พระเจ้า และมอบไว้ให้เป็นเวลาแห่งการเยียวยารักษาของพระเจ้า ... และเฝ้ารอคอยที่วันนั้นจะมาถึง ... ขอสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าเสมอไป

ความท้าทาย

Saturday, November 05, 2005

เฮ้อ ไม่อยากจะคิดเลยนะเนี่ย ว่าเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนกัน

ระยะหลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้นั่งคิดว่าใช้เวลาผ่านไปยังไงมั่ง (คือไม่ได้นั่งนับวันเวลาอะไรเลย) เพราะเท่าที่รู้ตัวก็คือว่าสนุกกับแต่ละวันไปแบบสุดๆ มันส์ทุกหยดเลย ว่างั้นเหอะ,,, ก็นะรอบข้างก็ดี พระเจ้านำสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิตเสมอ แต่ที่อยู่ในสงครามอย่างระอุเนี่ย เห็นจะเป็นความคิดด้านลบของตัวเองซะมากกว่า ไม่รู้นะว่าขยันไปขุดค้นมาจากไหนเยอะเหลือเกิน จนทำให้ไม่อยากก้าวไปไกลเกินกว่าที่ตาฝ่ายมนุษย์ของเกษเองมองเห็นได้ แท้จริงแล้ว พระเจ้ากำลังพยายามนำเกษให้ก้าวผ่านเรื่องแบบนี้ไป แต่ก็นะ อยู่ท่ามกลางสงคราม และต้องเป็นเกษเองที่จะสู้และก้าวผ่านไป .... บางทีอารมณ์และความรู้สึกก็ก้าวเข้ามาในความคิด ในความรู้สึก จนทำให้เรายอมแลกเอาความจริงออกไปจากใจ

พระเจ้ามีแผนการที่ดีเพื่อเกษเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน เกษก็รู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะเจอ ไม่รู้จะไปถึงที่ตัวเองใฝ่ฝันได้ไง วันนี้ไปดูหนังมา ก็เป็นหนังที่หนุนใจ พระเจ้ามีแผนการที่ขีดเส้นไว้ให้แล้ว คนที่จะเลือกเป็นตัวเรา ว่าจะก้าวต่อไปหรือไม่ ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าเข้าใจและอดทนต่อความไม่มั่นคงของเกษภายใน

ก็นะ พักมาก็เยอะแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องแบกกางเขนเดินตามพระเยซูไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว และก็ต้องเลือกที่จะจ่ายค่าสำหรับชีวิตของตัวเองแล้ว .....

ก้าวใหม่สู่เส้นทางของโรงเรียนฝึกอบรม

Saturday, October 22, 2005

นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่กำลังทำให้เกษสั่นไหว และตื่นเต้นเป็นที่สุด

เวลาที่ทำดีทีเอสที่เชียงใหม่ก็ตื่นเต้นตามประสาเด็กที่กำลังจะทำอะไรแปลกๆ ใหม่ และก้าวสู่จุดที่ทุกคนเรียกได้ว่า "เติบโต" ไม่เคยรู้สึกอะไรถึงขั้นที่เป็นแบบนี้ปัจจุบันนี้มาก่อน ที่รู้สึกว่าพร้อมจะก้าวไปพร้อมๆ กับพระเจ้า ก้าวไปสู่ความรักที่ไม่มีการสิ้นสุด ก้าวไปสู่การเรียนรู้ต่อการยอมจำนน และเรียนรู้ต่อการพิชิตใจผู้อื่นให้เลือกที่จะรักพระเจ้า และติดตามพระเจ้าด้วยสุดใจ สุดกำลังที่แต่ละคนมี แต่กว่าจะไปสู่จุดนั้น เกษเองต้องเป็นผู้นำคนอื่นด้วยการที่เกษมีชีวิตที่แนบสนิทกับพระเจ้า และให้คนอื่นสัมผัสถึงความสนิทกับพระเจ้าที่เกษมีเพื่อที่เค้าจะมองดูที่พระเจ้าด้วยตนเอง .... เกษชอบอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ที่บอกว่าการจะเป็นผู้นำ (แม้ในส่วนเล็กๆ น้อยๆ) ก็คือการยอมให้พระเจ้าสอนการเป็นผู้นำ ไม่มีบรรทัดฐานใดที่ปรากฏมาก่อนต่อการเป็นผู้นำที่ถูกต้อง นอกจากพระเยซู เมื่อมีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า ความถ่อมใจต่อการเรียนรู้ และเข้าถึงหัวใจของพระเจ้าจะปรากฏให้ชีวิต ความเป็นผู้นำที่เป็นมาตรฐานสูงสุดและอย่างอุดมในพระเจ้าจะเป็นหน้าหนังสือให้เราทุกคนได้อ่าน ลองปฏิบัติและนำมาใช้ในชีวิต เพื่อให้เกิดผลต่อชีวิตของคนอื่นๆ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการทรงเรียกของพระเจ้า เพื่อการนี้

และอีกเพียง 1 อาทิตย์ ทุกส่วนที่เกษเป็นตอนนี้จะเป็นหนึ่งในนั้นแล้วค่ะ ..... ขอบคุณพระเจ้า

ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะทิ้งข้อความอะไร

Tuesday, October 04, 2005



ตอนนี้เหรอ??? ค่อนข้างจะสับสน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขึ้นข้อความว่าไงดี เพราะหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างพระเจ้าก็จัดวางไว้ตามน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เกษจะจากพังงาไปในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า เศร้าหรือเปล่า??? อยากบอกว่าเปล่าเลย เพราะรู้สึกตื่นเต้นกับหลายๆ สิ่งที่พระเจ้ากำลังจัดเตรียมให้กับเกษในวันข้างหน้า เพื่อนใหม่ หน้าที่ที่ต้องเรียนรู้และการฝึกอบรมที่เราอยากให้พระเจ้าฝึกเกษ เปลี่ยนเกษในลักษณะความคิด บุคลิกลักษณะนิสัยและหลายๆ ด้าน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่พระเจ้าปั้นและสร้างให้เกษที่นี่กำลังทำให้เกษเสียดายที่ไม่มีโอกาสสานต่ออย่างใกล้ชิดอีกต่อไป เกษเพิ่งจะค้นพบความเป็นตัวเองของแต่ละคนที่นี่ เกษกำลังรู้สึกว่ากำลังเข้ากันได้ดีนะ และกำลังจะไปได้สวยข้างหน้า และยังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่พระเจ้ายังต้องการคนงาน ... แน่นอนเกษรู้แน่อยู่กับใจตัวเองว่าไม่ใช่เกษ ไม่ใช่เกษที่พระเจ้าเรียกให้เข้ามารับผิดชอบ หมดเวลาของเกษแล้ว และเกษดีใจที่ได้มีส่วนร่วมและพยุงพระกายในงานของ Step Ahead ที่เขาหลักไปพร้อมกันข้างหน้า .... เพียงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกษได้เติมเต็มภาระใจที่เกษมี และอธิษฐานเผื่อพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัย และเรียนรู้การมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนอื่นๆ ด้วยการเทความรักออกมาจากชีวิต ... แท้จริง ไม่ใช่ความรักที่เกษจะสรรหาเองได้ แต่เป็นความรักของพระเจ้าต่างหาก

ยอมรับว่าบางครั้งเกษก็อ่อนแอและเห็นแก่ตัวเหลือเกินกับการยอมอยู่เคียงข้างคนที่เกษไม่พึงประสงค์จะอยู่และร่วมงานด้วย กับคนที่บุคลิกต่างจากเกษ และแนวความคิดที่แตกต่างกันออกไป ยากมากๆ ที่จะทำงานร่วมด้วย และสิ่งที่มองเห็น ความเป็นตัวของตัวเองที่ต่างกันออกไป .... ในเวลานี้เกษก็ได้แต่อธิษฐานกับพระเจ้า ที่จะพึ่งกับพระเจ้าในความอ่อนแอที่เกษกำลังเผชิญอยู่ เกษกำลังเลือก ... พยายามที่จะรักเค้า เกษพยายามที่จะช่วยเค้า (แต่ยอมรับตรงๆ ว่าเกษช่วยอะไรไม่ได้เลย) พระเจ้ากำลังท้าทายนะ ว่าเกษจะเชื่อฟังพระเจ้า ยอมทำในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่พระเจ้าขอให้เกษทำ ให้กับพระเจ้าได้ไหม??? แม้ส่วนเล็กน้อยที่จะสามารถเติมเต็มในชีวิตของใครคนหนึ่งเพื่อในอนาคตที่เค้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่จำเป็นที่เค้าจะต้องรู้ตัว แต่พระเจ้ากำลังเฝ้ามองการกระทำของเกษอย่างลับๆ และกำลังแสดงความรู้สึกอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ... โอเคค่ะ พระเจ้า เกษอยากทำ เกษอยากยอมกับพระเจ้า เกษอยากมองที่พระเจ้าไม่ใช่ที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง และเพื่อที่จะให้พระเจ้าได้รับการสรรเสริญ แม้ไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่เกษทำ แต่ว่าพระเจ้าเป็นผู้เห็นชัดเจนทั่วทั้งหัวใจค่ะ ... ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่สำแดงความจริงนี้ให้เกษเห็นและคิดได้ เพื่อที่เกษจะหันหลังที่จะช่วยพี่น้องของเกษ ทั้งๆ ที่เค้าอยู่ในความต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ทั้งด้านจิตวิญญาณและฝ่ายร่างกาย ... ขอบคุณพระเจ้าค่ะ

ความคิด แยกปัญหาออกเป็น 2

Sunday, September 11, 2005

วันนี้ไปโบสถ์มา .. ที่บ้านน้ำเค็ม ... จริงๆ ก็ไม่ทันได้ตั้งต้นคาดหวังว่าพระเจ้าจะตรัสอะไรกะเกษหรอกนะ ตอนที่นมัสการก็รู้สึกสัมผัสพระวิญญาณได้ง่ายๆ ก็เลยรู้สึกเต็มที่หน่อย (แต่ในใจก็ยังมีความคิดเศร้าและกังวลในหลายๆ อย่าง) เมื่อตอนฟังเทศน์ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับปฐมกาล 26 ซึ่งเป็นเวลาที่ความทุกข์ยากลำบากเข้ามาเยี่ยมเยียนอิสอัค ความกันดารอาหารเกิดขึ้น และอิสอัคก็จะย้ายไปยังที่อื่น (นั่นคือปัญหาทางฝ่ายกายภาพที่เรามองเห็นได้) แต่พระเจ้ากลับบอกให้อิสอัคอยู่ต่อเพราะนี่คือแผ่นดินพันธสัญญา .. พระเจ้าจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด แต่ว่านะ ตามสายตาของเราแล้ว แทบจะมองไม่เห็นการรื้อฟื้นหรือความเป็นไปได้แต่น้อย ..(ในทางกายภาพ) แล้วเราจะยึดมั่นกับอะไร? มันก็โดนเกษเข้าโป๊ะ ในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ความกังวลใจของเกษ ที่เป็นเหมือนอิสอัคก็คือว่าจะออกจากความยากลำบากนั้นซะ ไม่อยากต้องทน ไม่อยากต้องเผชิญหน้ากับมัน มีหนทางที่ง่าย และเป็นวิถีทางที่เกษคุ้นเคยที่จะใช้วิธีเหล่านั้นแก้ปัญหาของตัวเกษเอง แต่ความมุมมองของพระเจ้ากลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย เกษได้พระคำของพระเจ้าหลายๆ ครั้งด้วยกันที่จะดำเนินต่อไปในความเชื่อ และในขณะเดียว สถานการณ์ทางกายภาพที่เป็นปัญหานั้นจะแก้ไขได้ก็ด้วยการที่เรามองในฝ่ายจิตวิญญาณเช่นเดียวกัน เมื่อพระเจ้าบอกกับเกษให้อธิษฐานต่อไปด้วยความเชื่อ อนาคตของเกษอยู่ในองค์พระเยซูแล้ว เกษมีสิ่งที่สมบูรณ์อยู่ในชีวิตคือ พระเยซู แต่เกษหันสายตาของตัวเองมามองที่ปัญหาฝ่ายกายภาพแล้วก็พยายามดิ้นให้หลุด ... โดยที่พระเจ้าบอกให้อธิษฐานต่อไปอย่างมีความเชื่อ แล้วเกษก็ไม่เอาสิ่งที่พระเจ้าตรัสนั้นมาประยุกต์เข้ากับการแก้ปัญหาของตัวเอง .. ความคิดของเราพยายามแยกแยะปัญหาออกเป็นสองฝ่าย แต่พระเจ้ารวมเข้ากันให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่เราจะไปพร้อมๆ กับมันได้ ... และเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้ ยากเหมือนกันเมื่อเกษรู้สึกว่า พระเจ้าคะ ในที่ๆ แห้งกันดาร และมองไม่เห็นอนาคตที่จะปักหลักความเชื่ออยู่นี้ เกษจะอธิษฐานต่อไป แล้วจะขอต่อไปได้ยังไง เกษอยากเป็นอิสระและขอออกไปเจอกับสิ่งใหม่ที่ง่าย ไม่ดีกว่าเหรอ???

ในบทเดียวกันนั้น อิสอัคยึดมั่นกับพันธสัญญาของพระเจ้า และเค้ายังอยู่ในแผ่นดินนั้นต่อไป แม้ว่าเค้าจะล้มลุกคลุกคลานอยู่บนความบาปหลายๆ อย่างและมีเหตุให้ต้องท้อใจหลายต่อหลายครั้ง แต่อิสอัคยังคงยืนหยัดอยู่ในแผ่นดินนั้น เพราะพระเจ้ามอบให้กับอิสอัคแล้ว .. ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายเกษอีกนั่นแหละ แม้มองไม่เห็นว่าความเป็นไปได้จะเกิดขึ้นกับเกษ ... เกษจะทำยังไง แม้ว่าจะมีการท้อใจเกิดขึ้นในหลายๆ ครั้ง เกษยังจะ "อยู่" หรือเปล่า ... มันไม่ง่ายเลยถ้าต้องแลกกับความเจ็บปวดที่เป็นฝ่ายเฝ้ารอ .. แต่เกษก็รู้ด้วยว่ามันคุ้มค่าจริงๆ เฮ้อ ... หนักใจ แต่ก็นะจะเรียนรู้กันไปกับพระเจ้าในแต่ละวัน แต่ละวัน แต่ละวัน ขอพระเจ้าช่วยเกษหน่อยหละกัน

รักนะเจ้าคะ

ความต้องการที่พระเยซูมองเห็น

Friday, September 09, 2005

ในพระคัมภีร์ มัทธิว 7 ได้เล่าถึงเรื่องของชายโรคเรื้อนคนหนึ่งที่เค้าเข้ามาหาพระเยซูแล้วขอว่า "เพียงแค่พระองค์ทรงโปรด ข้าพระองค์ก็จะหายจากโรคเรื้อนได้" แล้วพระเยซูก็อนุญาตให้หายพร้อมกับบอกว่า "เราพอใจแล้ว จงหายจากโรคเถิด" เกษก็เลยได้แง่มองอีกแบบว่า สิ่งที่พระเยซูเห็นในตัวเกษเองคือ ความต้องการ แท้จริงแล้วเนี่ย เกษกำลังต่อสู้อยู่กับความรู้สึกของตัวเอง เกษกำลังเกาะแน่นกับความรู้สึกแย่ๆ และความไม่สมปรารถนาตามเวลาที่เกษวางไว้เอง แล้วเกษก็พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ นานาด้วยกำลังของตัวเกษเอง แล้วเป็นไงคะ รู้สึกว่าบาดแผลเริ่มจะขยายวงกว้างเข้าไปทุกทีๆ

ในตอนที่รู้ว่าถ้าเกษเฝ้ามองที่พระเยซู อ้อนวอนกับพระเยซู และไม่มองว่าโรคที่เกษมีอยู่เนี่ยเป็นเรื่องใหญ่กว่าพระเยซู (คือมีความเชื่อ)เกษก็จะเป็นอิสระได้ จริงๆ แล้ว เกษกลัวที่จะตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วจมอยู่กับความรู้สึกที่แย่ของตัวเอง จมอยู่ในอารมณ์เศร้า แต่ตอนนี้เกษได้เห็นการทำงานของพระเจ้าที่ย้ำให้เกษรู้ว่า พระเจ้ามีแผนการ พระองค์มีสิทธิอำนาจ แค่คำพูดที่บอกว่า พระองค์พอใจแล้ว เมื่อมองเห็นสิ่งที่เกษเสนอต่อพระองค์ว่าเกษต้องการ เกษอยากได้รับการรักษาจากพระองค์ เพราะเกษมีความเชื่อว่า แค่พระองค์ทรงโปรดให้เกษหายเป็นปกติ เกษก็จะหายเป็นปกติจริงๆ เชื่อหรือไม่ว่า 2 วันที่ผ่านมาเกษรู้สึกว่าเกษเริ่มเดินออกจากความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้น หันมาพึ่งพิงในพระเยซูมากยิ่งขึ้น

มากไปกว่านั้น ค่าที่เกษต้องจ่าย ท่ามกลางพายุที่เกิดขึ้นในชีวิตของเกษ เกษกำลังมองดูอยู่ที่พายุ และค่าที่เกษต้องจ่ายเมื่อเกษเลือกเป็นสาวกของพระเยซูก็คือว่า ความโดดเดี่ยว ความเหงาที่เกษเผชิญอยู่ ทำให้จุดจ้องมองที่เกษสมควรมองกลายเป็นแต่ปัญหา แล้วลงโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ แต่พระเจ้ากำลังให้เกษพักสงบอยู่ท่ามกลางพายุที่กระหน่ำอยู่ภายนอกนั่นเอง อย่างที่พระเยซูทรงบรรทมหลับสนิทในเรือที่มีพายุ แล้วด้วยความเชื่อก็คือว่า เกษจะพักสงบอยู่ในพระเจ้า และมองดูที่พระเจ้าไม่ใช่กับพายุที่บ้าคลั่งอยู่ข้างนอก แล้วสิทธิอำนาจที่พระเจ้ามีจะทำให้พายุเหล่านั้นสงบลงด้วยความเชื่อที่เกษจะอ้อนวอนจากพระองค์ และในความเหงาที่เกษเผชิญอยู่ ณ บางเวลาที่พระเจ้ากำลังดึงเกษให้เข้าใกล้หัวใจของพระเจ้ามากขึ้น ให้เกษพักพิงในความรักของพระเจ้า และให้รอบข้างที่เกษอาศัยนั้นกอปรไปด้วยพระพร ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับคนอื่นๆ และมีโอกาสที่จะได้ร่วมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับคนอื่นๆ ช่วยหน่อยนะ ช่วยอธิษฐานเผื่อให้เกษมองดูที่จุดนั้น ไม่ใช่แค่ความคิดของตัวเองและสิ่งที่เกษเลือกเพื่อตัวเองเพียงเพราะคิดว่าเป็นวิถีที่ง่ายและดีที่สุดของเกษ แต่พระเจ้าทรงห่วงใยและแคร์สำหรับทุกๆ คน ดังนั้นสิ่งใดก็ตามที่เกษทำแล้วกระทบต่อคนอื่น พระเจ้าก็ไม่ยอมให้เกิดขึ้น และท้ายที่สุดก็เป็นเวลาของพระเจ้าเองที่จะบันดาลทุกสิ่งให้เป็นตามน้ำพระทัยของพระองค์ ในเวลาที่เป็นของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งและไม่ยอมให้เกษทำตามใจ เพราะพระองค์ทรงห่วงใยเกษ และพระกายของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่เปิดเผยพระองค์เองต่อเกษ

ที่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

Monday, August 29, 2005

เกือบ 3 อาทิตย์แล้วนะเนี่ยที่ได้กลับมาอยู่ในจังหวัดพังงา ซึ่งเคยเป็นที่นู๋เกษพักพิงมาตลอด 18 ปีจนกระทั่งย้ายตัวเองออกจากเมืองที่รักแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

การกลับมาเที่ยวนี้ก็มีอะไรเด็ดหลายๆ อย่างที่ทำให้นู๋เกษคิดถึง 1. ก็ชีวิตในตอนเป็นเด็กจนกระทั่งจบม.6 เลย 2. ความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องในอดีต รวมไปถึงเพื่อนๆ ทั้งหลาย 3. ความเปลี่ยนแปลงในทุกสิ่ง จนกระทั่งเกษรู้แล้วว่าชีวิตกำลังเดินต่อไปข้างหน้า พระเจ้าเรียกให้เกษออกมาจากที่นี่เพื่อเติบโตขึ้นกลับพระเจ้าและออกผจญภัยไปกับพระสุรเสียงของพระองค์

เวลานี้ก็ปักหลักชั่วคราวอยู่ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา มีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เกษได้ผ่อนคลายเช่น ทะเล ท้องฟ้าสีคราม ภูเขา น้ำตก ต้นไม้ ป่าไม้ และความเงียบสงบ เกษเข้าใจแล้วว่าทำไมลักษณะนิสัยของเกษถึงชอบอยู่กับธรรมชาติ เพราะว่ารอบด้านในจังหวัดพังงามีทุกสิ่งที่พระเจ้ารวบรวมเข้าด้วยกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าเพียงเมืองเดียวจะครบบริบูรณ์แทบทุกด้าน เกษชอบความเป็นอยู่เรียบง่ายและการอยู่กันเป็นครอบครัวของที่นี่ การที่เกษได้กลับมาสู่จุดนี้ ทำให้เข้าใจถึงลักษณะของคนภาคใต้ได้ชัดเจนขึ้น และในส่วนตัวแล้ว จังหวัดพังงาก็อยู่กันแบบครอบครัวจริงๆ เกษชอบที่เฝ้ามองการดูแลห่วงใยซึ่งกันและกันของครอบครัว แม้ว่าแต่ละครอบครัวจะทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่เคยทอดทิ้งใครในเวลาที่เขาเดือดร้อน แม้จะมองว่าพังงาไม่ยอมผันตัวเองไปสู่สังคมธุรกิจ แต่นี่ก็เป็นข้อดีและลักษณะพิเศษของที่นี่ เกษรักเมืองพังงา รักสถานที่ที่เกษได้อาศัยอยู่ตลอดเกือบครึ่งชีวิต แม้รู้ตัวเองว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับมาปักหลักที่นี่ แต่ก็ขอขอบคุณพระเจ้าที่อนุญาตให้ชีวิตน้อยๆ ได้ลืมตาอ้าปากท่ามกลางการทรงสร้างอย่างบริบูรณ์ของพระองค์ที่นี่

ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ว่านะ เกษก็ได้พักผ่อน และใช้เวลากับพระเจ้าอย่างเต็มที่ ยอมรับตรงๆ ว่าการอยู่กับครอบครัวเป็นเรื่องที่อึดอัด อาจเป็นเพราะว่าเกษอยู่ในวัยที่ต้องอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง และในเวลาที่เกษอยู่คนเดียว เกษรู้สึกเป็นอิสระอย่างเต็มที่ อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป และอยากกินอะไรก็หากินเอง .... ช่วงเวลาที่อยู่ที่บ้านก็มีของให้กินเยอะ มีคนใส่ใจเยอะ คือทั้งพ่อและแม่ ญาติๆ แต่ด้วยความที่เกษไวในการปฏิเสธเลยทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่เอาใจยาก (แฮะๆ ที่อยู่ด้วยตัวเองมา 5 ปี เปลี่ยนนิสัยไปเยอะพอควรแฮะ) ...... และในที่สุด เกษก็รู้ว่าสิ่งที่เกษทำได้ตอนนี้ก็คือ เป็นนักอธิษฐานค่ะ .... ได้รับการท้าทายในหลายๆ ด้านจากพระเจ้าด้วยเหมือนกัน นี่เป็นเรื่องราวชีวิต ความคิดของสาววัย 23 นะเนี่ย =)

เดือนสิงหาคมแล้ว

Monday, August 01, 2005

เพิ่งจะสังเกตว่าในเดือนกรกฎาคมเนี่ย เจ้าเกษโพสท์เพียงแค่ครั้งเดียวเอง โถ ... น่าสงสาร

ก็มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นน่ะนะ และได้เรียนรู้อะไรกับพระเจ้าเยอะมากเหมือนกัน ทั้งเรื่องความรู้สึกและความต้องการที่เกษจะต้องเริ่มพึ่งพาในพระเจ้ามากขึ้น ที่ผ่านมา 5 เดือนเสียค่าโทรศัพท์คุยกับเพื่อนไปเยอะ และรู้ด้วยว่าเพื่อนๆ เกษเองก็เสียค่าโทรศัพท์เพื่อที่จะคุยกับเกษเยอะเหมือนกัน แต่เกษได้พยายามอยู่อย่างมีความสุขกับจุดที่เกษอยู่แล้ว ทีแรกก็ดีใจคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้กลับไปสู่บ้านหลังที่ 2 ของตัวเอง แต่ว่านะ แผนการของพระเจ้าก็ยังไม่หยุดยั้งแค่นี้ พระเจ้ายังอยากใหเกษกลับมาอยู่ที่เชียงรายอีก เกษดีใจมากที่จะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้นานแล้ว ไม่ฝันหรือตั้งเป้าหมายว่าจะดีเริด แต่เชื่อแค่ว่าพระเจ้าจะเป็นตัวประกอบให้โรงเรียนสร้างสาวกของเชียงรายเป็นโรงเรียนที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่จริงๆ

ที่เกษตื่นเต้นไปกว่านั้นก็คือว่า จะได้กลับไปที่บ้าน ไปเยี่ยมคุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาวน้องสาวที่รักของเกษทุกคน แม้จะอยู่ที่บ้านไม่นานนัก เพราะพระเจ้าอนุญาตให้เกษมีเวลาไปช่วยเหลือที่อื่นๆ อีกด้วย ในแถบสึนามิ นะ ตื่นเต้นที่จะได้เห็นและทำสิ่งใหม่ๆ อะไรอีกหลายๆ อย่าง และยิ่งไปกว่านั้น ได้มีส่วนร่วมในการขยายอาณาจักรของพระเจ้า ไม่รู้หรอกว่าสองมือที่เกษมีจะทำได้แค่ไหน รู้แค่ว่าพระเจ้าอยู่กับเกษและพระเจ้าจะเป็นผู้ใช้สองมือ และหัวใจที่เกษมี เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าต่อชีวิตเป็นหลายร้อยชีวิตที่นั่นได้รู้จักกับพระองค์ ได้รับความรอดและมาสู่ความสว่าง ความหวังที่พระเจ้าจะให้


คิดถึงเพื่อนๆ ทุกๆๆๆ คนนะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ใจของเกษก็อยู่ด้วย เป็นกำลังใจให้เสมอ เพราะรู้ว่าการดำเนินชีวิตแต่ละวันไม่ง่ายเลย เจออะไรหลายอย่าง ความรู้สึกอารมณ์ ตัวที่ท้าทายทำให้เรารู้สึกไม่ดีก็มีเป็นร้อยเป็นพันในแต่ละวัน พระเจ้าอยู่กับเรา พระเจ้าสร้างเรา พระเจ้าเข้าใจเรา และพระเจ้าเท่านั้นจะเป็นผู้ปลอบประโลมในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ

นี่นะ ลืมอดีตที่ผ่านมาแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า เพื่อที่จะก้าวไปเรื่อยๆ สู่จุดที่เราวาดฝันไว้ พระเจ้ายิ่งใหญ่และเป็นกำลังใจให้เรา เตรียมทางนั้นไว้ให้เรา ขอบคุณพระเจ้าค่ะ

ก้าวต่อไป

Friday, July 01, 2005

หวัดดีจ๊ะ

ขอโทษนะที่ครั้งที่แล้วตกหล่นชื่อของเพื่อนคนสำคัญอีกคนไป คือ ซาร่า ฮอร์ทอน นั่นเอง เพราะว่าตอนนั้นอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยกันเลยทำให้เกษไม่ได้ post ชื่อเจ้าหล่อนลงไปด้วยอ่ะนะ แต่ก็ขอบคุณที่เพื่อนที่รักเข้าใจ

ตอนนี้ก็มาถึงจุดที่รู้แล้วว่าพระเจ้าแสนสัตย์ซื่อต่อเกษมากขนาดไหน ในเดือนก่อนนู้นเกษก็นั่งเสียใจและรอคอยต่อไปว่าพระเจ้าจะนำไปทำอะไร เมื่อไม่มีโรงเรียนเต้นในมอนเทน่าแล้ว ณ วันนี้เกษก็รู้แจ้งแล้วว่าโรงเรียนจะมีและรอคอยพระเจ้าต่อไป ที่จะเปิดหนทางให้เกษได้มีส่วนเอี่ยวเข้าไปในโรงเรียน ค่ะ นั่นคือเกษมีเวลาเหลืออีก 4 เดือนที่จะนอนตีพุงรอคำตอบจากโรงเรียนว่าเค้าจะรับเด็กตาดำๆ ตัวดำๆ คนนี้เข้าไปเผ่นผ่านในโรงเรียนเค้าด้วยหรือเปล่า จึงทำให้เกษชักอยากจะเห็นหน้าพ่อหน้าแม่แล้วจิ คิดถึงน้องสาวสุดที่รักทั้งสองคน และพี่สาวของเกษด้วย ตั้งใจว่าจะกลับบ้านนานแล้ว แต่โอกาสไม่อำนวย (เพียงคำแก้ตัวหรอกนะ) ดังนั้นหลังจากเสร็จเรื่องจากงานประชุมประจำสองปีของวายแวมประเทศไทยแล้ว นู๋เกษจะดิ่งพสุธาจากภาคเหนือเกือบสุด ลงไปยังภาคใต้เกือบสุดหละ ไปเยี่ยมครอบครัวและทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยการอุทิศตนช่วยเหลืองานของพันธกิจ Step Ahead ที่พังงาต่ออีก 2 เดือน เพื่อที่จะสำเร็จความตั้งใจเดิมของนู๋เกษและอยากเห็นงานของพระเจ้าขยายออกกว้างในอาณาเขตนั้น จริงๆ อยากทำอะไรใหม่ๆ ที่เกษไม่เคยทำและได้ประสบการณ์อีกรูปแบบนั่นแหละ เสียดายที่มีเวลากับเพื่อนเพียงแค่ 4-5 วันในเดือนสิงหาคม ทั้งที่ห่างกันมาตั้ง 4-5 เดือนแล้ว ว้า... เสียดายจัง แต่ว่านะ ภาระกิจของพระเจ้าต้องมาก่อน ดังนั้นก็เก็บไว้ในคำอธิษฐานของกันและกันนะ แล้วจะกลับมาใช้เวลาด้วยแน่นอน หลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ดังนั้นก็เหลือเวลาอีกไม่กี่อาทิตย์ในเชียงราย แหม กำลังสนุกเชียวและเพลิดเพลินจนลืมวันแล้ว แต่มานับอีกที เอ้ย เหลือแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้นเองแหละ แต่ก็คงจะมีเวลาที่ดีๆ กับทุกคนที่นี่แน่นอน .. ขอบคุณพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดที่นำหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าขาดพระเจ้าไป ชีวิตเกษจะอยู่ยังไง? นี่ขนาดว่าพยายามพึ่งพระเจ้า แต่ก็มารู้ตัวอีกที เอ้า นี่เราทำอะไรลงไปหว่า??? เหอๆ ก็นะ ยังคงตะเกียกตะกาย และพักพิงในพระคุณอันล้นพ้นของพระเจ้า ชื่นใจที่พระเจ้าอยู่ใกล้ๆ และเคียงข้างเสมอ ไม่ว่าเกษจะเป็นไง พร้อมๆ กับเพื่อนๆ ทุกๆ คน (ไม่ตกใครแน่นอน ครั้งนี้) เพราะเป็นแหล่งกำลังใจสำคัญให้เกษมุ่งหน้าไปถึงสุดหมายนะ เอาหละพระเจ้าอวยพรทุกท่าน คิดถึงมากๆ จ๊ะ ดูแลตัวเองกันด้วยนะ

รักจ๊ะ
เกษ

ไม่มีรูปโชว์นะ เสียใจด้วย

Saturday, June 11, 2005

ประกาศ ประกาศ

นู๋เกษได้ตัดผมแล้วจ้า ไม่ยาวแล้ว ดีใจจะตาย เนื่องมาจากอากาศที่ร้อนระอุ ทำให้เกษเฝ้าแต่นั่งฝันว่าตัวเองไปตัดผมซะสั้นจู๋เป็นสาวทอมซะทุกที แต่ตอนนี้ก็ต้องย้อนมาคิดว่าเก็บผมไว้ทำสวยเวลารำ จะได้เหมือนคนไทยเข้าหน่อย จำเป็นต้องตัดออกแค่ 7 นิ้วอ่ะนะ ทั้งที่แหม... เจ้าของร้านอยากตัดให้สั้นดังใจเกษจะแย่ ... ทำเอาเกษเกือบได้ผมสั้นซะ.. อ้อและก็ดำเนินการโกรกแล้วด้วยช่างที่ส่งตรงมาจากอเมริกาค่ะ .. น้องนู๋ซาร่าเองแหละ อิอิ เลยทำให้มั่นใจ ทำอะไรได้อย่างเต็มที่

ตอนนี้ก็ดีใจสุดเพราะอยู่ที่เชียงใหม่เจ้าค่ะ ได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง พูดให้ง่ายได้ใช้เวลากับเพื่อนที่รัก พักผ่อน อธิษฐานไปตามเรื่องและอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ซะมั่ง เปลี่ยนบรรยากาศ ให้เดาว่าต่อจากนี้ไปก็จะไม่ค่อยได้มีเวลาว่างซะเท่าไหร่เพราะยังมีอะไรหลายๆ อย่างให้คิดและให้ทำอยู่เยอะ ยังคงอธิษฐานต่อไปและรอดูว่าอนาคตจะหมุนไปทางไหน... แต่ความจริงก็คือความจริง เกษต้องยอมรับความจริงในทุกๆ อย่างค่ะ เห้อ.. หนักใจเมื่อมีอะไรหลายๆ อย่างที่เข้ามาในความคิด แต่ว่าพระเจ้าจะทำงานที่สุดยอดให้กับเกษแน่นอนเนาะ เชื่อว่าอย่างนั้น เลยเฝ้ารอแล้วรออีก และพึ่งอยู่ในคำอธิษฐานตลอด ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเพื่อนที่รักทุกๆ คนเลยนะ ยัยแต ยัยแล็บ ยัยดาว ยัยรัตน์ ยัยเปิ้ล ยัยเดียร์ ยัยบุ๋ม คุณชายเอเดรียน และคนอื่นๆ อีกเป็นกอง เพราะได้มีส่วนในการสร้างเกษให้เป็นเกษ รักพวกเธอนะ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว อยากเจอหน้าเร็วๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นโอกาสไหน ยังไง ... มีความหวังอยู่ในพระเจ้าเสมอก็พอเนาะ? อิอิ พระเจ้าอวยพรค่ะ

ต้องเดินต่อไป

Friday, June 03, 2005

หวัดดีเจ้า

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกัน นี่นะ ก็ปาเข้าไปสู่เดือนที่ 3 กว่าๆ แล้วที่พักอาศัยอยู่ที่เชียงราย แต่ในความรู้สึกก็มันนานนะ เหลืออีกเดือนกว่าๆ จะป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ จริงๆ แล้วชีวิตของนู๋เกษก็เสาะแสวงหาอะไรที่ท้าทาย และบ้าระห่ำอยู่ไปเป็นปกติสุขชนทำมากกว่า แต่นะ ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรเด็ดดีมาให้ตื่นเต้นเลย เฮ้อ....

นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกำลังเลื่อนลอย ก็นะ พระเจ้าไม่เคยทำให้เกษว่างกับการไม่คิดเลย หลายๆ ครั้งที่เกษอ่านข้อพระคัมภีร์ เป็นเหมือนบทท้าทายให้เกษลองทำดู ลองอธิษฐานแบบนี้ดู ลองมีความเชื่อแบบนั้นดู แล้วในที่สุดก็ทำให้เกษเห็นบทการทำงานที่พระเจ้าอวยพร แม้ว่าวันนี้เกษยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากพันธกิจ แต่ว่าพระเจ้าก็ปลอบใจและให้บทเพลงในใจแก่เกษ และที่สำคัญทำให้เกษก้าวต่อไปได้ในแต่ละวันโดยปราศจากความคิดที่ต่อสู้กับตัวเองและกระวนกระวายอีก นั่นแหละ คือวิธีการที่พระเยซูทรงเลี้ยงคนให้อิ่มกับขนมปังและปลาที่พระเจ้าประทานผ่านทางพระองค์ และให้เราได้พักความเหนื่อยอ่อนอยู่บนพื้นหญ้า

คงอีกไม่นานที่เกษจะได้คำตอบ ที่แน่ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้าในชีวิตของเกษ รู้แค่ว่าจะดำเนินชีวิตเหมือนพระเยซู และมีความชื่นชมในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ ... และมีความเชื่อในสิ่งดีที่พระเจ้าเตรียมให้ เดินต่อไปกับพระเจ้า เกษจะเป็นเกษเสมอไปณ เวลาที่เกษมีลมหายใจอยู่ ขอบคุณพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเกษขนาดนี้ ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆ คนนะคะ และขอให้ช่วงเวลาของการเรียนรู้และเติบโตเกิดผลในชีวิตของพระเยซูต่อไป เพื่ออวยพรซึ่งกันและกัน และให้อาณาจักรของพระเจ้าลงมายังแผ่นดินโลกทุกๆ วัน

พระเจ้าอวยพรค่ะ
นู๋เกษ

หลังจากที่หายไปนานกับภาษาไทย

Thursday, May 19, 2005

หวัดดีค่ะ

หวังว่าทุกคนคงจะสบายดีนะคะ ใครหนอปล่อยข่าวว่าเกษผอม ขอเถียงคอขาด ตอนนี้ไม่ผอมแล้ว อ้วนเอาอ้วนเอาเนี่ย ... แต่ได้เต้นนี่แหละทำให้มีกำลังที่ดีขึ้น

ตอนนี้ก็อยู่สภาวะที่ว่า รอคอยพระเจ้าอย่างเต็มที่ เกษยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงนะ เพราะตอนนี้ก็รู้ข่าวแค่ว่าที่มอนเทน่าจะไม่มีโรงเรียนให้เกษไปเหยียบซะแล้ว โถ... ก็เลยถามพระเจ้า จริงๆ พระเจ้าเปลี่ยนใจเกษตั้งแต่เดือนที่แล้วด้วยซ้ำว่าเกษไม่เหมาะสมที่จะไปที่นู่น แต่เกษก็มีคำถามต่อไปว่าเกษจะทำอะไรให้กับพระเจ้าได้ในช่วงเดือนสิงหาหลังจากที่กลับจากเชียงราย ... นะไม่มีที่ให้ซุกหัีวนอนในกรุงเทพฯก็เลยอธิษฐานอยู่ว่าจะโต๋แต๋อยู่แถวเชียงใหม่ได้ไหม หากพระเจ้าไปนำหละก็ คงจะต้องกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน แต่หวั่นใจเหลือเกินว่าป๊ากะม๊าจะจับเกษให้ทำงานอยู่กับบ้านซะก่อน เหอๆๆๆ แล้วแต่พระเจ้าหละค่ะทีนี้ อะไรจะเกิด มันก็เกิด เกษก็ขอพระเจ้่าและขอบคุณที่พระเจ้านำตลอดเวลาไม่มีขาดนี่แหละ ... ติดตามตอนต่อไปหละกัน มีอะไรเด็ดๆ ดีมาเล่าให้ฟังหรือเปล่า เอาหละพระเจ้าอวยพรขอรับ....

นู๋เกษ

อัฟเดทความเคลื่อนไหวของเกษนะ

Tuesday, April 26, 2005

หวัดดีค่ะ

หายไปนานเลยกับการโพสต์ข้อความ จริงๆ ก็ไม่ค่อยมีคอมฯใช้ และที่ยิ่งไปกว่านั้น คอมฯที่ใช้ก็ไม่สามารถพิมพ์ไทยได้ เลยห่างหายไปนานเลย ขอโทษอย่างจริงใจเลยค่ะ

ตอนนี้ก็อยู่ในการเรียนเต้น และทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเต็มที่ พระเจ้ายิ่งใหญ่มาก เพราะช่วงเวลาที่สับสน ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี และจะเลือกไปทางไหนดี ประมาณว่าเป็น 4 แยกอ่ะนะ และพระเจ้าก็บอกว่าอธิษฐานต่อไป อธิษฐานต่อไป.... ยิ่งทำให้ป่วนประสาทใช่เล่น จนณ. บัดนี้ยังคงดำเนินการอธิษฐานและการรอคอยแบบว่า ใจจดใจจ่อเลย ยิ่งไปกว่านั้น เกษได้สัมผัสถึงความเป็นพระเจ้า ที่พระเจ้าไม่เคยมุสา ไม่เคยโกหก และไม่กลับใจด้วย ความดีที่พระเจ้าทำเพื่อเราในแต่ละวัน และสร้างเกษทุกๆ วัน ทำให้เกษไม่ยึดติดกับความรู้สึกของตัวเองเลย และพยายามจดจ้องที่พระเจ้ามากขึ้นในทุกอย่าง เชื่อในความจริงของพระเจ้าโดยที่ไม่พึ่งพาอยู่ในความคิดส่วนตัวของตัวเอง ทำให้เกษยังคงมีกำลังและเดินกับพระเจ้าต่อไป ทุกวันๆๆ ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้น ทุกความสัมพันธ์ที่เกษสร้างขึ้นมา (พระเจ้าให้มากกว่า) เป็นแหล่งหนุนใจสำคัญให้เกษก้าวต่อไปข้างหน้า เหมือนนี่คือเวทีแห่งชีวิตของเกษ และพระเจ้าเป็นผู้ชักใยอยู่ข้างหลัง พร้อมๆ กันนั้นหลังม่านยังมีคนมากมายที่ช่วยให้เกิดเวทีและการแสดงนี้ขึ้น ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกอย่างที่ทำให้เกษยังเป็นเกษนะวันนี้

นะ ถ้าอยากอธิษฐานเผื่อก็ให้แผนการที่พระเจ้าจะวางให้เกษนั้น เป็นไปด้วยดี ... เกษเชื่อฟังและจะเรียนรู้กับพระเจ้าให้ถึงที่สุด พร้อมๆ กับการรับใช้พระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ เกษอยากรู้จักและรักพระเจ้าอย่างถึงที่สุด ตอนนี้ก็แต่งเพลงขึ้นมาแล้ว สนุกดีแต่ชอบแบบอิสระมากกว่า ตามอารมณ์แหละ ว่างั้น .... เอาหละ คิดถึงจัง และอยากบอกว่า คิดถึงมากๆๆๆ อธิษฐานเผื่อทุกคนนะ พระเจ้าอวยพรค่ะ

นู๋เกษ

อยู่เจียงฮายเจ้า

Thursday, March 24, 2005

ณ. บัดนี้นู๋เกษพำนักอยู่ที่เชียงรายเจ้า

ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี สบายดีและหลายๆ อย่างกำลังปรับตัว การเต้นก็ชอบมากขึ้น แต่ต้องอ่านหนังสือเป็นกองเลยนะ อธิษฐานเผื่อสำหรับความสะดวกของร่างกายด้วยนะเพราะว่าตอนนี้รู้สึกตัวเองแข็งๆ ไงไม่รู้ ยากนิดนึงไม่รู้ว่าจะเป็นไง .... แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดจะเรียนให้เต็มที่เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าและจะทำให้ความฝันของตัวเองที่มีให้ประเทศไทยสำเร็จ .... สั้นๆ แต่ล้นด้วยใจความว่า คิดถึงมากเลย ดูแลตัวเองกันหน่อยนะอากาศร้อนๆ พระเจ้าอวยพรค่า

รายงานตัวขาแสบชอบป่วน

Thursday, March 10, 2005

ซาหวาดดีเจ้าค่ะ

ตอนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่มีที่พักผ่อนในระยะหนึ่งและได้ทำงานที่ต้องทำให้สำเร็จเรียบร้อย ตอนนี้ก็มีอีกหลายอย่างที่กำลังวุ่นๆ ก่อนที่จะได้ออกจากกรุงเทพฯอย่างผาสุก ขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสใช้เวลากับเพื่อน และน้องๆ บางคนเท่าที่มีโอกาส ขอบคุณพระเจ้าที่นำเกษมาฟื้นใหม่ในจิตวิญญาณ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากที่จะก้าวไปสู่จุดใหม่ และบทเรียนจาก 2 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยทำให้เกษลืมว่าพระเจ้าทำอะไรบ้างในความคิดของเกษเลยนะเนี่ย เป็นปลื้ม ...

สุขสบายดีเจ้าค่ะ ทั้งฝ่ายร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ วันนี้มีหงุดหงิดและเสียความรู้สึกอยู่บ้างกับความผิดพลาดและความขี้เกียจของตัวเองแต่ก็นะ ..... ทำไงได้ เมื่อเราพลาดไปแล้วกระทบก็ต้องมานั่งแก้ แต่ตอนนี้ก็ไม่มีกำลังนั่งแก้แล้วค่ะ งานล้นมือเลยอิอิ .... เอาเถอะ แบบว่าอะไรจะเกิดก็เกิด เกษเป็นแค่มนุษย์มีเวลาที่แสนจำกัดเลยทำให้ไม่สามารถจัดการทุกเรื่องด้วยกำลังของเกษเองได้ สุดที่เหลือก็แล้วแต่สติปัญญาที่พระเจ้าให้กับแต่ละคนที่จะแก้ปัญหาเถอะ .... ทำดีที่สุดแล้วค่ะ

ใกล้ไปแล้ว ดีใจ แต่นะลืมนับวันเวลาได้ไง แปลกมากนะ ปกติแล้วเกษจะชอบนับในเวลาที่เกษจะทำอะไร แต่นี่เหมือนลืมตัวเลย ตื่นเช้าขึ้นมาก็คิดว่าวันนี้เป็นอีกวันต้องทำอะไรบ้าง แต่พอคิดอีกที เอ๊ะนี่มันเหลือแค่สองวันเองนะ ต้องไปเชียงรายแล้ว วันมะรืนนี้แน่ะ อิอิ ... ช่างเถอะ ไม่คิดมาก โหๆๆ นี่แหละเกษหละ แต่ความจริงก็คือว่า เกษอยากตั้งใจทำในสิ่งปัจจุบันที่พระเจ้าให้ ให้ดีที่สุด จริงอยู่ว่าอนาคตเกษต้องวางแผน ก็เกษวางแผนเสร็จแล้วไง ก็แค่รอให้เกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันต้องจัดการกับเวลาในปัจจุบันด้วย ทำให้ดีที่สุด รู้สึกมีสันติสุขและมั่นคงมากขึ้นนะ ยิ่งวันนี้เป็นวันที่ตื่นขึ้นมาด้วยฝันร้ายน่ากลัวแบบนั้นด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รู้หวาดไหวมาก แต่พระเจ้ายิ่งใหญ่และเข้าใจ คำพูดในข้อพระคำก็ผุดขึ้นมา อย่ากลัวเลย เพราะเราจะอยู่กับเจ้า เราจะช่วยเจ้า และเราจะฟังเจ้า เกษก็เปรียบเหมือนเด็กน้อยที่อยากมีกำลังและความเข้มแข็ง แต่ในที่สุดเมื่อพระวิญญาณนำ เกษก็จะเรียนรู้จากฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณจริงๆ

ตอนนี้เกษไม่สนใจว่าเกษทำอะไรอยู่เพื่อใคร แต่ที่รู้แน่ๆ จะทำเพื่อพระเจ้าและให้พระเจ้าคนเดียวได้รับเกียรตินี้ เด็กตัวร้ายจอมป่วนกำลังก้าวไปสู่สิ่งใหม่เลยตื่นเต้นและอยากแสดงกำลัง อธิษฐานเผื่อหน่อยหละกันที่วันนั้น (วันที่พระเจ้ายิ้มรับอย่างดีใจ) จะมาถึงนู๋เกษ (ให้ตานู๋เกษเห็น ให้จิตใจสัมผัสได้) แค่นั้นก็พอใจแล้วค่ะ ... เดินต่อไปกับพระเจ้าเนาะ ว่าไหม?????

คิดถึงน๊า ดูแลตัวเองกันด้วยทุกๆ คน อธิษฐานเผื่อจ๊ะ
นู๋เกษ

อืม .. สุดท้ายแผนการก็เปลี่ยนแปลง

Friday, March 04, 2005

นับจากวันนี้ นู๋เกษก็ยังพำนักรักษาตัวอยู่ในกรุงเทพ เจ้าค่ะ ไม่รู้เหมือนนะ ว่ามาลงอีท่านี้ได้ไงแต่ที่แน่ๆ น้ำพระทัยของพระเจ้าแต้ๆ

เรื่องของเรื่องก็คือว่า พี่ตุ้ยอันเป็นที่รักเพิ่งจะจากไป ปีนี้นับว่าเกษสูญเสียคนที่เกษรักและห่วงใยไปเยอะนะ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือว่าเกษเห็นความสัมพันธ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันผ่านทางเหตุการณ์และหัวใจของพี่น้องหลายๆ คนที่พี่ตุ้ยเข้าไปมีส่วนกระทบได้ยินดีที่จะถวายตัวในการรับใช้ทดแทนเวลาที่พี่ตุ้ยไม่มีอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ... บางครั้งเกษก็ตั้งคำถามกับพระเจ้าว่า คนที่อยากจะไปใจจะขาดอย่างเกษ ทำไมพระเจ้าไปรับเอาไปซะ แต่เวลาแต่ละคนก็ต่างกันไป พระเจ้าหยิบยื่นสิ่งต่างๆ ให้อย่างไม่เหมือนกัน เกษมีความรับผิดชอบอีกเยอะ และที่สำคัญเกษอยากรู้จักกับพระเจ้าให้เยอะกว่านี้ ก่อนที่จะไปเจอหน้าอย่างจริงๆ จังๆ กับพระเจ้าเนาะ ....

ตอนนี้ก็ยุ่งๆ อยู่กับงานแปลขอรับ เลยวุ่นไปวุ่นมา แต่ก็สนุกดีได้มีงานทำไม่ต้องมานั่งคิดอะไรเยอะ และไม่ต้องมานั่งเครียดอยู่ ได้พักผ่อนด้วย เพราะที่ผ่านมาก็ทิ้งเวลาไปกับการอยู่กับเพื่อน แต่เกษน่ะประเภทชอบอยู่คนเดียว ดังนั้นมีเวลาสักหน่อยอยู่คนเดียวก็ได้สบายใจและพักผ่อนดีขึ้น ส่วนเพื่อนๆ ก็ต้องหาโอกาสกลับมาคุยกันใหม่อีกครั้ง แต่ว่านะ เกษเห็นการเติบโตในชีวิตของเพื่อนๆ เกษแล้ว ไม่จำเป็นที่เกษจะเป็นคนนำทางพวกเขา แต่จะคอยแนะ และให้กำลังใจต่อความฝันที่พระเจ้าใส่ไว้ให้ในแต่ละคนต่อไป ณ เวลานี้ เกษต้องแยกออกไปแล้ว เพื่อดูแลในสิ่งที่พระเจ้ามอบให้

บางทีการอำลาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เป็นการยากมากนะ เกษกำลังพยายามอำลาตัวเองออกจากสิ่งเก่าๆ หลายๆ อย่าง เพื่อที่จะเข้าไปสู่สิ่งใหม่และเสาะหาน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างจริงจัง พระเจ้าสัตย์ซื่อนะ ถ้าเราขอ มีเหรอ ที่พระเจ้าจะไม่ให้ เพียงแต่เกษต้องจดจ่อรอคอยด้วยความตั้งใจในการอธิษฐานและมุ่งมั่นให้ชีวิตนี้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าก็เท่านั้น ... ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่เคยสำเร็จถึงขั้นที่ว่านี้สักที นี่แหละมนุษย์หละ ..... เอาเถอะอยากบอกว่าคิดถึงเพื่อนทุกๆ คน รักเพื่อนทุกๆ คนและหวังว่าอีกไม่นานเราจะมีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างความรักและสันติสุขใจนะ ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆ คน รักมากเลย

นู๋เกษ

แพ็คเวลาใส่ขวดแก้วได้ไหม?

Tuesday, February 22, 2005

หวัดดีค่ะ...

วันนี้ก็อยู่ในอารมณ์ซึ้งนะ เพราะกำลังฟังเพลงซึ้งๆ เฮ้อ ..... อีกแค่ 6 วันเองนะ หลากอารมณ์กำลังเร่เข้ามาให้รู้สึก ทำไงได้หละ เป็นคนที่จากไปเนาะ ไม่ใช่คนที่จะอยู่แล้วคนอื่นจากไป ก็รู้สึกอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปจะรู้สึกนั่นแหละ หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่พระเจ้ากำลังปั้น ก็กำลังก่อตัวขึ้นเพื่อผลดีในวันข้างหน้า

ตอนนี้ก็ต่อสู้กับอารมณ์และการที่จะไม่ร้องไห้ ทรมานสิ เก็บของไปอยู่กับอารมณ์ไปเรื่อยๆ เหนื่อยนะ เข้าใจความรู้สึกของซาร่าก็ตอนนี้แหละ ในเวลาที่เป็นฝ่ายจากไป หลายสิ่งที่เราต้องตัดสินใจและเลือก เศร้าที่ว่าเกษใช้เวลาได้น้อยมากกับทุกๆ คน เนี่ยจะร้องไห้ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงการจากไป ใช่เกษไม่เข้มแข็งและไร้ความรู้สึกขนาดนั้น ....

อธิษฐานเผื่อด้วยหละกัน ระยะเวลา มันเหลือแค่ 6 วันเท่านั้นเอง เศร้าจริงๆ และไม่รู้ว่าจะวางแผนอย่างไรที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับทุกๆ คน ... ไงก็ตาม อยากบอกว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ ทำสิ่งที่ยากให้ง่ายสำหรับเกษ และเกษต้องรอต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร ขอพระเจ้าได้รับเกียรติในชีวิตของเกษด้วยเถอะค่ะ

15 กุมภา เนาะ

Tuesday, February 15, 2005

ในวันนี้ ... สวัสดีอีกรอบเจ้าค่ะ

เป็นไงกันมั่ง ... คิดถึงจัง... ณ เวลานี้เพื่อนๆ หลายๆ คนกลับมาจากดีทีเอสแล้ว และเกษได้ใช้เวลาด้วยเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าความจริงแล้วเกษต้องวุ่นอยู่กับงานน่ะค่ะ นี่ก็เหลือแค่อีก 1 อาทิตย์กับอีกไม่กี่วันที่เกษจะไม่อยู่ในกรุงเทพฯแล้ว ตอนนี้แผนการณ์ก็เปลี่ยนสลับไปสลับมา ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และทำให้หลายสิ่งเข้าสู่สภาวะที่ชัดเจนขึ้น เวลาที่เกิดปัญหาก็ต้องปิดตาฝ่ายโลกที่มองด้วยความไม่เชื่อ และเปิดใจดูว่าพระเจ้าจะทำอย่างไร เปิดตาฝ่ายวิญญาณที่จะเข้าใจและเห็นความจริงได้ชัด บางทีท่าทีของเราก็ถูกพระเจ้าตรวจตราอยู่ตลอด และทำให้เกษคิดมากขึ้นว่าเกษจะทำอะไรอย่างไรต่อไป ... ไม่ได้เป็นคนเก่ง ไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบใช่ไหม แต่ที่มีชีวิตอยู่ได้ในทุกวันนี้เพราะพระเจ้าเท่านั้นที่ช่วยเหลือมาตลอด มีกำลังใจ มีความรักและความเข้าใจจากพระเจ้าที่ใส่ให้เต็มถังใจเลย ...... ปลายทางที่เกษเห็นเกี่ยวกับชีวิตเกษ พอที่จะเรียกว่าความหวังได้บ้าง พอจะเห็นความมั่นคงที่พระเจ้าจะสร้างให้เหมือนดังภูผา จริงๆ ก็ต้องยึดความหวังนั้นแล้วก้าวเดินไปต่อ หลายๆ ครั้งที่ไขว้เขว แทบจะรอคำตอบจากพระเจ้าไม่ได้เลย แต่พระเจ้ายิ่งใหญ่สุดๆ ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกษ และเพื่อคนอื่นๆ ทุกคน ตอนนี้ก็ใช้เวลาในการอ่านหนังสือและทำอย่างอื่นบ้างเพื่อที่จะช่วยให้เกษเติบโตยิ่งขึ้นในฝ่ายวิญญาณ เกษต้องดูแลตัวเองแล้ว ไม่อาจจะอยู่ในระบบที่บ้านใจเดียววางไว้ตลอด นั่นคือเกษต้องดูแลจิตวิญญาณของตัวเอง และเลือกในสิ่งที่พระเจ้าให้ เพื่อจะเติบโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการอยู่สนิทกับพระเจ้า และเผชิญชีวิตในแต่ละวันด้วยสติปัญญาที่พระเจ้าให้ ... วันนี้เป็นวันเกิดของพี่ชองอาร์ ผู้หญิงชาวเกาหลีที่เกษรักและรอคอยการได้พบกันอีกครั้ง จึงอยากฝากข้อความนี้ไปยังคนๆ นั้น ว่าเกษยังคงยึดการเป็นตัวอย่างที่ดีของพี่ชองอาร์ ที่จะดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เคยร้องไห้และคิดถึงพี่มากๆ แต่ในวันนี้เกษจะเข้มแข็งขึ้น จะเอาแบบอย่าง และให้ชีวิตเกษเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ให้คนอื่นได้พึ่งพิงเหมือนอย่างที่พี่ได้ทำกับน้องๆ ทุกคนในเมืองไทย รักและคิดถึงพี่สาวที่แสนดีคนนี้ไปตลอด และพระเจ้าเสริมกำลัง เรี่ยวแรง และเป็นที่ผู้ช่วยพี่ชองอาร์ในทุกๆ ทาง ... จะอธิษฐานเผื่อพี่สาวคนนี้เสมอ ขอพระเจ้าอยู่กับพี่และอวยพรพี่ เพื่ออีกหลายๆ ชีวิตที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพี่จะกลายเป็นพี่น้องในพระคริสต์ร่วมกัน ..... พระเจ้าอวยพรค่ะ

แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์

Monday, February 14, 2005

หวัดดีค่า

นู๋เกษรายงานตัวเจ้า ... ไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่อยากอวยพรเนื่องจากวันวาเลนไทน์นี่แหละ อย่าเป็นคนไม่มีคู่เหมือนอย่างเราเชียวนะ อุอุ ไม่ใช่จ๊ะ แค่มีความปรารถนาให้ทุกคนส่งความรักให้ซึ่งและกันอย่างที่พระเจ้าทรงเป็นความรัก จริงๆ แล้วยอมรับว่าเครียดหน่อยๆ ที่เดินไปทางไหนก็เห็นมีคู่รักเต็มไปหมดนะ ทั้งคู่ที่เหมาะสมและคู่ที่ผิดตามพระคัมภีร์ เศร้าใจที่วันนี้จะมีผลกระทบต่อชีวิตของหลายๆ คนโดยที่หลายคนบอกว่าตัวเองมีความรัก แต่จริงๆ ไม่ใช่ความรักเลยแม้แต่น้อย .... ความรักที่แท้คือการให้ ให้ทั้งชีวิตอย่างที่พระเยซูทำจริงไหม? ดังนั้นเกษจึงอยากให้ความรักกับทุกคน แม้ว่าเราจะไม่เป็นคนโรแมนติกเอาซะเลย หรือว่าไม่รู้ว่าจะแสดงความรักอย่างไร ... แต่ลึกๆ ในใจอยากให้ทุกคนเต็มล้นด้วยความรักที่จริงใจต่อกันและกัน ความรักบดบังความผิดและความเห็นแก่ตัวทุกประการนะจ๊ะ ... ขอให้มีความสุขกันจนถึงที่สุดนะจ๊ะ บายครับป๋ม

อิอิ .. เปิดรับอาทิตย์ใหม่อีกทีนึงนะ

Monday, February 07, 2005

ซาหวาดดีก๊ะป๋ม ... เหล่าบรรดาซามาชิก๊วน กวน

รายงานตัวเจ้าค่ะ นู๋เกษประจำกองตามเคย ... มีงานเยอะล้นมือเลย และแผนการก็ต้องวิ่งเปลี่ยนไปตามปัจจุบันทันด่วนเลยขอรับ ... แทบจะขยับตัวไม่ได้เลยว่างั้น นะ ... เวลานี้ก็กำลังปรับตัวกับสิ่งใหม่และการที่จะต้องวางตำแหน่งและหน้าที่ให้กับคนอื่นด้วย ซึ่งไม่ยากอย่างที่คิด แต่สิ่งที่จะท้าทายกำลังคืบและคลานเข้ามา ก็คือการเป็นล่ามผู้อำนวยการกับโรงเรียนนมัสการนี่แหละ แหมนะ ยินดีที่จะได้เจอหน้าเพื่อนๆ ในแก๊งกวนๆ ที่ยึดอาชีพไปดวลกันแถวเชียงใหม่ จบๆ ซะทีเนาะกับดีทีเอสและคงจะพกเอาเรื่องต่างๆ นานาล้นหมองมานั่งเข้าเม่าเล่าให้ฟัง 3 เดือนก็ไม่จบแน่เลย จริงม๊ะ ... เอาเหอะ ทางนี้รอจนเหงือกจะแห้งแล้วคิดถึงเพื่อนเป็นที่สุด คงจะมีพอมีเวลาที่จะซามะคีธรรมกันต่อไปอีกหน่อยอ่ะนะ ... ว่าไปแล้วก็ แทบจะรอให้ถึงวันอาทิตย์ไม่ได้แฮะ

สั้นๆ แค่อยากอัฟเดทตัวข้าเจ้าและอยากอัฟเกรดการใช้ภาษาในระดับที่ป่วนหัวให้เยอะ โอ๊ะ จะมีใครอ่านไหมเนี่ย??? อ่ะนะ จะลดๆ ความป่วนประสาทในโอกาสหน้า แม้ท่านปวดหัวกับการอ่าน ยาหม่องเป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็รีบหาเก็บไว้ใช้ซะ (จะได้ค่าโคนามั้ยเนี่ย?) อิอิ คำสั้นๆ นะขอรับ พระเจ้าอวยพร --- ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้เจ้าค่ะ

ส่งท้ายกันหน่อย

Friday, February 04, 2005

เนี่ย... อยากบอกว่า ... เฮ้อ จะได้พักผ่อนซะที อุอุอุ วันหยุดมาเยือนทั้งที นะ...

ไม่มีอะไรเยอะ แค่จะบอกว่าวันนี้เจอหน้าเจ้าหน้าที่ใหม่ที่จะมาคุมฐานทัพที่นู๋เกษตั้งอยู่ มันดีหน่อยก็งานนี้นู๋เกษเคลื่อนย้ายตัวเองไปทำเกี่ยวกับการแปลอย่างเต็มระบบ ..และเรื่องอีเมล์และเรื่องอื่นๆ จะปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่นรับผิดชอบต่อไป ... เหลืออีกแค่ 3อาทิตย์เองครับพี่น้องที่รัก .. แหวะ .. ไม่ค่อยดีใจมากเท่าไหร่ เพราะซีนนี้มีเศร้าเคล้าเข้าไปหน่อยๆ แหละ ชอบก็ตรงที่จะตื่นสายได้(มั่ง) และใช้เวลากับพระเจ้าได้เท่าที่ต้องการ และมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้หลังจากนี้ ... ประมาณว่าพักผ่อนสักระยะ ก่อนจะเข้าสู่การอบรมอีกรูปแบบที่เชียงรายว่าไปแล้วตอนนี้เกษเองก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับทางนั้น ก็วางไว้กับพระเจ้าหมดแล้วนี่...

ตอนนี้ก็มาสู่ระยะที่ต้องพยายามกลับคืนสู่ปกติทางจิตวิญญาณและจิตใจ ก็จะตั้งมั่นกับพระเจ้าให้มากขึ้นอยากให้ชีวิตของตัวเองก้าวเข้าสู่การออกดอกออกผลและมีอิทธิพลที่ดีต่อผู้คนรอบข้าง อยากรักพระเจ้าให้มากขึ้น อยากเข้าไปสู่การรับใช้แบบเต็มตัวและอยากใช้ชีวิตโสดให้สุดๆ ไปเลย ธรรมดาผู้หญิงความคิดจะมีหลายรูปแบบ ตอนนี้ก็เลิกที่จะคิด เลิกที่จะติดตามคนอื่นมากกว่าพระเจ้าแล้วค่ะ เพราะเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์และคิดว่าน่าจะให้ความสัมพันธ์ทุกอย่างเป็นไปในแบบเพื่อนจึงจะดีที่สุด เนาะ... กำลังพยายามอยู่ท่ามกลางความอ่อนแอและกลัวที่จะล้มเหลวของเกษ ก็มีแต่พระเจ้านี่แหละเป็นที่ยึดได้ในทุกๆ ครั้ง เดินต่อไปกับพระเจ้าและจะอยู่กับพระเจ้าจนเป็นเวลาของพระเจ้าจริงๆ เอาหละพระเจ้าอวยพรค่ะ มีเวลาที่ดีนะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ .. บาย

.. อาทิตย์ใหม่ของการเดินกับพระเจ้า

Monday, January 31, 2005

ก่อนอื่นเลยนะ ขอขอบพระคุณพระเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ที่ชีวิตของนู๋เกษยังคงเดินต่อไป และอาทิตย์นี้ก็เป็นอีกอาทิตย์หนึ่งที่ต้องเดินกับความเชื่อ ...... ต่อไปด้วยกันกับพระเจ้า
สถานการณ์หลายอย่างก็เปลี่ยนไป พระเจ้ากำลังพยายามที่จะปลูกและปั้นให้เกษเป็นในแบบที่พระเจ้าอยากให้เป็นมากที่สุด และเกษก็ยอมกับพระเจ้าที่จะให้พระเจ้าทำอย่างนั้น จนบัดนี้แล้วยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ผู้เป็นที่รักเลย คาดว่าท่านทั้งสองคนได้รับจดหมายจากลูกคนนี้แล้วแหละ แต่ยังไม่เห็นได้รับการตอบสนองหรือปฏิกิริยาตอบโต้ ฉะนั้น ต้องอธิษฐานต่อไปให้พระเจ้าเปิดเผยความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าต่อครอบครัวเดียวที่นู๋เกษถือกำเนิดขึ้นมานะเนี่ย .....
วันนี้ก็เริ่มต้นอารมณ์ขุ่นๆ ตั้งแต่ตอนเช้า ก็ต้องขอโทษกับพระเจ้าอีกหละเพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย นอนไม่พอเลยทำให้เครียดอีกหละ เพราะอยากนอนให้เต็มที่แล้วตื่นมาออกกำลังกายอย่างสดชื่น ดันมีคนมานั่งระบายความในซะ แต่ก็ดีที่เป็นส่วนหนึ่งให้เขาได้เปิดใจและเล่าให้ฟัง ...ขอบคุณพระเจ้าสำหรับตรงนั้น แต่ก็ไม่อยากใช้ข้อนี้เป็นข้ออ้างที่จะทำตัวไม่ดี เวลานี้เกษเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์มากขึ้น เพราะสนิทกับเพื่อนสองคนมากขึ้น และรู้สึกว่าเมื่อใดที่เราคุยกันด้วยหัวใจที่เปิด การก้าวไปพร้อมกันด้วยความเข้าใจเริ่มทำให้เกษเห็นสิ่งที่พระเจ้าอวยพรมากยิ่งขึ้น จริงๆ แล้วอีกแค่เดือนเดียวแล้วนะที่เกษจะเดินทางก้าวต่อไป ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจาก แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนพระเจ้าปกป้องให้อยู่กับคนที่พระเจ้ารักและมีช่วงเวลาของการจดจำได้ดีที่สุด ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ เกษยังต้องเดินไปในความเชื่อและรอดูสถานการณ์ด้วยการเชื่อฟังกับพระเจ้า อย่างที่บอกต่อไปในเดือนมีนาคมเกษจะไปยืนอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย แต่ที่แน่ๆ พระเจ้าจะเป็นกำลัง เป็นความเข้มแข็ง เป็นผู้ประสานเวลาให้เข้ากับแผนการเพื่อเกิดผลดีต่อชีวิตของเกษและทุกคนรอบข้างที่เกษอยู่ด้วย ท้าทายดีออกเนาะ ไม่รู้ ไม่ได้วางแผน สิ่งที่วางแผนไว้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่คิด แต่ทุกสิ่งที่จะเปลี่ยนไปเกษยินดีให้เกิดขึ้นเพราะว่าความรักของพระเจ้า ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าติดตามเกษทุกฝีก้าว อธิษฐานเผื่ออีกหลายๆ คนที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งคนที่สูญเสีย ทั้งคนที่หมดหวัง ทั้งคนที่ยังคงมีหวัง แต่หวังนั้นยังมาไม่ถึง ขอพระเจ้าจะเป็นศูนย์กลางในชีวิต เป็นกำลังและเรี่ยวแรง ให้ยืนขึ้นใหม่อย่างเข้มแข็งและเดินไปข้างหน้าก้าวไปสู่สิ่งที่พระเจ้าได้จัดตั้งไว้ให้ด้วยความเชื่อฟัง ขอพระเจ้าอยู่กับการอดทนทุกอย่างที่เราแบกรับด้วยในเวลานี้ ขอความจริงของพระเจ้าจะชะโลมใจทุกๆ คนที่จะรู้ว่าจุดเป้าหมายในชีวิตของตัวเองในปีที่จะมาถึงหรือเดือนที่จะย่างเข้ามานั้นคืออะไร ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งในร่างกายของพระคริสต์ขอมีส่วนช่วยในการพยุงทุกคนให้ลุกขึ้นใหม่ ผ่านทางคำอธิษฐานและคำหนุนใจเหล่านี้นะ

อยากบอกว่าคิดถึงทุกๆ คนเป็นที่สุด คิดถึงชนิดที่ว่าอยากให้อยู่ใกล้ๆ กันตลอดไป อยากหนุนใจ อยากพบ อยากใช้เวลาด้วย แต่ความหวังเหล่านี้อยู่ในพระเจ้า อยู่ในคำอธิษฐาน และจะมีวันหนึ่งที่เราเฉลิมฉลองร่วมกันตรงหน้าพระเจ้าด้วยกันทุกๆ คนนะ ...รักและคิดถึง .....

วันใหม่ ...

Thursday, January 27, 2005

.... เวลาหนึ่งหวั่นไหว ... ไม่เข้าใจ คิดสับสน .....
.... ครุ่นคิด ครุ่นบ่น ร้อนใจ ... ไม่หยุดนิ่ง ...
.... เลยลืมนึก ลืมมอง พระเจ้าใส่ใจ ต่อทุกสิ่ง ...
.... แหล่งพึ่งพิง ยามท้อ และหมดสิ้นกำลังใจ.....

ธรรมชาติของคนนะ เฝ้าหาหนทางที่ตัวเองจะปลอดภัยและไปสู่จุดที่ว่าใช่หละ อยากเป็นอยากทำ บางทีก็หวั่นไหวกับสถานการณ์รอบข้าง บ่อยครั้งก็มองแบบไม่เข้าใจ จะว่าไป พระเจ้ากำลังจะสอนอะไรผ่านทางนี้ ทำไมเราจึงมองเห็นปัญหาตรงจุดนี้ เกษท้อมากกว่าจะคิดว่าน่าจะแก้ได้เพราะพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลาง เกษเหนื่อยเพราะไม่อยากเป็นนักสู้ และไม่อยากเข้าใจอะไรง่ายๆ ต่างกันแค่เพียงนิดเดียวก็คิดแล้วว่าจะหาทางไป คำพูดเดียวที่ออกมาจากปากเกษคือ คำว่า "ถอย" ถอยมาตั้งหลัก (แค่คำอ้าง) ถอยออกมาเพราะไม่อยากเจ็บ ถอยเพราะไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นอีก แต่พระเจ้าบอกว่าเกษว่า "ก้าว" ก้าวออกไปบนน้ำ เหมือนที่เปโตรทำ ออกไปสิ ก้าวไป ... เหอๆ ขัดแย้งเห็นๆ ใช่มะ? นั่นแหละ เพิ่งจะมารู้จักตัวจริงของตัวเองก็วันนี้แหละ เหอๆ เศร้าดิ ... เมื่อพระเจ้าให้เกษเลือกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกให้ตรงทางของพระเจ้า เพราะที่นั่นจะมีสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกษ เวลานี้เกษต่อสู้กับอารมณ์ตัวเองเยอะ สัญญาณอันตรายหลายๆ อย่างกำลังคืบคลานเข้ามา เพราะเรื่องความสัมพันธ์จะเป็นเรื่องใหญ่สุด เกษพยายามใช้เวลากับพระเจ้าให้มากขึ้นและพยายามสื่อความรักออกไปยังทุกๆ คนแต่ความเหน็ดเหนื่อยประกอบกับความเศร้าที่ต้องจากไปในวันข้างหน้าทำให้เกษเริ่มเก็บตัว เริ่มทำตัวเงียบๆ และไม่อยากพบปะผู้คน ... เลยเกิดคำถามในสายตาของผู้คนรอบข้างเยอะเหมือนกัน ยาดีก็มีแค่คุยกับพระเจ้า ให้พระเจ้าช่วยเท่านั้น เวลานี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ได้นมัสการ ได้ปรึกษาหลายๆ เรื่องกับพระเจ้า หลายครั้งที่เกษทำด้วยกำลังตัวเอง แต่เวลากลับมาหาพระเจ้า พระเจ้าบอกให้อธิษฐานแล้วเชื่อให้สุดใจ มันก็จะเป็นไป เพราะพระเจ้าทรงห่วงใยในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกษ ณ. เวลานี้ขอยึดไว้ซึ่งพระคำที่รักของพระเจ้าที่ว่า "ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ แต่ไวในการฟัง" ฉะนั้น อธิษฐานเผื่ออย่างแรงนะที่จะมีกำลังเป็นต้นไม้ใหญ่เพื่อให้คนอื่นพักพิงกันต่อไป ทุกคนต่างต้องเรียนรู้กับพระเจ้าในวิถีทางที่แตกต่างกันออกไป ขณะเดียวกัน แม้ในสถานการณ์เดียวกัน แต่สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน และในความแตกต่างนี้แหละจะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน จริงไหม??? นั่นแหละคำอธิษฐานของเกษ ขอที่จะรวมหลากความคิดหลายของประทานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ เรามีของประทานที่พระเจ้าให้ก็เพื่อรับใช้ซึ่งกันและกัน บางครั้งเกษเคยบอกกับพระเจ้าว่าทำไมเกษถึงต้องมีของประทานเยอะ (ใช้ไม่ทัน) น่าจะมีแค่อย่างเดียวและทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดเพื่ออวยพรคนอื่น เพื่อให้ข่าวประเสริฐของพระเจ้าถูกประกาศออกไป แต่พระเจ้ารู้จักนิสัยเกษดีว่าจะไม่ยอมพักอยู่กับสิ่งเดียวแน่ เกษจะต้องเสาะหาและทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน (ซึ่งพูดให้ง่ายนิสัยเข้าขั้นประหลาด) ดังนั้นนู๋เกษจึงต้องเป็นนู๋เกษอย่างในทุกวันนี้ไงคะ?????


อธิษฐานเผื่อหน่อยจิ หวั่นๆ ใจและอธิษฐานหนักอยู่ เพิ่งจะส่งจม. ไปเล่าให้ที่บ้านฟังถึงแผนการวันข้างหน้า และในจดหมายก็เขียนซะยึดยาวเกี่ยวกับตัวเกษเอง เหมือนเอาแต่ใจนะว่าจะทำงี้ ทำนั้น ทำนั่น เพราะชอบ แต่สิ่งที่เดียวที่คาดหวัง แม้ว่าพวกเขาไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อยากให้พวกเขาขัดขวางและปิดทาง ขอพระเจ้าจะนำชีวิตของเกษให้เป็นสิ่งอัศจรรย์ต่อพวกเขา ดีหล่ะ จะกลับไปอธิษฐานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อแผนการพระเจ้าที่มีในชีวิตเกษจะรุดหน้าไปเร็วๆ ..... อ่านมาก็ยาวพอควรแล้ว พักสายตาและหาอย่างอื่นทำดีกว่านะ อย่างเช่นอธิษฐานเผื่อเกษ เงี๊ยะๆๆ ฮ่าๆๆๆ (เป็นห่วงคนอ่านขึ้นมากระทันหัน) เอาหละพระเจ้าอวยพรค่ะทุกๆ ท่าน ขอพระเจ้าผู้เป็นที่รักจะเสริมกำลังเรี่ยวแรง และสุขภาพทั้งในฝ่ายจิตวิญญาณและด้านอื่นๆ คิดถึงนะ ... พระเจ้าอวยพรค่ะ

อ่ะนะ ... คิดถึงงงงงง

Thursday, January 20, 2005

เป็นไงกันมั่ง ...แฮะๆๆๆ เริ่มมีอาการไอต่อเนื่อง ... อุอุอุ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกเจ้าค่ะ

อ่ะ .... มากันที่เรื่องอยากเล่า .... เมื่อวันอังคาร (ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ) เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ร้องไห้ขี้มูกไหลเป็นทางไปซะกระหน่ำเลย ก็มันอยู่ที่ว่าตอนเช้านู๋เกษกับยายพากันไปตรวจสุขภาพ ยายเองก็ได้เรื่องที่ตัวเองช็อค.. นู๋เกษก็ไม่ย่อยกว่า ไปเอ็กซเรย์เสร็จกำลังจะไปทำ Skin Test ก็มีคุณหมอ (หญิง)บอกว่าผลการเอ็กซเรย์เกษติดเชื้อวัณโรคปอดนะ ... ที่เราไปอย่างมั่นใจน่ะ เพราะคิดว่าสุขภาพของข้าเจ้าต้องเป็นปกติ มันต้องสบายดีและแข็งแรงทุกประการหละ ... เฮอะ ถึงกับเข่าอ่อนเล้ย ไม่อยากคุยโว แล้วเริ่มจะเรียกหาพระเจ้าแล้วนะ เริ่มเศร้า เริ่มคิดเยอะแล้ว ลองถ้าได้เป็นอะไรไปมันก็จะรู้สึกไม่ดี ร่างกายก็จะกลับมาเหมือนเดิมลำบาก เศร้าค่ะเศร้า ... โถร่างกายที่พระเจ้าให้มา ไปเกี่ยวดองกับโรคซะไม่ลืมหูลืมตา ที่ๆ ผ่านมาก็ทรมานร่างกายนี้ไว้ซะเยอะ ไม่ค่อยรักมันซะเท่าไร ทีนี้ก็เห็นพระคุณพระเจ้าหละ เริ่มอธิษฐานขอวันคืนให้ยืดออกไปอีกเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น ..... หมอนัดให้ไปรับผลการตรวจเลือดและทุกๆ อย่างในวันศุกร์ ใจเกษมันวิ่งไปถึงวันศุกร์แบบไม่รู้ตัวเลยนะ ความรู้สึกในตอนนั้นคือว่า ให้พระเจ้าเป็นผู้ควบคุมหละกัน เมื่อเกษติดมันมาแล้วเกษก็จำเป็นต้องรักษาให้หายที่สุด แต่ถ้าจะไปที่มอนเทน่าแล้วมีประวัติก็ยิ่งเศร้าเลยจริงไหม? เลยทำให้หวั่นไหว รู้สึกสับสนจะเอาไงดี ที่รู้ง่ายๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวซะแล้ว มันเศร้าซะ ....อยู่ที่ไหน เวลาไหนก็อธิษฐาน พระเจ้าน่ารักและสัตย์ซื่อที่ข้อพระคำของพระเจ้าหลายๆ ข้อหนุนใจเกษ ให้เกษเอาความกังวลทั้งหมดให้กับพระเจ้า จริงๆ เราก็ไม่ใช่คนมีเงินใช่ไหม กำลังดิ้นเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างสุดๆ กำลัง แล้วมาเป็นซะอย่างนี้ก็เลยเครียด แต่ก็วางใจในพระเจ้านะ เมื่อจำเป็นต้องใช้เงิน พระเจ้าก็จะให้มา และเดือนนี้ก็หมดค่าใช้จ่ายไปเยอะเพราะการไปตรวจสุขภาพนี่แหละ ....พระเจ้าก็น่ารัก ยังคงให้ต่อไป ให้ต่อไป และฟังคำอธิษฐานของเกษด้วย การทำ Skin Test เริ่มออกผล มันบวมแดงออกมาให้เห็นเลย ยิ่งเห็นเกษยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้เลย ไม่ต้องกลับไปให้หมอดูเกษก็รู้แล้วหละว่าเกษเป็นแบบนั้นจริงๆ และต้องเตรียมตัวในที่สุด .....

เมื่อวันไปรับผลมาถึงก็อธิษฐานอีก ฝากไว้กับพระเจ้า ให้พระเจ้าดูแลและทำการอัศจรรย์ ขอให้ไม่มีอะไรที่น่าเครียดกว่านี้เกิดขึ้น เมื่อไปให้หมอดูรอยแผลที่ฉีด Skin Test หมอก็บอกว่าเนี่ยเป็น positive นะ .. ค่ะ รู้แล้วค่ะ ว่ามันมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น --- แต่ความหวังยังมีอยู่ใช่ไหม?? ผลตรวจเลือดธรรมดา ไม่มีอะไรแปลก อย่างอื่นก็ปกติ กล้ามเนื้อทุกอย่าง กลับมาสู่ผลการเอ็กซเรย์อีกครั้ง.....--- หมอก็กรอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ---- เราเลยตกใจ เอ๊า .. หมอไหนบอกว่ามีวัณโรคไงคะ? หมอบอกว่ามีที่ไหน ใครบอก?? ไอ้เกษยิ้มแป้น เย๊ .... พระเจ้าทำการอัศจรรย์ใช่ไหม??? พระเจ้าแสนดีที่สุด... อ่านดูผลตรวจอีกครั้งก็ทุกสิ่งเป็นปกติไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ ในปอด ...หัวใจและเส้นเลือดใหญ่ก็เป็นปกติ วู๊ๆๆๆๆ .... ที่เศร้ามา 2 วันเป็นอันเจ๊าท์กันไปหายกันนะ อุอุอุอุ ฮ่าๆๆๆ ... พระเจ้ากำลังสอนเกษและช่วยให้เกษมีความเชื่อ มีความหวังกับพระเจ้ามากขึ้น และในสิ่งที่เกษทำทุกสิ่งจำเป็นต้องพึ่งพระเจ้าทั้งหมดแล้วหละ กำลังที่เกษทำออกไปทั้งหมดให้ค่าเป็น 0 เลยต้องกลับมาถ่อมใจกับพระเจ้าและเริ่มต้นกับชีวิตใหม่อีกครั้ง ต่ออีกครั้ง ขอบคุณใครก็ตามนะที่ได้อธิษฐานเผื่อ และวันนี้เกษก็กำลังฝึกฝนตัวเองในการออกกำลังกายและเอาใจใส่สุขภาพให้มากยิ่งขึ้น ... เรื่องอดีตที่เกิดขึ้นเกษก็รู้ว่าพระเจ้าจะเป็นคนนำสิ่งที่ดีที่สุดกลับคืนมาให้เกษ วันนี้เลยมีกำลังขึ้นบินใหม่บนท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าสวยงาม ไม่ใช่ฟ้าหม่นๆ เหมือนสองวันที่ผ่านมา ... ขอบคุณค่ะพระเจ้า พระเจ้าน่ารักที่สุดเลยๆๆๆๆ

Monday, January 17, 2005

หวัดดีเจ้าค่ะ ....

ตอนนี้นู๋เกษก็สบายดีนะเจ้าคะ มีหลายๆ เรื่องให้ตกใจเล่น แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และกำลังสอนอะไรเกษเยอะ ผ่านทางข้อพระคำของพระเจ้านั่นแหละ .... ณ เวลานี้มีความรู้สึกว่า โอ๊ย เบื่อกับความเป็นผู้หญิงของนู๋เกษจัง (ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยโชว์ออกมาให้เห็น อุอุอุ) ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องความรู้สึกต่างหาก ในการที่วิ่งตามอารมณ์และความรู้สึกหลายๆ ด้าน เห็นผู้ชายเค้าไม่คิดเยอะ และไม่ค่อยแคร์อะไร เกษนะบางทีก็เกินไป บางทีก็น้อยไปเลยทำให้ปวดหัวว่าตัวเองเป็นไงกันแน่ นะคงต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนความรู้สึกและอารมณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อให้คิดและทำเหมือนผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ....

เหลือเวลาอีกหน่อยเดียวเองที่จะอยู่ที่นี่ ก็พูดกันถึงเรื่องการที่เกษจะเปลี่ยนงานเยอะขึ้น และทำให้เกษเองรู้สึกธรรมดาซะแล้ว ไม่คิดอะไรเยอะ และไม่ค่อยกังวลอะไรนัก เกษหวังใจในพระเจ้าว่าทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก็เท่านั้น และมันจะดีเอง สิ่งที่เกษทำคือทำวันนี้ให้ดีที่สุดและเดินต่อไปกับพระเจ้าเรื่อยๆ มีน่ะ มีอยู่หรอกความกังวล สับสน และอะไรหลายๆ อย่าง แต่ที่เกษต้องเลือกทุกๆ วันคือเดินตามพระเยซู แบกกางเขนตัวเองแล้วเดินตามและเลือกที่จะทำทุกสิ่ง เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า จะเป็นไงก็เป็นกัน ขอเดินไปเพื่อพระเจ้าก็พอแล้ว ...

Thursday, January 13, 2005

สวัสดีเจ้า ....

เฮ้อ เสร็จสิ้นภารกิจในการรับปริญญาไปแล้วก็เหลือส่วนที่ต้องติดตามอยู่มั่งนิดหน่อย อันได้แก่ถ่ายรูปร่วมกะสมาคมคนโสด คนแต่งงาน คนมีครอบครัวและ ฯลฯ .... ฮิฮิ เฮ้อ .... ยังไม่ค่อยได้คุยอะไรเยอะกับพ่อแม่นักแต่ก็พอจะเดาสถานการณ์ได้หละ ว่าท่านทั้งสองไม่ค่อยเห็นดีด้วยที่จะให้เกษลอยชายไปลอยชายมา ทำนู่นทำนี่ ไม่ได้ทำงานที่มีหน้ามีตา และมีเกียรติอย่างที่ท่านทั้งสองวาดฝันไว้ แต่นะเกษก็คือเกษ เกษไม่ชอบที่จะทำงานเต็มรูปแบบ เกษชอบอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเอง และงานไหนที่เกษใส่ความเป็นตัวเกษเองลงไปได้เต็มที่ งานนั้นแหละโดนใจ ฮึ คิดอีกทีชอบอะไรที่มันลุยๆ ไม่อยู่นิ่งมากกว่า ไอ้เกษไม่เคยอยู่นิ่งกับที่ แม้จะเลิศเลอด้วยชุดสวยงามแค่ไหน ความป่วนประสาททางสายตาและความกวนๆ มักจะออกมาทักทายกับผู้คนรอบข้างเสมอ ดีก็ตรงที่เกษไม่พนันกับใครว่าเกษจะเรียบร้อยเป็นกุลสตรีไทยกริยาแสนงามได้เกิน 5 นาที ไม่งั้นมีแต่จ่ายหมดตัว ... โฮ่ๆๆ เศร้า ต้องเข้าใจนะ เกษก็คือเกษ เป็นอย่างที่เกษอยากเป็นแล้วไม่ทำให้ใครต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เกษเป็นมันก็ท้าทายเกษดีออก???

เออ .. อยากเม๊าท์เรื่องนี้ให้ฟังอ่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า เกษเป็นคนแปลกนะ ไม่ค่อยเห่อไอ้ที่ชาวบ้านเค้าเห่อ กลับไปเห่ออะไรที่มันผิดชาวบ้านเค้า นั่นแหละ แล้วทีนี้นะ สมเด็จพระเทพฯ จะเป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตรให้เกษใช่ไหม??? ไม่รู้ว่าหยิ่งเกินไป หรือไม่ค่อยใส่ใจกับความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ เกษก็เฉยๆ กับการรับปริญญามากๆ เลย ไม่ได้ตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไร พอไปนั่งในหอประชุมในวันรับจริง ก็เริ่มรู้สึกหละ (แต่ในใจคิดว่า เออ ให้เสร็จเร็วๆ แล้วกลับบ้านก็ดี เพราะว่าเหนื่อย ไม่อยากอยู่นาน นั่งนับเวลาตลอด) รู้สึกถึง ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่ตื่นเต้นเมื่อจะพบหน้ากับพระราชธิดาของกษัตริย์ พอได้เห็นพระพักตร์ของสมเด็จฯท่านเท่านั้นแหละ เกษตื่นเต้นมาก เหมือนการรอคอยที่จะพบได้รับคำตอบ ได้เห็นแล้ว และเกษรู้สึกอิ่มใจ ยิ่งไปกว่านั้น เกษคิดถึงตัวเอง ถ้าเรารอคอยพระเจ้า รอคอยการกลับมาอีกครั้งของพระเยซู แล้วเรากำลังเฝ้ารับเสด็จพระองค์ ยิ่งๆ ขึ้นไป รอคอยให้พระองค์มารับไป เกษจะรู้สึกตื้นตันและสุขใจมากยิ่งกว่านี้อีกสักกี่เท่า??? เพราะจริงๆ แล้วเกษกับสมเด็จฯท่าน ไม่เคยรู้จักและไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน แต่ณ เวลาที่ได้เห็นพระพักตร์รู้สึกอุ่นใจ และอยากอยู่ใกล้ แต่กับพระเยซู เราทั้งรู้จักและได้ยินการทรงตรัสของพระองค์ตลอด เราอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ตลอด และจะมาเจอกันนี่ ยิ่งทำให้ใจสั่นแบบล้นด้วยความสันติสุขมากยิ่งกว่าที่จะคิดจินตนาการได้แน่นอน ..... เป็นเวลาที่พระเจ้าให้ของขวัญเกษเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรู้สึกถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเกษ ก็ประทับใจมากๆๆๆๆๆ ............ ณ เวลานี้กำลังใช้สติปัญญาและหัวสมองในการจัดการเรื่องเจ้าหน้าที่อาสาช่วยบรรเทาทุกข์ในภาคใต้ มีหลายอย่างที่จะผิดพลาดได้และมีอีกหลายอย่างที่ต้องดิ้นรนด้วย อธิษฐานเผื่อด้วยนะเจ้าคะ เพื่อที่จะทำให้ดีที่สุด และเกิดประโยชน์ต่อคนที่ประสบภัยได้สูงสุด ... นี่คือสิ่งที่เกษจะรับใช้พระเจ้าได้ เพื่อคนใต้ ณ เวลานี้ เอาหละ ขอพระเจ้าอวยพรทุกคนนะเจ้าคะ และขอให้สนุกกับการรับใช้ มีความสันติสุขของพระเจ้าครองใจให้ถึงที่สุด .... ก้าวไปกับพระเจ้าด้วยความเชื่อ ความหวัง ความรัก และขอให้แผนงานอันดีที่พระเจ้าวางไว้สำหรับชีวิตของเราเองทุกคนจะขีดเส้นเดินไปจนสุดสาย ... พระเจ้าอวยพรค่ะ

ครบรอบ 2 อาทิตย์ของสึนามิถล่มเอเชีย

Sunday, January 09, 2005

สวัสดีจ๊ะ .....
ณ วันนี้ก็ครบรอบพอดิบพอดี ที่รู้ๆ ตอนนี้ก็มีหลายคนลงไปให้ความช่วยเหลือทางภาคใต้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งตัวเกษเองหลังจากที่เสร็จสิ้นจากการรับใช้ในสำนักงานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าพระเจ้าจะให้เกษมีส่วนช่วยฟื้นฟูภาคใต้หรือเปล่า?? นั่นเป็นคำถามที่เกษรู้สึกหนักภายในใจ ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่ค่อยจะรู้สึกดีใจซะเท่าไร เอาเถอะ เวลาของพระเจ้าก็สมบูรณ์และพร้อมแน่นอน ดังนั้นเกษจึงต้องรอคอยฟังเสียงของพระเจ้าต่อไป เท่าที่สำนึกรู้คือที่บ้านเกิดของเกษเองมีความต้องการด้านความช่วยเหลือเยอะเหลือเกิน เกษอยากให้ และอยากทำ แต่ก่อนที่จะลงไปต้องอธิษฐานให้สุดกำลัง และต่อสู้กับครอบครัวพอสมควร ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาจะเห็นดีด้วยไหม ถ้าเกษลงไปเพื่อช่วยงานในฐานะอาสาสมัคร โดยที่ไม่ได้ทำงานอย่างที่ครอบครัวคาดหวัง ... แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หากพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำจริงๆ

ตอนนี้ก็เห็นหัวใจของคนของพระเจ้ามากมายที่ดิ้นรนเข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือ มีหลายคนที่ถวายสุดฤทธิ์สุดเดชเพื่อทำให้ประเทศไทยกลับคืนสู่สภาพดี ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคนเหล่านั้น

ซาร่าเอ๋ย ... คิดถึงมากเลยเพราะไม่ได้คุยกันซะนานเลยนะ ขอโทษจริงๆ ที่โทรศัพท์ที่เธอให้มามันเป็นอันตรธานไปซะแล้ว พระเจ้าจะให้อันใหม่ เชื่อว่าอย่างนั้น ... ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะพระเจ้าอวยพร (คิดถึงๆๆๆๆ)


แวะไปดูความคืบหน้าของเหตุการณ์ได้นะ
www.ywamthai.org

คิดถึงภาษาไทยจัง

Thursday, January 06, 2005

หวัดดี%%%%%%%

อืมหลายวันที่ผ่านมา นู๋เกษประสบปัญหาขาดแคลนภาษาไทยให้ฟัง ... ประชุมก็เป็นปะกิต และไหนจะต้องสื่อสารอีก ค่อนข้างจะสับสน ยิ่งตอนนี้ภาษาไทยหนึ่งคำร่วมกับภาษาอังกฤษซะสามคำ ว้า .... ให้มันได้งี้ดิ เสียชื่อสาวไทยใจงามหมด????? อุอุอุอุ

ครั้งที่แล้วฝากรอยเศร้าไว้ แต่ครั้งนี้ก็อยากแก้ว่ามันไม่เท่าไหร่หรอก พระเจ้าแสนดีและช่วยให้เกษรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย นะเรื่องที่เกิดขึ้นบอกกล่าวถึงคลื่นใช่ไหม? แล้วสิ่งที่เกิดกับสาวกหละ? เหมือนกันเลยดิ และพระเยซูก็ถามนู๋เกษว่า ความเชื่อของเกษอยู่ที่ไหน? ณ เวลาที่เห็นหลายสิ่งเกิดขึ้น และมีคนบาดเจ็บ ไม่มีบ้าน ไม่มีญาติเหลืออีกแล้ว เกษรู้สึกว่ามันหนักไป พายุและคลื่นที่กระหน่ำอยู่น่ะ มันไม่มีใครทำให้หยุดได้ คลื่นของการสูญเสีย คลื่นของความทรมาน ความเศร้าใจ และการสิ้นหวัง ... เมื่อคำถามของพระเยซูที่พูดกับสาวกดังขึ้นในใจเกษ ทำให้เกษได้เห็นว่า ปัญหาจะแก้ได้ก็โดยความเชื่อของเราจะหยุดและใช้ในสิ่งที่พระเจ้าให้กับเราเพื่อฟื้นฟูชาวไทยขึ้นใหม่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและถ่อมใจลงต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า ยังคงอธิษฐานเผื่อคนไทย และทุกสิ่งที่เกษทำงานอยู่ในสำนักงานทั้งเรื่องการเตรียมเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือก็ดีหรือว่าการสื่อสารงานกับต่างประเทศก็ดี จะทำให้เต็มที่เพื่อให้พระพรนี้สู่คนไทยทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ พระเจ้ายิ่งใหญ่และเป็นความจริงที่ทำให้ชีวิตของเรายังคงตั้งมั่นอยู่ได้ ...

สำหรับเพื่อนที่รัก เกษก็เสียใจด้วยจริงๆ ที่เกษไม่สามารถนำเค้าให้มารู้จักกับพระเจ้าซะก่อนที่เค้าจะไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ และยังคงมีความหวังว่า พระเจ้าจะช่วยเหลือคนที่เหลืออยู่ให้มีชีวิตที่ก้าวเดินต่อไปได้ แย่หน่อยตรงที่มือถือเกษหายไปและเกษไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย เพราะไม่มีเบอร์โทรเพื่อน และมันยังต้องใช้เวลากว่าเกษจะติดต่อกับพวกเขา (เพื่อนเกษแต่ละคนไม่ยอมหันมาใช้อีเมล์อ่ะนะ) รู้สึกเหมือนเป็นสงครามฝ่ายวิญญาณที่พยายามหยุดยั้งเกษไม่ให้ประกาศกับเพื่อนๆ ของเกษที่เหลืออยู่ ดังนั้นสิ่งที่เกษทำได้ ต้องมีความเชื่อที่เกษจะมีหนทางติดต่อเพื่อนเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ขอพระเจ้านำทางด้วยหละกัน .... ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆ คนและนำหน้าทุกๆ คนไปสู่แผนการณ์ของพระเจ้า ทำในวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อที่ว่าพระเจ้ากลับมารับแล้วเราจะไปร่วมกับพระเจ้าด้วยความภาคภูมิใจ ... พระเจ้าอวยพรค่ะ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web