กลับมาจากพัทยาแล้วจ๊ะ ...

Sunday, November 28, 2004

หวัดดีค่ะ

ที่หายๆ ไปหลายวันเพราะไปโผล่ตัวกับหายใจอยู่ที่พัทยามาเจ้าค่ะ มีงานนมัสการใหญ่ที่นั่น สนุกดีเพราะพบคนเยอะหน่อย แต่ก็นะที่ดีที่สุดคือการนมัสการต่างหาก รู้สึกว่านมัสการและสรรเสริญกันอย่างสุดๆ ด้วยสิ้นสุดจริงๆ และผลที่ได้คือชัยชนะในฝ่ายวิญญาณ

ได้เรียนรู้อะไรที่แปลกๆ และรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่เกษอยากทำซะเท่าไร ... ก็เท่านั้นเอง แต่ที่หนักหน่อยสำหรับเกษคือความท้อใจ เกษเป็นฝ่ายยอมแพ้และให้อารมณ์โกรธเป็นตัวกำหนดอนาคตของตัวเอง ตอนนี้ก็เลยท้อซะจัดเลย พยายามอยู่นะ ที่จะยืนขึ้นอีกครั้ง ทำในสิ่งที่รู้ว่าใช่ นี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้า อีกครั้งๆ อีกครั้งๆ และอีกครั้ง .... อธิษฐานเผื่อหน่อยสิ ให้มีกำลังและมองดูที่พระเจ้าได้ชัดเจนมากกว่าเดิมที่เคยเป็น

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านอกจะเป็นคนวิตกกังวลง่ายแล้ว ช่วงนี้โมดอารมณ์ก็หลุดกระจายได้ไง ... ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เหมือนเคย และหงุดหงิดง่ายจริงๆ เป็นเพราะอะไร? กำลังหาคำตอบอยู่นะ และไม่อยากให้เป็นแบบนี้บ่อยๆ เกษเคยดูแลตัวเอง และเอาใจใส่ในความเป็นตัวเอง อารมณ์ของตัวเองได้ แต่ทำไมถึงกลับมาเป็นแบบนี้ เจ็บใจที่ตัวเองเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง ..... สิ่งหนึ่งที่รู้ เกษไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพียงลำพัง พระเจ้าเท่านั้นที่จะเข้ามาและสอนเกษและทำให้เกษอดทนมากขึ้น ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น --- รอคอยต่อไปกับพระเจ้า และจะพยายามทำให้ดีมากๆ ยิ่งขึ้นต่อไป ...

เกษรีเทิร์น

Sunday, November 21, 2004

ซาหวาดดีก่ะเจ้า .....

กลับมาสู่กรุงเทพด้วยความปลอดภัยดีทุกประการ ... ในขณะเดียวกันก็มีหลากหลายความรู้สึกประดังเข้ามา

- ความรู้สึกที่พบกับนิมิตและความต้องการที่ตัวเองเฝ้าอธิษฐาน พระเจ้ากำลังเปิดทางและให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องเวลาและที่พักอาศัย เชื่อว่าต่อไปพระเจ้าจะนำให้เกษมีหัวใจที่ถูกต้อง และยอมอยู่ภายใต้การทรงนำของพระเจ้าทั้งหมด เกษตกหลุมรักผู้คนในเชียงราย แต่ก็มีบางสถานที่ ที่เกษรู้สึกยากต่อการปรับตัว พร้อมๆ กันนั้น เกษไม่ต้องการให้ใครมาคาดหวังจากเกษ ทั้งๆ ที่เกษรู้ว่าพระเจ้าเองก็มีแผนการเ่พื่อเกษเดินตามเป็นที่เรียบร้อย

- การสูญเสียอย่างสันติสุข พี่แนนซี่กลับไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว จิตวิญญาณของเธอเพิ่งจากเราไปในคืนวันศุกร์ เวลา 4 ทุ่ม (ตามเวลาไทย) ก่อนที่เธอจากไปก็ได้นมัสการและเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด แม้ว่าเกษอยู่อีกส่วนหนึ่งในประเทศไทย และพี่แนนซี่อยู่ที่อเมริกาในเวลานั้น แต่เกษก็สัมผัสได้ถึงการทรงสถิตอยู่ของพระเ้จ้า ความบริสุทธิ์ผ่านทางชีวิตของพี่แนนซี่ เรื่องนี้ทำให้เศร้าใจเพียงเล็กน้อย แต่ถ้อยคำที่ออกจากปากเกษคือขอบคุณพระเจ้าค่ะ สรรเสริญพระเจ้า และชีวิตของพี่แนนซี่ที่สอนเราผ่านทางการทนทุกข์กับโรคมะเร็ง หัวใจของเธอที่อยากจะรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มกำลัง เกษเชื่อว่าสิ่งนี้กำลังถ่ายทอดมาสู่คนไทยที่เป็นคริสเตียน แน่นอนเราได้ชัยชนะร่วมกันกับพี่แนนซี่ และเราเห็นพระสิริของพระเจ้าปรากฏ ลองคิดดูสิว่า ถ้าเ็ป็นพระเยซูล่ะ? ณ. เวลาที่พระเจ้าฟื้นขึ้นจากความตาย และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์จะทำให้พระสิริ และพระเกียรติของพระเจ้าปรากฏชัดมากถึงขนาดไหน??? ....

- ความมั่นใจพระเจ้า เกษมีความวางใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้นในพระเจ้า เกษมักจะเป็ฯคนกังวลและคิดเยอะ แต่ว่าพระเจ้าก็นำให้เกษสู่จุดนี้ได้ ขอบคุณพระเจ้า เกษไม่กลัวอีกแล้วเรื่องครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เกษพร้อมที่จะเดินกับพระเจ้าและบอกเรื่องราวของพระเจ้าสู่คนไทยทุกคน ... แผนการของพระเจ้าดำเนินต่อไปในชีวิตเกษ อาเมน

โถ ..ม่ะทันไรก็ต้องจากกันไปหลายวันอีกหละ

Monday, November 15, 2004

หวัดดีเจ้าค่ะ ซาหวาดดีกับอาทิตย์ใหม่

แต่ว่านะ เมื่อวานนี้ไม่ได้ลงข้อความอะไร วันนี้เลยต้องรีบลง ไม่งั้นเดี๋ยวจะหายหน้าหายตาจากการโพสท์ไปอีกหลายวัน เฮ้อ .. เอ้ จะมีใครเค้าคิดถึงด้วยกะเราไม่หว่าเนี่ย??? สงสัย

ผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยดี ก็มีทั้งเครียด สนุก และกังวลปนเปไปตามธรรมดาโลกอ่ะนะ ให้ดีหน่อยก็มีพระเจ้าเป็นกำลังและแรงใจให้นั่นแหละ ตอนนี้ก็เตรียมตัวที่จะไปเจียงฮายเจ้า .. ยังไม่รู้เลยว่าทริปนี้จะมันส์และดุเดือดประมาณไหน แต่ว่าข้าพเจ้าก็พร้อมแล้วที่จะไป และไม่อยากคิดถึงวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อไป รู้ว่าพระเจ้ามีแผนการที่ดีให้กับเกษแน่นอน

แปลก-- เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเกษได้รับข้อพระคำที่ตรงกันถึง 2 ครั้งเกี่ยวกับการอดทนต่อการทดลอง จริงๆ อยากสารภาพว่าเกษมีขีดจำกัดต่อการอดทนในการทดลอง และมันน้อยมากด้วย ทำให้หลายๆ ครั้งเกษต้องกลับมานั่งร้องไห้คร่ำครวญและเสียใจต่อสิ่งที่เกษหลงผิดไป (ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระเจ้าไม่พอใจให้ทำแบบนั้น) เห็นแก่ตัวไงที่จะให้ความต้องการของตัวเองได้รับการเติมเต็ม และใน 4 อาทิตย์ที่ผ่านมาเกษก็รู้สึกดีเพราะไม่ได้กลับไปทำแบบนั้น แต่ยังต้องระวัง เพราะนี่ก็เป็นสัญญาณที่พระเจ้าเตือนเกษว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเกษแน่นอน และยังมีคนมาแบ่งปันว่าเขาฝันว่าพระเจ้าทิ้งสิ่งที่เกษรักมากลงในแม่น้ำตรงหน้าผา และเกษก็ร้องไห้ต่อว่าพระเจ้าขนาดหนัก ... เครียดเลยครับงานนี้ ไม่ใช่ว่าเครียดเพราะเกษจะเสียของรักไปหรอกนะ แต่เกษเสียใจที่เกษมีท่าทีแบบนั้น แม้แต่ในความฝัน เกษไม่อยากมีท่าทีแบบนั้นกับพระเจ้า ดังนั้นตอนนี้เกษก็เลยเริ่มสำรวจใจตัวเองว่ากำลังยึดติดกับอะไรเกินกว่าที่จะให้พระเจ้า แล้วก็เตรียมพร้อมที่พระเจ้าจะเอามันออกไปจากชีวิต ---- นี่คือความจริง เมื่อพระเจ้าให้มาในชีวิต หากเป็นเวลาที่พระเจ้าจะเอาคืนไป เกษก็อยากยินดีในสิ่งที่พระเจ้าทำ ไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจด้วยการต่อว่าพระเจ้า ซึ่งเกษเคยเป็นแบบนั้นแล้ว เมื่อสิ่งที่เกษหวังไว้ไม่ได้เป็นไปตามหวัง ให้เดาก็คงคิดว่าพระเจ้าพอใจใช่ไหมที่เกษทรมานแบบนั้น ไม่ใช่เลยค่ะ พี่น้อง ...... พระเจ้ากลับไม่ตอบคำถามที่เกษถามเยอะแยะมากมาย หรือตอบโต้ต่อสิ่งที่เกษประชดให้กับพระเจ้า แต่พระเจ้ากลับให้ความรักของพระเจ้าลงมา ในคืนนั้นที่เกษร้องไห้แบบใจแตกสลายเพราะความคิดแย่ๆ ของตนเอง พระเจ้าให้ความรัก และให้ข้อพระคำของพระเจ้าหนุนใจเกษ ........... หากเกษต่อว่าเพื่อน คงไม่มีเพื่อนคนไหนที่จะฟังคำคร่ำครวญ คำด่าแสบๆ เจ็บๆ ที่ออกมาจากปากเกษ แล้วยังอ่อนโยนต่อเกษให้ความรัก และการหนุนใจ ความวางใจได้อย่างที่เกษสัมผัสอย่างนั้นแน่นอน ... จึงเป็นเหตุผลที่เกษไม่อยากต่อว่าพระเจ้าอีก และเห็นว่าพระเจ้าสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญในสิ่งดีที่พระเจ้าทำในชีวิตเกษมากกว่า ..... นะ ตอนนี้ก็ทำให้เกษกลับมาแสวงหาพระเจ้ามากขึ้น เพื่อให้รู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าและเปลี่ยนท่าทีของเกษในทุกๆ ทาง พระเจ้ายิ่งใหญ่ เกษอยากให้พระเจ้ายิ้มและได้รับการยกย่องเหนือชีวิตเกษมากกว่า .... นี่คือความต้องการในชีวิตของเกษ

ตอนนี้พี่แนนซี่ก็ยังคงมีชีวิต เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เป็นพระพรยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าสำแดงให้แก่มนุษย์โลก ใช่ .... เขาต้องทนกับโรคมะเร็งที่แม้แต่ตอนนี้กำลังจะเอาลมหายใจไปจากชีวิตของเขา แต่พี่แนนซี่ยังไม่ยอมจากไปจากงานรับใช้ของพระเจ้า .... ความงดงาม และการเป็นหญิงกล้าที่มีใจรักคนไทย ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อทั้งๆ ที่น่าจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ 4 อาทิตย์ที่แล้ว เพื่อกลับมารับใช้พระเจ้าในแผ่นดินไทย ที่ตัวเธอเองเรียกมันว่าบ้านเกิด ... เป็นแรงมุ่งมั่นและผลักดันให้เกษอยากชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรับใช้พระเจ้าอย่างสุดใจ ... เพราะเกษอยากทำให้ส่วนที่พี่แนนซี่อยากทำแต่เค้าทำไม่ได้ เกษอยากทำในส่วนที่พระเจ้าตั้งให้เกษรับผิดชอบแล้ว

นี่คือคำอธิษฐาน .... ขอพระสิริเป็นของพระเจ้า ทั้งในยุคนี้ ยุคหน้า ด้วยงานที่พระเจ้าได้ปั้นขึ้นในเราและทุกคนที่เป็นผู้ที่รักพระเจ้า ให้เกียรติและความสว่างของพระเจ้าสว่างไสวไปทั่วโลกใบนี้ ให้ผู้ที่ทุกข์ยากและต้องการความรัก ต้องการพระเจ้าได้รับการชูยกขึ้นเหมือนที่โมเสสชูไม้เท้าขึ้นในถิ่นทุรกันดาร ... ขอพระนามของพระเจ้าจะติดปากกับทุกๆ คนในโลกใบนี้ ไม่ใช่เพราะการสบถหรือการสาปแช่ง แต่เป็นการสรรเสริญด้วยสุดจิตสุดใจ สุดความคิด สุดวิญญาณของพวกเขา ... ขอพระนามของพระเยซูจะเป็นที่ประจักษ์แก่ตาและหูของทุกผู้ ... ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าตลอดเป็นนิตย์ อาเมน%%%%%

//~.-\\...

Friday, November 12, 2004

เฮ้อ .. อารมณ์แสนปรวนแปร แต่ทำไงได้ เอาเป็นว่าจะหายหน้าหายตาจากการ post ไปซะสองวัน แล้วจะรีบกับมาเติม post ให้เต็ม บล็อกแน่นอนไม่ต้องห่วง (ห่วงแต่สายตาท่านจะทำงานหนักน่ะสิ) อ้อ ขาเนี๊ยะชอบก่อการอาละวาดทางอารมณ์ศิลปะบ่อย ดังนั้น บรรดาผู้เข้ามาเยี่ยมต้องทำใจซะตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเกษเป็นคนชอบเขียน ชอบวาด ชอบอ่าน และชอบแต่ง (กลอน,วรรณกรรม และอะไรหลายๆ อย่างที่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจินตนาการ)

ชอบภาษาไทยนะเนี่ย สำบัดสำนวนเหลือร้าย แถมมีสมนาคุณจะขี้เกียจจะนับ .... (ดิ ภาษาปะกิต มีให้ใช้จำนวนจำกัดในเซลล์สมอง จำใจต้องก้มหน้าก้มตาคิดจนปวดหมอง ให้ดี ภาษาไทยโลดแล่นฉลุย ไง๋จะรั้งอยู่) อ่านไปอย่ากระดกคิ้วเยอะล่ะ เพราะตีนกาบนหน้าผากไม่สามารถจำกัดจำนวนได้ เดี๋ยวจะเสียใจที่ห่วงสุขภาพช้าไปซะแล้ว .. อุอุอุ ...

แนะนำตัวแสบๆ ให้เป็นที่เข้าใจก่อนหละกัน เพื่อครั้งหน้าแวะเวียนมาใหม่จะได้เข้าใจว่าเนี่ย มันตัวอะไร???? อิอิอิอิ
นู๋เกษเจ้าค่ะ อายุเหรอ? ใกล้ 23 แล้ว วันที่ 2 ธันวาคมนี้แหละ ไม่รู้ทำไมปีนี้รอคอยให้อายุมันเต็มๆ อย่างใจจดใจจ่อ อ๋อ เพราะเพื่อนแก๊งเดียวกันเค้า 23 กันจวนจะ 24 แล้วจิ อุอุอุ สิ่งที่โปรดปรานคือเล่นไปวันๆ คุยสนุกๆ แบบไม่ซีเรียสกับเพื่อน กับคนอื่น ก็นะจ้อเก่งน่ะ ชอบหัวเราะและยิ้มเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่ก็มีบ้างที่อารมณ์เกินบรรยายมาเยือนในบางโอกาส เมื่อก่อนก็จัดการกับอารมณ์ไม่เป็นอ่ะนะ ผู้ใด๋ส่งมาเท่าไร อย่างไร นู๋เกษก็ส่งคืนเต็มกำลังหรือไม่อาจจะลักไก่คูณ 2 ไปอีกที อิอิอิ แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะว่าแก่แล้วจักต้องเจียมตัวและสังขาร ทำเป็นเด็กไปเดี๋ยวจะลมพาใส่ อ้าว ไม่ใช่ .... โตแล้ว เลยเลิกคิดแบบเด็กไง +.+,

เรียนจบจากม. รามฯ มนุษย์เอกอังกฤษเนี่ย จะรับปริญญาอยู่มะรอมมะร่อแล้ว รอแต่เวลาเจ้าค่ะ เกิดใต้ แต่ฝันอยากอยู่เหนือ แต่ว่านะได้ไปมาเกือบหมดแล้วแถวๆ เหนือน่ะ เลยเปลี่ยนจุดมุ่งหมายอยากไปประเทศเพื่อนบ้านมั่ง เคยได้ไปแต่มาเลเซีย, จีน และสิงคโปร์อ่ะ ใครมีใจพานู๋เกษไปสำรวจแถวๆ เขมร เวียตนาม ลาว กับพม่าหน่อยก็ดีอ่ะ อยากรู้ว่าวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนเหล่านั้นเป็นอย่างไร ชอบการเดินทาง ชอบการเที่ยวไปทั่วๆ และการศึกษาเรื่องวัฒนธรรมาของคนต่างชาติ เออ ....... ว่าไปแล้ว นู๋เกษก็เป็นคนจริงจังนะ อย่าตัดสินจากความกวนก๊วนของนู๋เกษอย่างเดียว หลายคนยังมองว่านู๋เกษเป็นเด็ก ซึ่งคำถามก็คือว่า "ตรงไหน?" มันก็อ้วนตุ๊ ตัวกลมป๊อก วางมาดผู้ใหญ่ไม่พอเหรอ? เหอๆๆๆๆ อย่าให้พูดเลย ถือกันว่าเป็นอันจบ .... ความฝันคืออยากเต้นให้สุดกำลังเพื่อพระเจ้า อยากตะโกน อยากนมัสการ และอยากเปลี่ยนแปลงโลกนี้ อยากให้ตัวเองเป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่เค้าต้องการความช่วยเหลือ อยากให้ชีวิตตัวเองเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นที่เลือกเลียนแบบเรามั่ง .... เพราะเราก็เลียนแบบคนอื่นมาเยอะ ....

เรื่องนี้ขาดไม่ได้ ชอบผู้ชายแบบไหน? อิอิ -- (เขินอ่ะ??) ก็ชอบคนที่รักพระเจ้ามากที่สุด ชอบคนที่มองสิ่งต่างๆ อย่างที่พระเยซูมอง มีท่าทีที่ดี และคิดเป็น ไม่ดูถูกคนอื่น ให้เกียรติคนอื่น (โดยเฉพาะกับผู้หญิง) ถ่อมใจ ชอบการเรียนรู้ ชอบการเดินทาง ชอบการสำรวจ ชอบการเรียนรู้ และที่สำคัญ เขาจะรักตัวจริงอย่างที่เกษเป็นไม่ใช่สิ่งที่เกษทำได้หรืออย่างอื่น .... ไม่รู้นะว่าจะเจอกันได้ไง แต่เชื่อพระเจ้าเตรียมชีวิตของเขาที่จะมาเผชิญกับเจ้าเด็กแสบคนนี้อยู่แหละ .... และเกษเองก็เป็นคนที่ระบายอารมณ์ไม่เป็นอย่างน้อยคนนั้นก็อย่าเป็นเหมือนนู๋เกษหละ เดี๋ยวจะแย่กันไปตามๆ กัน

อยากเป็นศิลปินเต็มตัว (ไม่ใช่นักร้องหรอก) แต่เป็นความฝันที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะชอบแสดงออก มีความสุขเมื่อได้เป็นตัวของตัวเองและมีพระเจ้าอยู่ในชีวิต ...... อ่ะนะ ชีวิตนี้ก็ดำเนินต่อไป ดังนั้นคุณต้องอ่านต่อไป อุอุ อุอุอุอุ

เปิดตัวแบบคนไทย

Thursday, November 11, 2004

สวัสดีค่ะ

เปิดบล็อกนี้ไว้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ จริงๆ ภาษาไทยเป็นภาษาเกิดของเกษใช่ไหม? ดังนั้นความรู้สึกและอะไรหลายๆ สิ่งเมื่อเรียงร้อยออกมาเป็นถ้อยคำภาษาไทย มันกินใจมากกว่าภาษาอังกฤษอีกนะ จริงไหม?

เกษเป็นคนพังงา (ภาคใต้) เย้.. เคยเป็นคนพุทธมาก่อนด้วย และก็ไม่อยากกล่าวอะไรที่เกี่ยวกับครอบครัวเยอะนัก แต่เกษก็เป็นเด็กที่ไม่ค่อยปกติในเรื่องความรัก ต้องการความรัก ว่างั้นเถอะ จนได้รู้จักกับมิชชันนารีและเห็นความรักยิ่งใหญ่ระหว่างพี่น้อง เลยทำให้เกษชอบไปหาคนกลุ่มนั้น ในขณะเดียวกันที่แม่ท้องโดยบังเอิญ (แม่เลี้ยงที่เลี้ยงเกษมาตั้งแต่อายุ 2ขวบ) ซึ่งแม่คนนี้สุขภาพไม่ดี เค้าพยายามมีลูกหลายครั้งแต่ก็แท้งบ่อย และคนนี้เป็นคนที่สองด้วย หลายครั้งที่เค้าต้องไปนอนโรงพยาบาลเพราะตกเลือด เกษไม่รู้จะหาที่พึ่งที่ไหน (พร้อมกับเกิดปัญหากับเกษหลายอย่างที่ทำให้เกษท้อใจอย่างหนัก) เลยไปหาคนที่โบสถ์ พวกเขาอธิษฐานเผื่อแม่ และแม่ก็กลับมาที่บ้าน หลายครั้งที่เกิดแบบนั้นขึ้น และอธิษฐานแล้วก็กลับมาสู่สภาพดี ท้ายที่สุด ทำให้เกษรู้สึกว่ามีคนอยู่เบื้องหลังที่ช่วยเหลือ และทำให้เกษตั้งต้นอธิษฐานกับคนนั้นให้เค้าช่วยแม่เกษที่มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อย และเด็กอาจจะพิการเพราะแม่เสียเลือดเยอะมากในช่วงตั้งท้อง แต่คนที่เกษอธิษฐาน (คือพระเจ้า) ได้ช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น แม่มีชีวิตรอด และมีน้องสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่มีความพิการอะไร แถมฉลาดและน่ารักมากด้วย ทุกครั้งที่เกษเจอหน้าน้องสาวคนนี้ เกษเห็นพระพรของพระเจ้าในชีวิตที่เทลงมาให้กับเกษอย่างท้วมท้น

และเพราะเกษเคยตั้งคำปฏิญาณไว้ว่าจะเชื่อพระเจ้าหากพระองค์ช่วยแม่ และนี่คือที่มาที่ไปที่ทำให้เกษรู้จักกับพระเจ้า เกษไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ได้รู้จักพระเจ้า แต่ชีวิตของเกษกำลังเดินไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เกษมีสันติสุขและเกษหลุดจากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย 18 ปีที่เกษเป็นคนพุทธเกษไม่เคยได้รับการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เกิดขึ้นกับตัวเองใน 4 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นทำให้เกษมั่นใจมากขึ้น เกษรู้จักความรักและรู้วิธีที่ถูกต้องการในการแสดงความรักของเกษ เกษรักครอบครัวของตัวเองได้มากขึ้น เกษทำในสิ่งต่างๆ ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนเกษเคยคิดว่าชีวิตตัวเองไม่มีที่จบ ไม่มีที่ๆ จะไปหรืออยู่อาศัย แต่พระเจ้าก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงชนิดที่ไม่เหลือเค้าความเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

เกษเชื่อพระเจ้าตั้งแต่ตอนที่ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ (เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง)แต่ก็ยังคิดว่าเป็นแค่ศาสนาและพิธีการต่างๆ จนกระทั่งรู้จริงๆ ว่าการเชื่อพระเจ้าคือการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า การเรียนรู้ว่าพระเจ้ารักเรามากและต้องการให้เรารู้จักพระเจ้า ทำให้เกษเห็นถึงการไม่สมบูรณ์ของมนุษย์และการที่มนุษย์ต้องการความช่วยเหลือตลอด เพราะพระเจ้าสร้างเรามาให้เป็นแบบนั้น และเราไม่รู้สึกผิดบาปอะไรอีก เพราะพระเยซูบุตรที่รักของพระเจ้าได้ลงมาตายบนกางเขนจริงๆ เพื่อยกโทษบาป ณ. เวลานั้นเกษรู้สึกได้ว่าตัวเองไม่บริสุทธิ์ ไม่ดีจริง ไม่ได้เก่งและมีความผิดบาปอะไรเยอะที่พยายามปิดบัง หากใครจะรู้ พระเยซูบอกว่ายกโทษให้เรา และให้เราหันกลับมาจากทางเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่ จึงมีชีวิตใหม่เกิดขึ้นกับเกษในเวลานั้น เกษผ่านภาวะที่ยากสำหรับตัวเองมาเยอะ เพราะเกษชอบเป็นคนแก้ปัญหาเอง และทำให้คนอื่นเดือดร้อนกับความเป็นเกษไม่รู้จักจบสิ้น แต่พระเจ้าก็เปลี่ยนเกษให้เกษมองอย่างที่พระเจ้ามอง ขึ้นปี 3 เกษก็เลยไปเรียนดีทีเอส (โรงเรียนฝึกอบรมสร้างสาวก) ที่เชียงใหม่ ที่นั่นให้ประสบการณ์กับเกษหลายอย่าง ถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าพระเจ้าเป็นคนเรียกเกษไปที่นั่นและให้เกษมีประสบการณ์เยอะ เพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิตในขณะที่เราไปเที่ยวน้ำตก กลับเป็นเหตุทำให้เกษรู้ซึ้งมากขึ้นว่าเมื่อเราตายแล้ว พระเจ้าจะมารับเรา เพราะมีการอัศจรรย์เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการเข้าไปรับใช้กับคริสตจักรต่างๆ และร่วมงานกับทีมต่างชาติในการประกาศทำให้เกษได้ทำให้ความฝันตัวเองหลายอย่างสำเร็จ

เมื่อกลับมายังกรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อ เกษก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของวายแวมที่ทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ด้านการบริหาร (ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นความรู้ความสามารถเลยแม้แต่น้อย) แต่พระเจ้าก็สอนเกษมากขึ้นในหลายๆ อย่าง 2 ปีที่เกษสัญญากับสำนักงานใหญ่ไว้ เป็นการเตรียมเกษให้พร้อมที่จะก้าวไปสู่นิมิตที่ตัวเองมี จริงๆ แล้วเกษไม่รู้อะไรชัดนักว่าตัวเองอยากทำอะไร ชอบอะไร แต่เกษเข้าใจเหตุผลที่พระเจ้าให้เกษรับใช้ในสำนักงานแล้ว เพื่อพระเจ้าเตรียมเกษให้พร้อมในการออกไปสู่นิมิตตัวเองจริงๆ ซึ่งเกษชอบการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ชอบการแสดง ชอบเสียงเพลง ชอบธรรมชาติ ชอบผู้คน เกษอยู่ได้กับสิ่งเหล่านั้น และพระเจ้าเปิดทางให้เกษค้นพบก้าวต่อไปที่เกษจะเดินไปได้ นั่นคือการไปเรียนรู้เกี่ยวกับการเต้น ซึ่งปีหน้าต้นเดือนเมษายนเกษจะไปเชียงราย และอาจจะอยู่ที่นั่นพอประมาณ เพื่อเรียนเกี่ยวกับการเต้นและจะไปเรียนต่อให้มากขึ้นในอเมริกา ... นี่เป็นสิ่งที่เกษอธิษฐานแบบก้าวต่อก้าว จะมีใครสักกี่คนที่มองที่เกษแล้วคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับได้ จริงๆ แล้วเกษเป็นคนธรรมดา เป็นคนยากจนคนหนึ่งก็ว่าได้ แต่เกษรักที่จะเชื่อพระเจ้า และรู้ว่าในความยากจนที่เกษมีนั้น เป็นความเชื่อยิ่งใหญ่ทีเกษจะประสบกับพระเจ้า .. พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่จริงๆ

เหตุผลที่เกษทำเวปนี้ขึ้น ก็เพื่อใครก็ตามที่ได้อ่านเวปของเกษ (โดยเฉพาะคนไทย) จะรู้ว่าชีวิตของตัวเองไม่ได้สิ้นหวังเลย พระเจ้าอยู่เคียงข้าง พระเจ้าเป็นทุกอย่าง พระเจ้าทรงห่วงใยแม้แต่ต้นหญ้าที่วันรุ่งขึ้นจะถูกเผาไฟ พระเจ้าก็กลับให้ความสำคัญด้วยการสร้างลำต้น และดอกหญ้าอย่างสวยงาม มนุษย์หนึ่งคนที่คิดว่าตัวเองหมดความหวัง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป พระเจ้าจะห่วงใยมากสักแค่ไหน? ... คุณมีความหวังได้ คุณสามารถอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุขเพราะความรักของพระเจ้า จะดูแลและนำทุกสิ่งในชีวิต เกษอยากให้ทุกเรื่องที่พระเจ้าทำในชีวิตเกษถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด และการเขียนเพื่อตัวเองและคนอื่นจะได้เห็นงานที่พระเจ้าทำอย่างมากมายในชีวิตของเกษ ... พระเจ้ายิ่งใหญ่ เกษขอให้เกียรติและพระสิริทั้งสิ้นเป็นของพระเจ้าจริงๆ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web