ใจของเรา

Thursday, December 06, 2007

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกไงดี วันนี้ก็รู้สึกเหนือยๆ เหมือนไม่อยากให้ใครวุ่นวายอะไร และรู้ตัวว่าหงุดหงิดง่ายซะเหลือเกินในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ใครมาวุ่นวายทั้งคำพูด ทั้งท่าทางเมื่อไรเป็นต้องเจอเกษสวนให้เจ็บแสบทันที นะวันนี้ก็รู้สึกเหมือนว่าไอ้เยืื่อบางๆ ของความอดทน ความไนส์แสนดีของไอ้เกษกำลังจะขาดหละ กลัวว่าใครจะเจอลูกหลงเข้าให้ แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่มาช่วยทันเวลา ในเวลาที่สับสนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร หรือจะทำไงดี งานก็วุ่นซะเหลือเกิน สิ่งที่คาดหวัง คนที่จะช่วยก็หดหาย จนเกษต้องกลับมานั่งคิดว่าจะทำไงต่อไป และรู้สึกว่าเกษหย่อนลงในเรื่องของการระวังตัว วันนี้ได้แปลให้พี่แซมที่แบ่งปันในเรื่องท่าทีที่เรามีในใจกับคนที่หลงทำบาปไป แน่นอนแหละว่ามันกินใจเกษสุดฤทธิ์ หลายคำพูดด้วย เรื่องที่พระเยซูตอบสนองอย่างไรกับหญิงโสเภณีที่ถูกกล่าวหา มนุษย์อยากทำให้คนๆ นั้นละอายขายหน้า และเราก็มีข้ออ้างต่างๆ นานาที่จะประจานคนอื่น แต่พระเจ้ากลับยอมรับแต่ก็ไม่มองข้ามความบาป แต่ก็ไม่ได้กล่าวหาหรือต่อต้านจนเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตรงกันข้าม กลับให้กำลังใจ พระเจ้าต้องการให้เราได้รับการเยียวยารักษาและได้ฟื้นฟูในความสัมพันธ์กับพระเจ้า กับคนอื่นๆ พระเจ้าอยากให้เราได้เปลี่ยนแปลง กลับใจเสียใหม่จริงๆ ส่วนตัวเกษเองที่ทำบาปอยู่เสมอก็รู้ซึ้งว่าเราต้องการความรัก การยอมรับจากพระเจ้าจากคนอื่นแค่ไหน เพื่อที่เราจะยืนขึ้นใหม่ และทำตัวดีๆ อีกครั้ง แต่ในด้านที่จะยกโทษให้คนอื่นที่เค้าทำผิด หรือเมื่อเราจับได้คาหนังคาเขานี่สิ เกษยังไม่เคยได้ทำตามแบบอย่างของพระเยซู การมีชีวิตที่บริสุทธิ์ก็ยากเหลือเกินนะ แต่พระเจ้าก็ไม่ได้คิดว่าเราจะทำไม่ได้ ณ. เวลานี้เกษก็รู้สึกมั่นคงขึ้นแล้วว่าตัวเองจะไม่ทำอะไรเพราะสนใจว่าคนอื่นจะจับผิดได้ไหม หรือว่าเค้าจะตอบสนองต่อเกษอย่างไร ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์มาทันเวลาและช่วยเราได้เสมอ การที่เกษได้เงียบต่อหน้าพระเจ้าแล้วทบทวนสิ่งที่อยู่ในใจ ขอโทษ ได้รับการยกโทษ ยกโทษให้คนอื่น แล้วก็ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ ทำให้รู้ว่าอำนาจแห่งความรักของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงเราได้จริงๆ โดยที่ขจัดความกลัวของเราออกไป ขอบคุณพระเจ้าอีกครั้งที่สิ่งที่พระเจ้าทำในใจ

เอาหละ แค่นี้ก่อนหล่ะกัน ไว้ติดตามกันต่อไปครั้งหน้า
เกษ

การถูกถ่ายอวัยวะใหม่

Thursday, October 25, 2007

ยอมรับเลยนะว่า ที่ได้นั่งฟังตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ในที่ประชุมเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากที่เกษทุ่มความสนใจทั้งหมดไปยังคำสอนของคุณ Catherine เกี่ยวกับเรื่องราวลูกชายของเขาที่ชื่อ Jordan ที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2004 ซึ่งเป็นเรื่องราวที่พระเจ้าทำงานภายในชีวิตและจิตใจของเธอ กับครอบครัวมาตลอดเวลาสำหรับลูกชายผู้เป็นที่รักของเขาได้คลอดออกมา เทียบดูแล้วลูกชายคนนั้นก็อายุเท่ากับเกษเลยก็ว่าได้ และสิ่งที่เกษได้สัมผัสถึงก็คือความรักและความห่วงใยของคนเป็นแม่ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด ความยากลำบากแต่ก็อดทนกับความเจ็บปวดทั้งที่สายตายังจดจ้องอยู่กับความหวังว่าลูกชายของเขาได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และการปลูกถ่ายปอดและหัวใจของลูกชายจะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมของพระเจ้า เรื่องราวเหล่านี้เป็นพยานได้ดีเกี่ยวกับงานที่พระเจ้าทุ่มทุนทำอย่างเต็มที่เพื่อหนึ่งชีวิต แล้วไหนจะรวมถึงคำอธิษฐานของคริสเตียนที่ได้ร่วมกันอธิษฐานเผื่อชีวิตลูกชายของเขา
สิ่งที่เสียดแทงเข้ามาอย่างลึกในใจของเกษก็คือความเสียใจที่แม่คนนี้มีเมื่อต้องฝังลูกชายทั้งที่อายุของชายหนุ่มคนนี้ยังไม่ถึงยี่สิบสามด้วยซ้ำ เค้าต้องฝังลูกชายตัวเองและเสียงร่ำร้องอยู่ข้างในใจของเขาที่เจ็บปวดได้ให้ประสบการณ์แก่เค้าว่าพระเจ้าเองก็ทรงเจ็บลึกเมื่อต้องฝังลูกชายที่เป็นส่วนหนึ่งของพระองค์ในอุโมงค์เช่นกัน ลูกชายที่ถูกฝังไปนั้นก็คือพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้เข้าใจและอยู่ในความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรไปจากเราเลยแม้แต่น้อย เพราะพระองค์เผชิญกับมันด้วยตนเองก่อนแล้ว ดังนั้นพระเจ้าจึงรู้ว่าจะปลอบใจเราอย่างไร
นี่คือความคิดที่ถึงเกษว่า เกษไม่ได้เผชิญสิ่งต่างๆ เพียงลำพัง พระเจ้าพิสูจน์และทำให้เห็นแล้วว่าพระองค์ก็เจ็บไม่ต่างอะไรจากเรา เมื่อเราเจ็บ พระองค์มีความสุขยิ่งไปกว่าใครเมื่อเราเองมีความสุข พระองค์ร้องไห้หนักเมื่อเราระเริงอยู่ในความบาปแต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะรังเกียจรังงอนผลักไสไล่ส่งเราจากอ้อมกอดของพระองค์
และอีกความคิดที่เกษต้องย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เมื่อเกษได้เปลี่ยนหัวใจใหม่จากพระเยซู ซึ่งเป็นหัวใจที่พระเยซูยอมถ่ายให้เพื่อเกษจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เกษจำเป็นที่ต้องใช้ยาพิเศษเพื่อรักษาสภาพหัวใจและปรับให้มีการประสานกันอย่างกลมกลืนกับร่างกายของเกษ ซึ่งนั่นก็คือพระคำของพระเจ้า เป็นพระคำที่เราใช้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหรือการอักเสบ และขจัดสิ่งต่างๆ ที่จะทำลายหัวใจใหม่ เปรียบได้กับชีวิตของเราเองจะต้องมีการบำบัดและเราจะต้องปฏิเสธสิ่งที่จะทำลายอวัยวะใหม่ที่เราพึ่งได้รับการปลูกถ่ายใหม่ พระคำของพระเจ้า หรือพระคัมภีร์ก็คือยาชนิดนั้นแหละ และนี่ยิ่งทำให้เกษเฝ้าคอยการเรียนรู้กับพระเจ้าอยากลึกซึ้งมากขึ้นจากพระคัมภีร์ เป้าหมายที่จะทำโรงเรียนเรียนพระคัมภีร์ก็เร้าให้เกษกระตือรือร้นมากขึ้น ดีใจจังที่พระเจ้ายิ่งใหญ่ และเข้าใจความต้องการของเกษก่อนที่เกษเองจะรู้สึกถึงความต้องการนั้นด้วยซ้ำ และเกษเชื่อว่าในเวลาของพระองค์ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทางอย่างดี ขอบคุณพระเจ้าค่ะที่อยู่กับเกษเสมอ และไม่ยอมให้เกษต้องมานั่งเศร้า หรือรู้สึกแย่กับตัวเอง แต่พระเจ้าก้าวและใช้คนของพระองค์มาหนุนใจเกษมีกำลังขึ้นใหม่ แม้ว่าวันนี้เกษยังไม่รู้ว่าเกษจะจบวันเวลาวันนี้ด้วยความรู้สึกอย่างไรก็ตาม แต่เกษอยากให้พระเจ้าได้เข้ามาในชีวิต ในความคิดตลอดเวลา เพื่อว่าไม่ว่าเกษจะเลือกทำอะไร หรือตัดสินใจอะไร เกษจะให้คุณค่ากับพระเจ้าเหนือกว่าความต้องการของตัวเอง
"พระเจ้าคะ ขอบคุณที่พระเจ้าเฝ้าทุ่มเทและทนุถนอมชีวิตของเกษมาตลอดเวลา ขอบคุณที่พระเจ้าเลือกและเห็นคุณค่าในตัวเกษก่อนที่เกษเองจะเข้าใจถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ขอบคุณที่ในขณะที่เกษยังเป็นคนบาป พระองค์ก็เลือกที่จะตายเพื่อเกษเพราะความรักหมดใจที่พระองค์มี ขอบคุณที่พระองค์ไม่ได้หวงสิ่งดีใดๆ ไว้กับตัวเอง เพราะแม้แต่ชีวิตลูกชายคนเดียวของพระองค์ พระองค์ยังมอบใหักับเราทุกคน ขอบคุณที่สายตาของพระเจ้าจดจ้องอยู่ที่เราเสมอ ขอบคุณค่ะคุณพ่อที่รัก"

การอดทน

Thursday, October 18, 2007

สวัสดีค่ะ ไม่ค่อยได้ฝากข้อความอะไรไว้มากนัก แต่ก็ไม่โทษว่าเป็นความผิดของงานหรอกนะคะ
มันเป็นเพราะว่าเกษเองแหละที่จัดเวลาให้กับการเขียนบันทึกของตัวเองบนหน้าเวป
ช่วงนี้แม้จะยุ่งหน่อยแต่ก็พอมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง ประชุมเยอะหน่อยเหมือนกัน
แต่ก็มีผลที่ส่งทอดไปอนาคตนั่นคือการร่วมมือ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้นในทีมงาน

เวลานี้มีเรื่องให้คิดเยอะพอควร แต่ก็ไม่ได้อะไรที่ทำให้ต้องห่วงมาก พระเจ้าเปิดเผยอะไรแต่ละเรื่องนี่ทำเอาเกษอยากจะเงียบไปนานเลยอ่ะ
อย่างวันนี้พระเจ้าก็บอกว่าให้อดทนมากขึ้น จริงๆ เกษไม่ค่อยสบายนัก
อาจจะหาข้ออ้างไปนอนก็ได้ และเกือบตกหลุมความคิดตัวเองแล้วแหละ
แต่พอนมัสการและเฝ้าเดี่ยวกับทักษิณ พระเจ้าก็บอกว่าให้อดทนและทำถึงที่สุด
นั่นเลยเป็นเหตุผลให้เกษนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ในสำนักงานทั้งที่ความจริง ทานยาที่ทำให้หลับ
และต้องกลับไปนอนนะ แถมพระเจ้าให้กำลังอีกต่อหนึ่งด้วยที่จะทำงานให้เสร็จแล้วได้พักผ่อนอย่างจริงจัง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เกษยังต่อสู้กะสิ่งเดิมๆ บาปเดิมๆ หนแล้วหนเล่า ท่าทีที่เกษมีด้วยยิ่งทำให้ข้างในรู้สึกขมๆ
ระยะหลังมานี้่ไม่ค่อยได้ใช้เวลากับตัวเองมากเท่าไหร่ด้วย ยิ่่งทำให้เกษแฮงค์เยอะ อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปคงมีเวลาที่เป็นส่วนตัวและได้คิดใคร่ครวญมากขึ้น ก็ขอให้พี่น้องได้อธิษฐานเผื่อเกษด้วยนะที่จะเข้มแข็งมากขึ้น มีความเชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยให้เกษสวยสะอาดในชีวิตฝ่ายวิญญาณด้วย

ขอบคุณที่อ่านและให้ความสนับสนุนกับเกษเสมอค่ะ

แอ่วเมืองเหนือ

Saturday, September 01, 2007

วันนี้เป็นวันที่สามที่ได้พำนักอยู่แุถวเชียงใหม่ ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมาก และก็เครียดพอควรกะเรื่องชายๆ หญิงๆ รู้สึกวุ่นวายกับความรู้สึกที่ตัวเองตอบไม่ได้ว่าทำไม และไม่อยากให้ใครๆ ต่างตั้งคำถามว่าทำไมไม่แต่งงานซะที เพราะเกษไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องนี้และชีวิตของเกษมันไม่ได้หยุดแค่การมีแฟนและแต่งงาน (เครียดน่ะ ถูกถามเยอะเหลือเกิน)

แต่เกษได้รับพระพรเยอะเหมือนกันกับเรื่องต่างๆ ที่ได้ฟังวันนี้ เรื่องที่เราควรจะเป็นผู้ที่พึ่งพาพระเจ้าอยู่เสมอ บางครั้งเกษเองก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วยว่าที่ผ่านมาเกษได้ภาคภูมิใจในสิ่งที่เกษเป็น เกษมีอยู่หรือเปล่า? และนั่นทำให้เกษได้รู้ว่าเกษกำลังปล่อยมือพระเจ้าให้ห่างเหมือนกับตอนที่เรามั่นใจแล้วว่าจะอยู่กับน้ำได้ หรือเรารู้วิธีที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าโดยไม่ต้องให้ใครจูงอีกแล้ว วันนี้เป็นวันที่ท้าทายให้เกษได้เห็นว่าเราต้องเช็คสุขภาพฝ่ายความคิดและวิญญาณเราอย่างสม่ำเสมอ .. ขอบคุณพระเจ้าที่ทำงานผ่านทางผู้นำหลายท่านให้กับเรา

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคืออิสระที่มีฤทธิ์อำนาจจากข่าวประเสริฐ ซึ่งอิสระเสรีที่เราแสดงออกมาเนื่องจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเรา เกษอยากเปลี่ยนแปลง เกษอยากหันหน้าเข้าสู่ความจริงมากขึ้น พอๆ กับการที่เกษจะมั่นใจว่าเกษเอาชนะความมืดที่เกษกำลังหลงวนอยู่ได้เพราะพระเยซูเป็นผู้มีำกำลังที่สุด เกษได้เห็นวิธีการเผยพระวจนะและการที่เราจะตั้งรับและต่อสู้กับศัตรูของเราได้ นับจากวันนี้เป็นต้นไปเกษรู้ว่าพระเจ้ากำลังทำสิ่งใหม่ให้แก่เราและเกษกำลังตื่นเต้นสำหรับสิ่งเหล่านี้ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำมาเสมอ และขอบคุณพระเจ้าให้คนยืนเคียงข้างเกษเสมอแม้ว่าเกษรู้ดีไม่ได้ทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับใครเป็นพิเศษ

พระเจ้าอวยพรค่ะ

ใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัว

Monday, August 27, 2007

สวัสดีค่ะ

เป็นปกติในเวลาที่เกษมีความรู้สึกต่างๆ นานา เกษอยากที่จะระบายออกมาผ่านทางตัวอักษรเพราะหลายครั้งต่อหลายครั้งที่เกษพยายามบรรยายออกมาเป็นคำพูด แต่อวัยวะสำคัญในการออกเสียงถูกกลบด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่มันลึกเหลือเกินเลยพูดออกมาไม่ได้ . . . . . อืม ... วันนี้อารมณ์เกษยังมัวๆ อยู่นะ เกษนอนไม่ค่อยหลับมาหลายวันแล้วเหมือนมีสิ่งที่รบกวนเกษไม่รู้จบ และในขณะเดียวกันเมื่อวานนี้เกษก็กำลังเผชิญหน้ากับตัวตนอีกแบบของเกษ ในทุกครั้งเกษจะขาดความมั่นคงในตัวเอง ณ เวลาที่เกษตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งคราวนี้ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับความกลัวที่จะล้มเหลว ความท้อใจที่แทบจะไม่อยากทำอะไรอีกเพียงเพราะเกษยอมรับว่าตัดสินใจผิด และคิดถึงในส่วนตัวเยอะจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันเกษก็หวังที่จะให้มีคนยืนอยู่ข้างๆ เกษให้กำลังใจเกษ ปลอบเกษว่าไม่เป็นไร สิ่งที่เกษตัดสินใจกระทบกับความรู้สึกของคนอื่น เกษสามารถแก้ไขได้ นั่นคือสิ่งที่เกษต้องการ แต่เกษกลับต้องต่อสู้กับการถูกซ้ำเติมว่าสิ่งที่เกษเลือกนั้นผิด ไม่เหมาะสม ทำร้ายคนอื่น มันยิ่งทำให้เกษเห็นว่าตัวเองเลวเหลือเกิน (นี่เป็นเพียงความรู้สึกในเวลานั้นเท่านั้นเองนะ) เกษหวังและอยากจะเห็นตัวเองเป็นคนสร้างสันติสุข ดังนั้นเกษยอมรับได้เลยว่าสิ่งที่เกษเลือกทำผิดไปนั้น เกษรู้สึกแย่พอควรแล้ว เกษไม่อยากเห็นความผิดใจอะไรเกิดขึ้นนั่นเพราะพระเยซูให้ความสำคัญกับร่างกายของพระคริสต์มากจริงๆ และเกษเองก็อยากยึดหลักปฏิบัติข้อนี้ให้เหมือนข้อใหญ่สำหรับเกษด้วย แต่เกษคาดหวังว่าในเวลาที่เกษกำลังแย่ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครที่จะบอกกับเกษว่า ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ คิดดีๆ เกษยังมีโอกาสแก้ไขน่ะ คนที่เกษคาดหวังว่าจะทำอย่างนี้ให้กับเกษได้กลับไม่มีเลย เกษก็ผิดหวังด้วยกับเพื่อนที่เค้าจะให้กำลังใจเกษได้เมื่อเค้าไม่ได้รู้สึกตรงจุดนี้ แท้จริงแล้วเกษอ่อนแอ เกษอยากได้กำลังใจ เกษไม่อยากได้คำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป นั่นเป็นเพราะเกษรู้ว่าพระเจ้าจะให้เกษต่อสู้และเรียนรู้ไป แก้ไขในสิ่งที่เกษก่อไว้ด้วยการพึ่งในพระเจ้า เกษแทบจะร้องไห้ออกมาตั้งแต่เวลานั้นแล้วด้วยซ้ำ แต่เกษต้องทำเป็นร่าเริงไว้ เกษต้องข่มความรู้สึกเหล่านั้นไว้ ไม่ใช่เพราะเกษไม่อยากเป็นคนที่ไม่จริงใจ แต่เกษพูดเป็นคำพูดไม่ได้ หากเกษจะพูดออกมานั่นคือคำที่รังแต่จะทำให้คนอื่นเจ็บปวดไปด้วย เพราะเกษกำลังเต็มไปด้วยอารมณ์ของความหงุดหงิด ความไม่เข้าใจ และเกษไม่อยากรับรู้อะไรนอกจากอยู่คนเดียวได้คิดแบบเงียบๆ และปล่อยอารมณ์ที่มันทั้งสับสน ทั้งเดือด ทั้งรู้สึกผิดออกไปกับพระเจ้า แล้วไหนเกษต้องแบกรับงานและหน้าที่ด้วย ครั้นจะให้เกษแตกและว๊ากออกมามันก็เป็นไปไม่ได้อีก เอาเถอะนะ เกษได้สัมผัสแล้วว่าพระเจ้าอยู่เคียงข้างเกษและพระเจ้าก็ปลอบใจเกษด้วย นั่นทำให้เกษได้ผ่อนคลายลงเมื่อเกษใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าอย่างนั้น และพระเจ้าก็ท้าทายให้เกษมองด้วยความหวังว่าพระเจ้าจะให้เกษเอาชนะความรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง นี่คือการต่อสู้ที่เกษจะต้องทำ คงได้แต่อธิษฐานว่าคงมีสักคนหนึ่งที่จะฟังและปลอบใจเกษ แทนการตัดสินเกษว่าเกษเป็นอย่างไร ขอบคุณพระเจ้าที่เผยพระลักษณะของพระเจ้าให้เกษได้รู้ด้วย เพื่อว่าในอนาคตเกษจะได้เป็นอย่างนั้นให้กับคนที่ต้องการ

ผู้ใดในพวกท่านที่ขาดสติปัญญา

Tuesday, July 31, 2007

คงจะพอเข้าใจกันดีใช่ไหมคะว่าเกษเองอยู่ในช่วงที่ถูกท้าทายและสับสนนิดหน่อย แต่เกษไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ที่เปิดใจให้ฟังในเรื่องที่เกษต่อสู้เพราะแค่อยากระบายความรู้สึกออกมาและเกษอยากที่จะมีกำลังเข้มแข็งขึ้น ซึ่งวันจันทร์ตอนเย็นที่เกษได้นมัสการพระเจ้า พระเจ้าดลใจให้เกษคิดถึงข้อพระคัมภีร์ในยากอบ 1.5 ผู้ใดในพวกท่านที่ขาดสติปัญญาให้เขาทูลขอพระเจ้า เกษใคร่ครวญในข้อความนี้อีกครั้ง จึงได้เข้าใจว่า พระเจ้าสำแดงให้เกษเห็นว่าเกษต้องการสติปัญญาที่จะเรียนรู้จากพระเจ้า และมีสติปัญญาที่จะดำเนินชีวิตในเวลานี้ มีสติปัญญาที่จะอวยพรคนอื่น มีสติปัญญาที่จะฝ่าฟันสถานการณ์นี้ออกไป ทำให้เกษเปิดใจที่จะขอสติปัญญาจากพระเจ้าด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะให้และเกษทำก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจและความเชื่อ

เมื่อวานนี้เป็นอีกครั้งที่เกษได้สัมผัสถึงหัวใจของพระเยซู เมื่อพระองค์มองดูประชาชนของพระองค์ในความทุกข์ที่พวกเขาไม่มีที่พึ่ง เกษได้เข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องการความช่วยเหลือในเวลานั้นว่าเค้ารอคอยและจดจ้องที่พระเยซูด้วยความคาดหวังว่าพระเยซูผู้เดียวที่จะช่วยพวกเขาได้ และเกษเชื่อว่าพระเจ้าต้องการให้เรารู้สึกอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน และในขณะเดียวกันเกษได้มีความมั่นใจในหัวใจของพระเจ้าด้วยว่าพระองค์ทรงมองเห็นความทุกข์ระทมของเรา หัวใจของพระองค์เองก็โศกเศร้า พระองค์อยากปลอบประโลมและพระองค์วางแผนที่จะช่วยเหลืออย่างแน่นอน ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ให้กำลังกับเกษ และทำให้เกษได้รับคำหนุนใจจากทุกคนที่อ่านข้อความของเกษ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ปลอบใจเกษด้วยเช่นกัน และเกษขอพระเจ้าให้ความเชื่อและกำลังที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้อย่างเต็มที่

ด้วยรัก
เกษ

เสียงคร่ำครวญในหัวใจลึกๆ

Thursday, July 26, 2007

หน้าเวปนี้เป็นการระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในเวลานี้ ใครก็ตามที่อ่านขอให้ท่านได้อธิษฐานเผื่อความอดทนและความเชื่อของเกษที่จะมั่นคงและเข้มแข็งต่อไป และหากคุณเป็นคนที่ไม่เคยเผชิญภาวะปัญหานี้มาก่อน อยากให้ข้อความเหล่านี้เป็นตัวหนุนใจคุณ เพื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้าโอกาสที่ท่านได้เจอ จะได้คิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเผชิญหน้ากับปัญหาเดียวกันกับท่าน

ตั้งแต่กลับมายังประเทศไทย หลายครั้งเลยทีเดียวที่เกษมีความคิดที่ก่อเกิดเป็นคำถามว่าทำไมเราถึงไม่ยอมทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานรับใช้เพื่อภาวะการเงินที่จะดีขึ้น เพราะตั้งแต่กลับมา เงินสนับสนุนขาดหายไปเกือบครึ่ง และหนำซ้ำบางเดือนยังขาดไป ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็รู้คำตอบดีแก่ใจของตนเองว่าพระเจ้าเรียกเกษให้เป็นผู้รับใช้พระองค์จริงๆ เกษรู้ว่าหน้าที่ที่พระเจ้าให้กับเกษในเวลานี้นั้น เป็นเวลาที่เหมาะสมและเกษต้องยึดมั่นกับตรงนี้ให้มากที่สุด
แต่ว่าเวลานี้เกษกำลังถูกท้าทายในความเชื่ออย่างหนัก เดือนแต่เดือนเกษมีภาระที่ต้องจ่ายอย่างหนักในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่และงานประชุม การเดินทางไปยังที่ต่างๆ งานแต่งงานเพื่อนๆ และโอกาสอีกมากมาย หนำซ้ำเงินที่มีในแต่ละเดือนแทบจะไม่พอด้วยซ้ำ วันนี้เป็นวันแรกที่เกษปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ หลังจากพยายามเข้มแข็งมาตลอด พยายามที่จะเชื่อ และหวังใจต่อสิ่งที่เกษยังมองไม่เห็น แต่วันนี้เกษร้องเรียกพระเจ้า อย่างที่พระเจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่จะช่วยเกษได้ เกษไม่สามารถที่จะพึ่งพาในมนุษย์ได้เลย เพราะคนที่สนับสนุนเกษก็เจอกับปัญหาที่เหมือนกับเกษ เค้าไม่มีเงินสนับสนุน และเกษมั่นใจว่าพวกเขาทุกข์ใจไม่น้อยที่ไม่สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับผู้รับใช้พระเจ้าได้ เหมือนอย่างที่เกษเป็นตอนนี้ เกษรู้สึกตัวเองถูกจำกัดในการหยิบยื่นให้กับคนอื่น เกษรู้สึกว่าตัวเองอยากให้ แต่มีไม่พอที่จะให้ บางครั้งเกษต้องตัดใจให้เงินแก่คนที่จำเป็นมากๆ เพียงเพราะเชื่อว่าพระเจ้าจะดูแลเกษอย่างแน่นอน และพระสัญญาของพระเจ้าเป็นความจริง แต่เหตุผลที่เกษร้องไห้ เป็นเพราะเกษอ่อนแอเหลือเกิน เกษกำลังเครียดกับงานที่ทำ เกษกำลังท้อที่จะทำความดีต่อไป เกษกำลังเครียดว่าเกษไม่มีแรงกำลังพอที่จะหนุนใจคนอื่น เกษร้องไห้เพราะเกษรู้ว่าพระเจ้าคนเดียวที่จะช่วยให้เกษตั้งมั่นอยู่ในพระองค์ได้ เกษร้องไห้เพราะเกษอยากสัมผัสความหวังที่เต็มไปด้วยความเชื่อในพระเจ้า เกษอยากมีประสบการณ์กับพระเจ้า เกษอยากเห็นการงานของพระเจ้า เวลานี้เกษรับใช้พระเจ้าอย่างหนัก แต่ทุกสิ่งที่ทำไปเกษยังไม่เห็นการช่วยเหลือของพระเจ้ามาถึงเกษเลย ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ของเกษกำลังหันเกษออกจากความเชื่อ และทำให้เกษล้าที่จะทำความดี ณ. ตอนที่เฝ้าเดี่ยววันนี้ เกษรู้สึกท้อใจมากๆ เกษรับใช้ และวุ่นกับงานรับใช้ จนเกษแทบไม่มีเวลาที่จะคุยกับทางบ้าน หรือรู้เรื่องราวว่าทางบ้านเป็นอย่างไร เกษไม่มีโอกาสที่จะนั่งพักและหัวเราะเฮฮากับเพื่อนๆ เกษแทบจะไม่มีเวลาที่ตอบอีเมล์ หรือเขียนหาใครเลย แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของพระเจ้าเลย เป็นเพียงความจริงที่เกิดขึ้นกับเกษเท่านั้นเอง และเพราะค่าจ้างที่เกษได้ในการรับใช้มันช่างน้อยเหลือเกิน ถ้าเทียบกับการทุ่มกำลังกายและใจเพื่องานของพระเจ้า นี่คือสิ่งที่เล็ดรอดเข้ามาในความคิดของเกษ ดังนั้นสิ่งที่เกษอยากได้คือกำลังใจ คำอธิษฐานเผื่อ และพระเจ้าเองก็ตรัสกับเกษอย่างอ่อนโยนในวันนี้ ว่าพระองค์ทรงได้ยินเสียงร้องไห้ของเกษ เหมือนอย่างที่พระองค์ได้ยินคนอิสราเอลเรียกหาพระองค์ในครั้งที่พวกเขาเป็นทาสของชาวอียิปต์ และใน 2 โครินทร์ 12.9 เมื่อเราอ่อนแอ พระคุณของพระเจ้าจะเต็มขนาด เกษสารภาพได้เลยว่าเกษอ่อนแอมากๆ เกษท้อใจมากๆ แต่อีกด้านหนึ่งเกษได้เห็นความเข้มแข็งของพระเจ้า เกษเห็นถึงพระลักษณะของพระเจ้าที่ถ่ายทอดเข้ามาสู่เกษ ให้เกษตอบสนองต่อคนอื่นๆ ด้วยความรัก ให้เกษเป็นแสงสว่าง

ในวันนี้เกษได้แปลให้วิทยากรคนหนึ่งในราม 2 เบซ เค้าสาธิตการทำคุกกี้ ส่วนประกอบของการทำคุกกี้แต่ละอย่างให้รสชาดที่ไม่เหมือนกัน บางอย่างมีรสที่แย่ บางอย่างก็มีรสที่อร่อยดี แต่ที่แปลกก็คือเมื่อนำส่วนประกอบทุกส่วนมาผสมกันแล้ว ผ่านการอบด้วยอุณภูมิและเวลาที่เหมาะสม เราก็จะได้คุกกี้ที่มีรสชาดอร่อย ส่วนประกอบต่างๆ เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของเราต่างๆ นานา บ้างก็ดีและไม่ดี แต่เมื่อเราผ่านขบวนการทุกอย่าง พระเจ้าผู้ที่ได้ทำขนมนี้จะให้ผลในชีวิตของเราออกมาดีที่เต็มไปด้วยความเพียบพร้อม น่ารัก ฯลฯ ซึ่งเกษรู้สึกได้เลยว่าพระเจ้ากำลังปลอบใจเกษ เพราะเกษรู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับภาวะที่ยากลำบาก และพระเจ้าอยากปลอบโยนเกษ เพื่อที่เกษจะได้มีโอกาสปลอบโยนคนอื่นๆ อย่างที่เกษเองได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้า และเกษได้เห็นตัวอย่างจากพี่ไก่ คนที่เพิ่งแต่งงานไปด้วย ดังนั้นข้อความนี้ก็เปรียบเสมือนตัวแทนของเกษที่อยากให้เพื่อนๆ แต่ละคนอ่านแล้วกลับไปคิดว่ามีอะไรบ้างที่เกษได้ช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้น เกษเปิดใจอย่างหมดเปลือกเพราะเกษรู้ดีว่ามีจำนวนคนไม่น้อยที่อาจจะคิดเหมือนอย่างที่เกษคิด หรือบางทีอนาคตข้างหน้าอาจมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้น แต่อยากหนุนใจว่าอย่าท้อ ไม่ว่าจะไม่มีเงิน ไม่มีใคร หรือยังขาดความเชื่อในฝ่ายวิญญาณ "ผู้ที่ยอมรับว่าตนบกพร่องฝ่ายวิญญาณก็เป็นสุข เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา ผู้ที่เศร้าโศกจะเป็นสุขเพราะว่าพระเจ้าจะปลอบประโลมเขา" มัทธิว 5.5-6

ขอให้พระเจ้าได้รับพระสิริไม่ว่าเกษกำลังอยู่ในสถาการณ์ไหนก็ตาม

ด้วยรัก
เกษ

หนังโดนใจในรอบปี

Monday, July 02, 2007


อันนี้เรียกได้เลยอ่ะนะว่าเป็นหนังสุดโปรด ใครไม่ชอบก็ช่างเหอะ เอี๊ยนขอแค่ว่าจะหลับหูหลับตาเถียงว่าจะชอบมันนี่แหละ เพราะด้วยความเคยชินสมัยเด็กๆ ด้วยมั๊งที่พ่อเกษมักจะเปิดให้ดูการ์ตูนพวกเรนเจอร์อะไรทำนองนั้น แต่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การจินตนาการที่ล้ำมนุษย์หรอกนะ แต่ให้ข้อคิดและแฝงไปด้วยปรัชญาชีวิตตามแบบพระคัมภีร์ด้วย เกษมักจะเป็นปลื้มกับคำพูดที่เป็นกุญแจสำคัญของหนังและที่โดนใจหนักๆ อย่างที่บอกว่า "หากต้องเสียชีวิต ก็จะยอมเสียชีวิตตัวเองเพียงชีวิตเพื่อปกป้องคนทั้งโลก" และ "ถ้าไม่มีการเสียสละแล้ว ก็ไม่มีชัยชนะแน่นอน" หนังน่ารัก และออกแนวชวนขำ ที่เกษประทับใจอีกอย่างก็คือหุ่นพิทักษ์ด้วย นั่นก็หมายถึงพระเจ้าให้ทูตสวรรค์ของพระเจ้าอยู่กับเราเพื่อพิทักษ์รักษาเรา เห็นความผูกพันและความรักที่มีให้ต่อกันก็ยิ่งประทับใจ โอ๊ย ชอบหนังเป็นที่สุดเลย

ความอัปลักษณ์ของตัวเราเอง

Tuesday, June 05, 2007

ไม่ได้กลายมาเป็นเรื่องใหม่เลยสักนิดเดียว กับการที่จะมองเห็นความอัปลักษณ์ของตัวเอง หลายครั้งต่อหลายครั้งที่รู้สึกถึงการท้าทายให้หันมาเผชิญหน้ากับความน่ารังเกียจในตัวตนของเกษเอง และการเผชิญหน้านั้นไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ว่านี่คือตัวตนของฉัน แต่เป็นการเผชิญหน้าในชนิดที่ว่า ลงมือจัดการขจัดความน่ารังเกียจนั้นออกไป ... ในแต่ละครั้งที่อ่านพระคัมภีร์ ก็นะเจอกับหลายบทที่พระเยซูเตือนไม่ให้เป็นอย่างนั้น หรือให้เป็นอีกอย่างหนึ่งในทางพระองค์ และแน่นอนว่าที่ไหนมีการเตือนไม่ให้เป็น เกษค้นพบว่านั่นแหละ ตัวฉันเต็มๆ เลย และที่ไหนก็ตามที่พระเยซูแนะนำให้เป็น เกษกลับเห็นว่าตัวเองกำลังทำให้สิ่งตรงกันข้าม และมันก่อตัวขึ้นเป็นความอัปลักษณ์ของการดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียน (หรืออย่างพระเยซูนั่นแหละ) ดังนั้นในการเผชิญหน้าครั้งนี้ เกษรู้ว่า เกษไม่ได้เป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะใจที่แข็งกระด้างของเกษ เกษมีหู แต่ไม่มีไว้เพื่อจะฟังในสิ่งที่พระองค์กำลังพูด และเกษกำลังเป็นเหมือนพี่ชายของบุตรน้อยหลงหาย ที่มีอารมณ์ขุ่นเคืองและคิดว่าตัวเองทำดีเสมอมา แต่พระเจ้ากลับไม่เห็นความดีนั้น แล้วไปยกย่องสรรเสริญกับลูกชั่วที่ทำร้ายหัวใจของพระองค์เมื่อเขากลับมา นั่นก็จริงแหละที่ผ่านมาเกษไม่ได้เห็นหัวใจของพระเจ้าสักนิดเดียว ความเมตตาที่พระเจ้ามีต่อคนของพระองค์ช่างมากมายเกินว่าจะนับได้ และพระองค์ประสงค์ให้ลูกที่รักของพระองค์บริบูรณ์ด้วยความเมตตาต่อผู้ต้องการความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาเกษเป็นคริสเตียนที่ตักตวงเพื่อตนเอง ขุนตัวเองให้อ้วนพีด้วยของดีที่พระเจ้าให้ น้อยครั้งเหลือเกินที่จะหยิบยื่นสิ่งอื่นๆ ให้กับคนรอบข้าง แม้แต่ท่าทีภายในจิตใจเกษด้วยเหมือนกัน รู้สึกขุ่นเคือง และมีอารมณ์ที่ไม่ปกติทุกครั้งเมื่อถูกท้าทายให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ หรือไม่อยากมีส่วน พระเจ้าหันมาหาเกษด้วยความรักอีกครั้ง ถามเกษว่า ที่เกษทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร เกษต้องการไขว่คว้าชื่อเสียง ความหลากสามารถของตัวเองไปเพื่ออะไร เพื่อความมั่งมีในการสรรเสริญสำหรับตัวเกษเองอย่างนั้นเหรอ? วันนี้เกษต้องกลับใจอีกครั้งและสารภาพกับพระเจ้าว่าทุกสิ่งที่เกษมี เกษเป็น เกษทำได้ ก็ทำเพื่อพระพักตร์ของพระเจ้าเถอะนะ ไม่จำเป็นที่ต้องมีมนุษย์คนไหนยกย่องเกษ ไม่จำเป็นต้องมีใครที่ปรารถนาให้เกษช่วยเหลือเขา เพื่อให้เกษรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ แต่ทั้งหมดนี้ให้เกษทำด้วยใจที่อยากให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่รู้จัก ... แท้จริงแล้วเกษรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดคลานในความเชื่อ เกษมีความเชื่อน้อยเหลือเกิน เกษมีความรักก็น้อยเหลือเกิน เพราะความรักที่เกษมีไม่สามารถที่จะสวมทับสิ่งที่เกษกำลังกลัว หรือไม่กล้าเผชิญหน้าได้ เกษยังมีความอายที่จะเอ่ยถึงพระนามของพระเยซูกับครอบครัวของเกษ เกษยังมีความอายที่จะอธิษฐานเผื่อครอบครัวของเกษต่อหน้าต่อตาพ่อกับแม่ เกษยังมีความอายที่จะท้าทายให้แม่ของเกษเชื่อในพระเจ้า เชื่อว่าพระเจ้าจะมีทางออกให้ เชื่อที่ว่าพระเจ้าจะเร่งวันเร่งคืนให้การกลับมาของพระองค์เร็วขึ้น และเกษยังไม่สามารถยอมรับเด็กสักคนหนึ่งในพระนามของพระเยซูได้ .. พูดๆ มาเนี่ย ความอดสูในสิ่งที่เกษยึดถือไว้ก็มีเยอะเหลือเกิน แต่พระเจ้าก็ยังคงรักและอดทนกับเกษ พร้อมๆ กับให้โอกาสที่เกษจะกลับตัวกลับใจใหม่อย่างจริงจัง แม้ว่าวันนี้เกษได้รับการเปิดเผยแบบนี้ เกษไม่รู้ว่าเกษจะสามารถก้าวต่อไปในความเชื่อที่จะขจัดความอัปลักษณ์ออกไปได้มากแค่ไหน แต่เกษรู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ พระเจ้าสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ให้เกษ เพื่อเกษได้

"พระเจ้าขา อีกครั้งนึงคะที่เกษต้องขอโทษ และขอกลับใจใหม่จากสิ่งที่เกษได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ส่วนตัวที่เกษเห็นแก่ตัว และไม่ยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงขับน้ำให้ไหลทะลักออกจากหินได้ พระองค์เจ้าข้า ใจของลูกก็มีหลายแห่งที่ยังเป็นหินแข็ง ใจของลูกยังคงแข็งกระด้าง ขอแม่น้ำแห่งชีวิตที่ธำรงอยู่ของพระองค์ที่อยู่ในลูกจะไหลกร่อนเอาความแข็งกระด้างนั้นออกไปในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า และขอพระองค์ช่วยลูก เจิมปากของลูกให้กล้าหาญในการประกาศเรื่องราวของพระเยซู บอกเล่าสู่คนอื่นๆ ถึงสิ่งที่พระองค์ทำในชีวิตลูกและหนทางที่จะไปสู่พระบิดาผ่านทางพระเยซูนั้น พระเจ้าคะ วันคืนของพระองค์กำลังเร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขอพระองค์สำแดงให้ใจที่เปิดรับและหูที่พร้อมจะฟังของลูกให้ได้ยิน ได้เห็น และเข้าใจมากยิ่งขึ้น พระเจ้าคะ ได้โปรดนำหน้าลูกทุกย่างก้าว และขอขอบพระคุณพระเจ้าในความสัตย์ซื่อของพระองค์ ในความมั่นคงของพระองค์ รักพระองค์ค่ะ อาเมน"

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใส่อะไรเป็นหัวข้อเรื่อง

Friday, June 01, 2007

จริงๆ ก็แค่อยากจะระบายความรู้สึกออกมาให้มันเป็นภาษาที่ตัวเองคุ้นเคยอ่ะนะ หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างก็เกิดขึ้นกับเกษ งานเยอะ ภาวะที่ท้าทายให้เกษถ่อมใจก็มีเข้ามาเหมือนสายน้ำไหลที่บางครั้งมันก็คงที่ แต่บางทีกระแสน้ำก็ไหลแรงเพราะตัวแปรในด้านอื่นๆ ทำให้ความถ่อมใจของเกษถูกทดสอบเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า เอาเหอะ จะบอกว่าหน้าตาอย่างงี้แหละที่หลุดความเย่อหยิ่งออกมาสวัสดีกะชาวบ้านเค้าอย่างน่าหมั่นไส้ แต่นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกษได้มองตัวเอง สำรวจตัวเอง และถ่อมใจลงต่อหน้าพระเจ้าอีกครั้ง พระเจ้าก็แสนดี และพระคำที่ผ่านเข้ามาในทุกๆ เช้าช่วยเปิดตาเกษให้สว่างขึ้นทีละน้อย ยังคงตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานให้เกษเป็นคนที่จะมีปัญญาอย่างที่พระเจ้าปรารถนานั่นก็คือการสร้างบ้านอยู่บนศิลา นั่นหมายถึงความที่เกษเชื่อฟังพระคำและเอาไปปฏิบัติ ขอบคุณพระเจ้าที่สติปัญญาของพระเจ้าประกอบด้วยความรักและสันติสุข บางทีก็ขำตัวเองเหรอเกินที่นะ อยากให้วันแต่ละวันก้าวผ่านไปได้ด้วยดี แต่เอาเข้าจริง อารมณ์ตั้งเค้าความโมโหให้ปวดหัวเล่น จนต้องรีบเข้ามาหาพระเจ้าและขอให้พระองค์ช่วยนำให้ผ่านวันนั้นไปได้ที ประมาณว่า พระเจ้าขานู๋จะระเบิด ทำงานต่อไม่ได้ และไม่เข้าใจตัวเองด้วยเหมือนกัน

เรื่องงานก็ไม่หนักมากนัก ส่วนเรื่องครอบครัวก็ยังคงพึ่งอยู่ในความเชื่อ ที่สักวันหนึ่งคุณพ่อและคุณแม่ คุณน้องๆ พี่ๆ จะเห็นความจริงของพระเจ้า จะอธิษฐานตามอย่างที่พระเยซูนำ และรอคอยด้วยความเชื่อต่อไปจริงๆ

คืนสู่เหย้าแล้วเจ้า

Thursday, April 12, 2007

อ่ะนะ ก็แค่อยากประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าข้าพเจ้าได้มาอยู่บนแผ่นไทยให้เป็นเรื่องเป็นราวกะชาวบ้านเค้าแล้วดิ ตอนนี้ก็สับสนกับเวลาหน่อยๆ นอนๆ กินๆ ทำงานๆ เล่นๆ ไป ยังไม่ได้เต้นให้เป็นบ้าเป็นหลังเหมือนตอนที่อยู่ในโรงเรียน แต่ก็นะ คิดถึงการเต้นขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วจิ คงจะได้ฝากข้อความให้ชวนปวดหมองเล่นๆ บ่อยขึ้นแหละ ทำไมน่ะเหรอ? ก็นู๋เกษกลับมาแล้วไง ได้ใช้ภาษาไทย กินอาหารไทยและป่วนแบบไทยๆ (ที่ออกจะน่ารัก แหงะ) เอาเหอะ อัพไว้ให้แค่นี้ก่อนหล่ะกัน ไว้ว่ากันใหม่โอกาสหน้าเจ้าค่ะ บาย

ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่า

Saturday, January 13, 2007



กลับมาอัพเดทล็อคไทยของตัวเองอีกครั้งนึงหละ แน่นอนเลยว่าเกษกำลังอยู่ในหลายอารมณ์ เนาะไม่อยากใช้ข้ออ้างของความเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์ขึ้นอารมณ์ลง แต่นี่ก็เป็นอีกช่วงเวลานึงที่ความคิดกำลังเล่นงานความรู้สึก ก่อให้เกิดอารมณ์หลายรูปแบบ ใครที่แวะเวียนหลงเข้ามาอ่านก็ให้รู้ไว้หน่อยเถอะนะ ไอ้เกษแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว ตอนนี้เรียนหนักเป็นว่าเล่น ใช้ภาษาอังกฤษยังกับเจ้าของภาษา (คือมันจำเป็น) แต่ไม่ใช่ว่าจะป้อเก่งหรืออย่างไร เพียงแต่ว่าจะต้องพยายามเอาชีวิตให้รอดไป ณ วันต่อวัน เทรอมการเรียนเคี่ยวสุดๆ ก็เรียนยังกะนักวิทย์มาเองซะงั้น ถึงจะเก็ทอีกทีนึงว่าทำไมเกษถึงเลือกเรียนสายวิทย์ตอนม.ปลาย เพราะว่าชอบไอ้พวกแปลกๆ อย่างนี้นี่เอง ตอนนี้ก็เรียนสนุก แต่ที่จะต้องสอบกับนำเสนองานนี่สิไม่หนุกด้วย ทำใจหนักเลยเพราะอังกฤษเรามีไว้ใช้อย่างประหยัด มันหายากน่ะต้องเข้าใจ แต่ก็มั่นใจนะว่าคงจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เหตุผลหรือ ก็พระเจ้าเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ และเป็นคนทำให้เกษอยู่ที่นี่ได้ไง ดังนั้นพระเจ้าก็คงไม่ตัดหางปล่อยทิ้งไว้ในมอนเทน่าหรอก ว่าป่ะ? อืมนอกเหนือจากภาคทฤษฎีที่ต้องเรียนแล้ว ลองมาวิเคราะห์ภาคปฏิบัติหน่อยหละ่กัน อาทิตย์หน้าก็จะนักเต้นที่จะเป็นครูสอนเข้ามา แหละกำลังมองกันอยู่ว่าใครบ้างที่จะเป็นนักเต้นในชิ้นงานของท่านผู้นี้ แน่นอนงานหนักอีกหล่ะ แต่ก็เต้นสนุกดี เว้นซะแต่อากาศหนาวได้ใจ แทบจะไม่อยากถอดเสื้อหนาวออกจากร่างเวลาเต้นเลย

ถ้าบอกว่ามีแค่นั้นแหละ มันก็เรื่องหมูตัวน้อยๆ ไปหน่อยนะ เลยต้องทำให้มันดูยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นหน่อย เราต้องหาเพลง หาข้อพระคัมภีร์ หาตีมที่จะคิดชิ้นงานเข้ามาสำหรับคาบการเรียบเรียงบทเต้น เฮ้อ ลองเป็นพวกเย้วๆ ฮิพฮอพหน่อยก็สบายไอ้เกษอ่ะดิ แต่นี่ดันมาเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อ และให้ใช้หลักการเต้นที่เรียนมาประกอบให้เป็นชิ้นงานชิ้นเอกเพื่อเอาเกรดอ่ะดิ ความยาวสามนาที หานักเต้นอีกต่างหาก (ไม่อนุญาตให้คนคิดท่าเต้นเป็นนักเต้นซะงั้น) ก็ดีได้เล่นเป็นบทคุณบอสสั่งได้ อิอิ แต่ก็คงจะมีสิ่งให้คิดเยอะขึ้น เพราะทำงานกับนักเต้นและทำความเข้าใจกับลักษณะและบุคลิกของนักเต้นแล้วนี่ ชวนให้เรียกหาที่ยาพาราได้ง่ายๆ ซะงั้น (ไม่ได้ติดยาหน่า)

มาจับจุดกันเรื่องความเชื่อในพระเจ้ามั่งเนาะ ตอนนี้ก็โอเค กำลังเหล่ๆ พระเจ้าอยู่ ประมาณว่านะ นู๋อยากใช้เวลาด้วย มันหลายอารมณ์เหลือเกินที่ทำให้พระเจ้ากลายมาเป็นสหายผู้รับฟังอารมณ์อันน่าปวดหัว แต่ก็บ้าดูหนังเกาหลีซะเป็นเรื่องเป็นราว แล้วยังนั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าอีกต่างหาก เหอๆๆ เก็ท อิน ทู อิท เออ ว่าไปแล้วเนี่ยมีเพื่อนต่างชาติมาเรียนกะเราด้วยหละ เค้าทั้งสามเป็นคนไทย รู้จักกันป่ะ? อิอิ คนไทย... คือว่าประชดน่ะ ไอ้พวกเพื่อนแสบๆ ที่นี่กลับมามองว่าเกษนะ เป็นอเมริกันชนไปซะงั้น โถ ก็คนนะมาอยู่นานแล้วจะให้เป็นไทยแท้ดั้งเดิมก็อยากหน่อยแหละ จิ้งจกมันยังเปลี่ยนสีด้วยเหตุผลของมัน ไอ้เกษพยายามมีชีวิตอยู่บนโลกก็ต้องใช้วิชาอันเดียวกัน เออว่าไปนั่น

เอาเป็นว่าแค่คร่าวๆ แล้วไว้ว่างเมื่อไรจะมาฝนแป้นให้เป็นข้อความใหม่นะ อธิษฐานเผื่อเกษหน่อยหล่ะกันที่จะไม่ท้อใจในสิ่งที่ต้องทำ เย๊

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web