ความอัปลักษณ์ของตัวเราเอง

Tuesday, June 05, 2007

ไม่ได้กลายมาเป็นเรื่องใหม่เลยสักนิดเดียว กับการที่จะมองเห็นความอัปลักษณ์ของตัวเอง หลายครั้งต่อหลายครั้งที่รู้สึกถึงการท้าทายให้หันมาเผชิญหน้ากับความน่ารังเกียจในตัวตนของเกษเอง และการเผชิญหน้านั้นไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ว่านี่คือตัวตนของฉัน แต่เป็นการเผชิญหน้าในชนิดที่ว่า ลงมือจัดการขจัดความน่ารังเกียจนั้นออกไป ... ในแต่ละครั้งที่อ่านพระคัมภีร์ ก็นะเจอกับหลายบทที่พระเยซูเตือนไม่ให้เป็นอย่างนั้น หรือให้เป็นอีกอย่างหนึ่งในทางพระองค์ และแน่นอนว่าที่ไหนมีการเตือนไม่ให้เป็น เกษค้นพบว่านั่นแหละ ตัวฉันเต็มๆ เลย และที่ไหนก็ตามที่พระเยซูแนะนำให้เป็น เกษกลับเห็นว่าตัวเองกำลังทำให้สิ่งตรงกันข้าม และมันก่อตัวขึ้นเป็นความอัปลักษณ์ของการดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียน (หรืออย่างพระเยซูนั่นแหละ) ดังนั้นในการเผชิญหน้าครั้งนี้ เกษรู้ว่า เกษไม่ได้เป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะใจที่แข็งกระด้างของเกษ เกษมีหู แต่ไม่มีไว้เพื่อจะฟังในสิ่งที่พระองค์กำลังพูด และเกษกำลังเป็นเหมือนพี่ชายของบุตรน้อยหลงหาย ที่มีอารมณ์ขุ่นเคืองและคิดว่าตัวเองทำดีเสมอมา แต่พระเจ้ากลับไม่เห็นความดีนั้น แล้วไปยกย่องสรรเสริญกับลูกชั่วที่ทำร้ายหัวใจของพระองค์เมื่อเขากลับมา นั่นก็จริงแหละที่ผ่านมาเกษไม่ได้เห็นหัวใจของพระเจ้าสักนิดเดียว ความเมตตาที่พระเจ้ามีต่อคนของพระองค์ช่างมากมายเกินว่าจะนับได้ และพระองค์ประสงค์ให้ลูกที่รักของพระองค์บริบูรณ์ด้วยความเมตตาต่อผู้ต้องการความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาเกษเป็นคริสเตียนที่ตักตวงเพื่อตนเอง ขุนตัวเองให้อ้วนพีด้วยของดีที่พระเจ้าให้ น้อยครั้งเหลือเกินที่จะหยิบยื่นสิ่งอื่นๆ ให้กับคนรอบข้าง แม้แต่ท่าทีภายในจิตใจเกษด้วยเหมือนกัน รู้สึกขุ่นเคือง และมีอารมณ์ที่ไม่ปกติทุกครั้งเมื่อถูกท้าทายให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ หรือไม่อยากมีส่วน พระเจ้าหันมาหาเกษด้วยความรักอีกครั้ง ถามเกษว่า ที่เกษทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร เกษต้องการไขว่คว้าชื่อเสียง ความหลากสามารถของตัวเองไปเพื่ออะไร เพื่อความมั่งมีในการสรรเสริญสำหรับตัวเกษเองอย่างนั้นเหรอ? วันนี้เกษต้องกลับใจอีกครั้งและสารภาพกับพระเจ้าว่าทุกสิ่งที่เกษมี เกษเป็น เกษทำได้ ก็ทำเพื่อพระพักตร์ของพระเจ้าเถอะนะ ไม่จำเป็นที่ต้องมีมนุษย์คนไหนยกย่องเกษ ไม่จำเป็นต้องมีใครที่ปรารถนาให้เกษช่วยเหลือเขา เพื่อให้เกษรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ แต่ทั้งหมดนี้ให้เกษทำด้วยใจที่อยากให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่รู้จัก ... แท้จริงแล้วเกษรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดคลานในความเชื่อ เกษมีความเชื่อน้อยเหลือเกิน เกษมีความรักก็น้อยเหลือเกิน เพราะความรักที่เกษมีไม่สามารถที่จะสวมทับสิ่งที่เกษกำลังกลัว หรือไม่กล้าเผชิญหน้าได้ เกษยังมีความอายที่จะเอ่ยถึงพระนามของพระเยซูกับครอบครัวของเกษ เกษยังมีความอายที่จะอธิษฐานเผื่อครอบครัวของเกษต่อหน้าต่อตาพ่อกับแม่ เกษยังมีความอายที่จะท้าทายให้แม่ของเกษเชื่อในพระเจ้า เชื่อว่าพระเจ้าจะมีทางออกให้ เชื่อที่ว่าพระเจ้าจะเร่งวันเร่งคืนให้การกลับมาของพระองค์เร็วขึ้น และเกษยังไม่สามารถยอมรับเด็กสักคนหนึ่งในพระนามของพระเยซูได้ .. พูดๆ มาเนี่ย ความอดสูในสิ่งที่เกษยึดถือไว้ก็มีเยอะเหลือเกิน แต่พระเจ้าก็ยังคงรักและอดทนกับเกษ พร้อมๆ กับให้โอกาสที่เกษจะกลับตัวกลับใจใหม่อย่างจริงจัง แม้ว่าวันนี้เกษได้รับการเปิดเผยแบบนี้ เกษไม่รู้ว่าเกษจะสามารถก้าวต่อไปในความเชื่อที่จะขจัดความอัปลักษณ์ออกไปได้มากแค่ไหน แต่เกษรู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ พระเจ้าสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ให้เกษ เพื่อเกษได้

"พระเจ้าขา อีกครั้งนึงคะที่เกษต้องขอโทษ และขอกลับใจใหม่จากสิ่งที่เกษได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ส่วนตัวที่เกษเห็นแก่ตัว และไม่ยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงขับน้ำให้ไหลทะลักออกจากหินได้ พระองค์เจ้าข้า ใจของลูกก็มีหลายแห่งที่ยังเป็นหินแข็ง ใจของลูกยังคงแข็งกระด้าง ขอแม่น้ำแห่งชีวิตที่ธำรงอยู่ของพระองค์ที่อยู่ในลูกจะไหลกร่อนเอาความแข็งกระด้างนั้นออกไปในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า และขอพระองค์ช่วยลูก เจิมปากของลูกให้กล้าหาญในการประกาศเรื่องราวของพระเยซู บอกเล่าสู่คนอื่นๆ ถึงสิ่งที่พระองค์ทำในชีวิตลูกและหนทางที่จะไปสู่พระบิดาผ่านทางพระเยซูนั้น พระเจ้าคะ วันคืนของพระองค์กำลังเร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขอพระองค์สำแดงให้ใจที่เปิดรับและหูที่พร้อมจะฟังของลูกให้ได้ยิน ได้เห็น และเข้าใจมากยิ่งขึ้น พระเจ้าคะ ได้โปรดนำหน้าลูกทุกย่างก้าว และขอขอบพระคุณพระเจ้าในความสัตย์ซื่อของพระองค์ ในความมั่นคงของพระองค์ รักพระองค์ค่ะ อาเมน"

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใส่อะไรเป็นหัวข้อเรื่อง

Friday, June 01, 2007

จริงๆ ก็แค่อยากจะระบายความรู้สึกออกมาให้มันเป็นภาษาที่ตัวเองคุ้นเคยอ่ะนะ หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างก็เกิดขึ้นกับเกษ งานเยอะ ภาวะที่ท้าทายให้เกษถ่อมใจก็มีเข้ามาเหมือนสายน้ำไหลที่บางครั้งมันก็คงที่ แต่บางทีกระแสน้ำก็ไหลแรงเพราะตัวแปรในด้านอื่นๆ ทำให้ความถ่อมใจของเกษถูกทดสอบเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า เอาเหอะ จะบอกว่าหน้าตาอย่างงี้แหละที่หลุดความเย่อหยิ่งออกมาสวัสดีกะชาวบ้านเค้าอย่างน่าหมั่นไส้ แต่นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกษได้มองตัวเอง สำรวจตัวเอง และถ่อมใจลงต่อหน้าพระเจ้าอีกครั้ง พระเจ้าก็แสนดี และพระคำที่ผ่านเข้ามาในทุกๆ เช้าช่วยเปิดตาเกษให้สว่างขึ้นทีละน้อย ยังคงตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานให้เกษเป็นคนที่จะมีปัญญาอย่างที่พระเจ้าปรารถนานั่นก็คือการสร้างบ้านอยู่บนศิลา นั่นหมายถึงความที่เกษเชื่อฟังพระคำและเอาไปปฏิบัติ ขอบคุณพระเจ้าที่สติปัญญาของพระเจ้าประกอบด้วยความรักและสันติสุข บางทีก็ขำตัวเองเหรอเกินที่นะ อยากให้วันแต่ละวันก้าวผ่านไปได้ด้วยดี แต่เอาเข้าจริง อารมณ์ตั้งเค้าความโมโหให้ปวดหัวเล่น จนต้องรีบเข้ามาหาพระเจ้าและขอให้พระองค์ช่วยนำให้ผ่านวันนั้นไปได้ที ประมาณว่า พระเจ้าขานู๋จะระเบิด ทำงานต่อไม่ได้ และไม่เข้าใจตัวเองด้วยเหมือนกัน

เรื่องงานก็ไม่หนักมากนัก ส่วนเรื่องครอบครัวก็ยังคงพึ่งอยู่ในความเชื่อ ที่สักวันหนึ่งคุณพ่อและคุณแม่ คุณน้องๆ พี่ๆ จะเห็นความจริงของพระเจ้า จะอธิษฐานตามอย่างที่พระเยซูนำ และรอคอยด้วยความเชื่อต่อไปจริงๆ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web