กลับมาพิมพ์ไทยอีกครั้งนึงนะคะ

Monday, December 25, 2006

ห่างหายไปจากการเขียนบล็อคซะนานเลย ก็ไม่มีแป้นไทยให้พิมพ์นี่นะ มันก็เลยค่อนข้างยากนิดนึงแหละ ชีวิตในอเมริกาเป็นอะไรที่ท้าทายแบบไม่รู้จบ เรื่องภาษาเลยมั้งที่เป็นสิ่งแรก บางทีก็ไม่มั่นใจที่จะทำอะไร ไม่มั่นใจที่จะสื่อสารหรือพูดคุยไปซะอย่างนั้น หลายครั้งที่ต้องเตือนตัวเองไม่ให้ขี้เกียจในการสื่อสาร และพระเจ้าก็เป็นแหล่งของความช่วยเหลือที่แสนดี อย่างน้อยก็เข้าใจในการสื่อสารและฝึกให้เราเป็นคนที่ตั้งใจฟังแหละ อีกเรื่องนึงถ้าไม่เรียกว่าความท้าทายแล้วจะเรียกว่าอะไร นั่นก็คือการที่ได้รู้จักตัวเอง รู้จักวิถีการเติบโตของตัวเองที่ส่งผลต่อสิ่งปัจจุบัน การที่เราตอบสนองกับหลายสิ่งหลายอ่างนั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้จักจุดอ่อน จุดด้อยหรือจุดเด่นของตัวเอง ที่ผ่านมาก็ตื่นเต้นกับตัวเองเยอะ เมื่อได้รู้จักร่างกายที่พระเจ้าสร้างให้ เมื่อได้เห็นคุณค่าของความงดงามที่พระเจ้าสร้างภายในตัวเกษเอง หลายครั้งเหลือเกินที่ต้องต่อสู้กับความคิดที่ว่าเราไม่สวย เราไม่มีความงดงาม แต่พระเจ้ามองเห็นความงดงามภายในตัวเกษและพระเจ้าให้คุณค่า การเต้นเลยกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายในแต่ละครั้งเพราะต้องทำความรู้จักตัวตนที่ลึกซึ้งภายในเพื่อให้การเต้นมีจุดยืนในตัวของมันเองได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ไปหมาดๆ เลยก็คือว่า แม้เราจะมองดูสถานการณ์และคิดว่ามันหนักเหลือเกินแต่ในเช้าวันใหม่ พระเยซูจะแบกรับเอาภาระนั้นไป บางทีการคร่ำครวญก็เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงคำ่คื่นเท่านั้น เมื่อเราพักสงบเอาแรงจากพระเจ้า ก็จะทำให้เราได้มองเห็น ได้คิดใหม่ พร้อมที่จะเผชิญกับความยากลำบากนั้น อีกคำหนุนใจนึงก็คือพระเจ้ามั่นใจในความเป็นเกษ พระองค์รู้ว่าสิ่งที่พระองค์ให้นั้นจะไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไปกับเกษพระเจ้ามองเห็นศักยภาพ และพระเจ้าให้เราเกษเองได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเกษเสมอ อะไรที่มันเกินกำลังของเกษพระเจ้าก็จะทำให้ เพราะส่ิงนี้เองที่ทำให้เรามีชีวิตและสามารถที่จะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้อีกครั้งในแต่ละวัน พระเจ้ายิ่งใหญ่ และพระเจ้าก็ยังคงเป็นพระเจ้าเสมอไป

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าจดจำ

Sunday, September 03, 2006

วันนี้ไปโบสถ์มา .....
ทีแรกก็กังวลใจไปว่านะ เราคงไปไม่ทันโบสถ์เริ่มแน่เลย ไม่รู้เวลาที่เริ่มแน่นอน แถมติดต่อใครก็ไม่ได้ ... จนปัญญา เพื่อนมาสาย
แต่นะ เริ่มรู้ตัวอีกทีก็ต้องปล่อยวางเรื่องนี้ไว้ให้กับพระเจ้าแล้วแหละ อะไรจะเกิดขึ้นช่างมันเหอะ รู้ว่าพระเจ้าเข้าใจนะ เกษต้องการอะไร???

แต่ทุกสิ่งที่เกษต้องการก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เกษมีความสุข เกษมีความชื่นชมยินดีเป็นที่สุดในวันนี้ เพราะว่าพระเจ้าได้ทำให้เกษเห็นแล้วน่ะสิ พระเจ้าเข้าใจและสัตย์ซื่อต่อเกษแค่ไหน แม้เป็นเพียงเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ
น้อยครั้งที่เราจะสัมผัสได้ แม้แค่ความเข้าใจ หรือด้วยประสบการณ์ที่เราจะรู้สึกได้ . . . . พระเจ้าเป็นความหวังจริงๆ
เริ่มอีกครั้งหนึ่งที่จะวางใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ กับพระเจ้าค่ะ

ความเป็นไปในเวลานี้

Wednesday, August 30, 2006

โอกาสนี้คงต้องฉวยกันไว้ก่อนแหละนะ ไม่รู้เหมือนนะว่าจะมีหนทางไหนได้โพสท์ล็อคของตัวเองเป็นภาษาไทยได้อีก อีกหนึ่งอาทิตย์แล้วสินะ ที่จะไปอเมริกา เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วซะเหลือเกิน และพระเจ้าเองก็สัตย์ซื่ออย่างสุดฤทธิ์ เกษได้พร้อมทุกสิ่งที่จะเดินทางไปแล้ว คงเหลือแต่หัวใจที่จะต้องเตรียมพร้อมนั่นแหละที่จะไป

หลายครั้งที่เกษเฝ้ามองดูที่ตัวเองและเกิดคำถามมากมายกับตัวเอง เกษทำไง เกษเป็นอย่างไร เกษเป็นใคร ทำอย่างไรที่จะเรียกได้ว่าเกษสนุกกับความเป็นตัวของเกษเองได้ จนตอนนี้ยังคงต้องค้นหาไปอย่างนั้นเรื่อยๆ เพราะพระเจ้ายังคงเปิดเผยและยังทำงานในเกษอยู่อย่างต่อเนื่อง

ยิ่งรู้และเข้าใจถึงความรักที่พระเจ้ามีให้ต่อเราก่อนก็จะทำให้เรากล้าที่จะรักและวางใจพระองค์มากขึ้น พระองค์ทุ่มเทให้เรามากขนาดไหน นั่นจะยิ่งทำให้เราวางใจและกล้าที่จะทุ่มเทให้กับพระองค์เช่นกัน ... เห็นช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงสู่สภาพที่สมบูรณ์และดีขึ้น ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ พระเจ้าทำงานดีเหลือเกิน และขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยว่าพระเจ้าจะทำงานในเค้าได้อย่างไร เมื่อคนหนึ่งคนถ่อมใจลงที่จะเรียนรู้ขนาดไหน เกษยังไม่ได้เข้าสู่จุดนั้นอย่างเต็มที่ แต่ก็นะ มีบ้างที่ล้มลุกคลุกคลาน แต่ในใจรู้ว่าพระเจ้าประทานความเชื่อ ความรัก และพระเมตตา พระคุณของพระเจ้านั่นเองที่ทำให้เกษยังคงหายใจอยู่ได้ แม้จะเป็นคนบาป คนที่ชั่วอย่างไรก็ตาม โลหิตของพระคริสต์จะเปลี่ยนให้เกษเป็นคนใหม่ได้อย่างแน่นอน ... นี่คือความเชื่อมั่น ที่จะก้าวไปสู่อีกฤดูกาลของชีวิต

ความอัศจรรย์ของการมีชีวิต

Wednesday, April 12, 2006

หวัดดีจ๊ะ มีอะไรหลายๆ อย่างในบทแห่งชีวิตที่อยากขีดเขียนขึ้นมาสุดฤทธิ์แล้วสิ ตอนนี้นะกลับมาที่พักด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่าง ทั้งความเหนื่อย ความหิวกระหายในพระเจ้า ความต้องการที่จะได้รับปลดปล่อย ความต้องการที่จะชนะในสิ่งที่ใจตัวเองรู้สึกว่าหมดแรงจะสู้แล้ว แต่ก็นะ พระเจ้าแสนยิ่งใหญ่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง 2 วันมานี้ ขณะที่มีการเรียนการสอนจากคุณมาร์ก และเดน บราวน์เมน ก็เป็นการท้าทายในชีวิตที่หันสายตาของเกษให้เลิกมองที่ตัวเอง คนอื่น สถานการณ์และความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่มามองที่พระเจ้า และเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าชีวิตที่โลดแล่นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าหนังสือที่พระเจ้ากำลังเขียนขึ้นอย่างบรรจงเพื่อปรากฏสู่สายตาของชาวโลกทุกคน . . . . . หลายต่อหลายครั้งที่เกษรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา ที่พระเจ้าไม่น่าจะมาใส่ใจหรือแคร์อะไร งานที่กองอยู่ตรงหน้าเยอะแยะมากมาย สิ่งที่ต้องทำ แล้วทำให้เกษไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองพระเจ้าอย่างจริงจัง สิ่งที่พระเจ้าให้ สิ่งที่พระเจ้าอวยพร สิ่งที่พระเจ้าปั้นแต่งขึ้นมาในชีวิตของเกษ


จากการออกประกาศ เกษได้รู้เลยว่าพระเจ้านำเราขนาดไหน สิ่งที่เกษได้ยินจากพระเจ้า บอกได้เลยว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ยินเสียงของพระเจ้าอย่างชัดเจนขนาดนี้ และเพิ่งพาในสิ่งที่พระเจ้าตรัส สิ่งแรกที่พระเจ้ากำลังพยายามผลักให้เกษเดินไปต่อคือการก้าวไปเพราะรู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเกษ ไม่ว่าจะมีอะไรหนักหนาขวางหน้า พระเจ้าอยู่กับเกษ พระเจ้าเป็นทุกสิ่ง เป็นเหตุของทุกสิ่ง เป็นผลของทุกสิ่งด้วย ความกลัวกำลังพยายามพรากเกษออกจากสิ่งที่พระเจ้ามีให้กับเกษ เมื่อออกไป เกษต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญกับผู้คน และเลิกที่จะเครียดเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่นๆ แต่หันกลับมาหาพระเจ้า พึ่งพระเจ้า ถ่อมใจและเพื่อให้เกิดผลดีขึ้น สารภาพออกมาจากใจเลยว่าหลายต่อหลายครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้วอยากจะโทษว่าเป็นความผิดอย่างนู้นอย่างนี้ อยากแสดงอารมณ์ออกมาจากชัดเจน ให้รู้กันไป แต่นั่นแหละค่ะ ความเย่อหยิ่งกำลังกำหนดบทบาทและอนาคตของเกษเพราะเกษอนุญาตให้เกิดขึ้น แต่ก็นะขอบคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าไม่อนุญาตให้เกิดยิ่งที่แย่ไปกว่านั้น แต่เหตุการณ์ทั้งหมดในการออกประกาศครั้งนี้เป็นอะไรที่ท้าทายที่สุดแล้ว เพราะมีศิษยาภิบาลของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำ พระเจ้าบอกให้เรานั้นปลดปล่อยคนในเรือนจำในขณะที่เรากำลังฟังเสียงและเพื่อให้รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้เราทำอะไร พระเจ้าทรงมีอะไรอยู่ในพระทัยของพระเจ้า ... และสิ่งที่สัมผัสได้คือพระเจ้ารักเค้า พระเจ้าต้องการช่วยเหลือพวกเขา และคนในหมู่บ้านของศิษยาภิบาลคนนี้ ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เกิดขึ้นเพือพระเจ้า และเพราะพระองค์เท่านั้น .. ดังนั้นนี่คือความจริงที่เกษได้รู้อีกอย่างว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อพระเจ้า ไม่ว่าอะไรที่เข้ามาในชีวิตของเรา เป็นเพราะความรักที่พระเจ้ามีให้แก่เรา พระองค์ต้องการเตรียมเราให้พร้อมผ่านทางสิ่งที่เกิดขึ้นในความชั่วคราวของโลกใบนี้ . . . . .

ครั้นกลับมาก็เจอประโยคท้าทายที่ว่า "จงกินอาหารที่อยู่ในจานเพราะพระเจ้าใส่ให้" นั่นคือสิ่งที่พระเจ้ามีให้กับเรา อะไรหล่ะเป็นสิ่งที่พระเจ้าใส่ไว้ให้ในจาน บ่อยครั้งที่เกษจะเริ่มมองหาสิ่งอื่นเมื่อตัวเองไม่สามารถต่อสู้ให้ผ่านสิ่งที่พบเจออยู่ในปัจจุบันได้ แต่แน่หล่ะ พระเจ้าไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก โดยที่เกษจะเดินหนีจากชีวิตแห่งความจริงที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่ทุกๆ วัน ณ. วันนี้เรียนรู้อีกบทพิสูจน์ว่า จะเดินกับพระเจ้าวันต่อวัน อยู่เพื่อพระสิริของพระเจ้า แก่โลกนี้ มีลมหายใจต่อไปเพื่อพระสิริของพระเจ้าอีกต่อๆ ไป ชื่นชมยินดีในงานที่พระเจ้าทำในชีวิต นั่นอาจจะเป็นที่สุดของที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น เกษมีพระเจ้าเป็นเพื่อนเสมอ เป็นความสนิทสนมกับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างสรรค์ ผู้ที่บริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง คิดอะไรอยู่เหรอตอนนี้? คำตอบก็คือว่า อยากรู้จักพระเจ้ามากๆ ขึ้น ไม่อยากมีลมหายใจในโลกใบนี้เพียงแค่รู้ว่าเป็นหน้าที่ เป็นสิ่งต้องทำ ในทางกลับกันนั้น อยากมีลมหายใจเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นที่รักของใครคนหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ชิดเสมอ ในทุกอารมณ์ ในทุกเวลา ในทุกความรู้สึกและในทุกอิริยาบถ

เอาน่ะ อยากเดินเข้าไปใกล้และสัมผัสพระเจ้าแบบลึกซึ้ง แบบแนบชิด ชนิดที่เกินกว่าจะรู้สึกได้ด้วยสัมผัสทั้งห้า แต่นะ พระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าที่จะประเมินค่า หรือจินตนาการได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามที่พระเจ้าจะนำ แต่ในวันนี้อยากบอกกับพระเจ้าด้วยสุดใจว่า อยากรักพระเจ้ามากๆ ดังนั้นอยากเข้าใกล้พระเจ้า อยากเข้าใจถึงความรักที่พระเจ้ามีให้ต่อเกษ เพื่อที่เกษจะตอบรับรักนั้นด้วยการรักพระองค์ตอบ และพระเจ้าทุ่มเทในการนำเกษให้เข้ามาสู่น้ำพระทัยของพระเจ้าก่อน ก่อนหน้าที่เกษจะพยายามค้นหาว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อเกษคืออะไร นะ . . . . . พระเจ้าทรงทุ่มเทให้กับเกษมากยิ่งกว่าที่เกษจะเข้าใจได้ มากยิ่งกว่าที่เกษจะรู้ได้ แต่เวลาที่มีอยู่บนโลกนี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าที่เกษจะใช้เวลาทั้งหมดในการเรียนรู้. . . . . . .

นี่แหละก้าวหนึ่งของชีวิต ที่รู้สึกประทับใจในการทรงนำของพระเจ้า และนะ ตอนนี้อายุแค่ 24 เองยังไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าพระเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ตื่นเต้นที่ในแต่ละวันมีสิ่งที่พระเจ้าจะให้อยู่แล้ว วันนี้อาจจะเป็นเพียงวันธรรมดา แต่ก็เป็นวันที่เกษอยากตะโกนดังๆ ว่า "ยังคงเป็นวันแห่งความรักที่พระเจ้าทอดสายตามองเกษอยู่เสมอ" เย๊ .. . . รักพระเจ้ามากที่สุดเลย คนที่ยิ่งใหญ่รักเรา และอยากอยู่กับเรา อยากใช้เวลากับเรา อยากเดินไปเคียงข้างกะเราเสมอ ... ยอดเยี่ยมไปเลย เย๊ . . . . . . . ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ขอบคุณพระองค์จริงๆ ที่ดีกับเกษขนาดนั้น เยี่ยมไปเลยค่ะพระเจ้า รักพระเจ้าที่สุดเลย รักพระเจ้าเพราะพระเจ้าทำให้เกษได้มีครอบครัวที่ดี พ่อ แม่ พี่ และน้องๆ ที่อยู่รอบข้างเกษ เป็นเพื่อน เป็นที่พึ่งพิง เป็นกำลังใจ และเป็นแหล่งบ่มความรักให้กับเกษ เพื่อนๆ รอบข้าง ชีวิตทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เกษรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วที่ลืมตาอ้าปากและหายใจอยู่บนโลกนี้ในแต่ละวัน เพราะว่าเกษได้พระพรจากพระเจ้า เกษได้เป็นพระพรของพระเจ้า และเป็นทุกสิ่งที่พระเจ้านำเข้ามา ซึ้งใจจริงๆ กับสิ่งที่พระเจ้าทำ .. . . .. .. ... Praise God for he is good all the time. His love endures forever!

คำตรัสของพระเจ้า

Wednesday, March 01, 2006

จริงๆ แล้วรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่พระเจ้าทำงานภายในชีวิตของเกษมากกว่า ตอนนี้ก็เหมือนหลายๆ อย่างกำลังเข้าสู่ภาวะของการเรียนรู้และเติบโต มีหลายสิ่งที่ทำให้เกษต้องกล้าที่จะก้าวออกจากจุดที่เรียกได้ว่ารู้สึกปลอดภัยและสบาย มาสู่ความมั่นคงและประสานสิ่งเหล่านี้เข้ากับการพึ่งพาในพระเจ้า ที่ผ่านมาในการออกประกาศ เห็นได้ชัดว่าต้องพึ่งพาพระเจ้าในทุกๆ ส่วน เพราะการนำทีมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรวมให้พระเจ้าเป็นผู้นำและไหลสิ่งที่สำคัญที่พระเจ้าปรารถนาให้เกิดขึ้นในทุกคนที่ร่วมทีม แม้ครั้งนี้เกษเห็นความสำเร็จที่นำทุกคนให้เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น โดยสถานการณ์ที่พระเจ้ากำหนดขึ้นและหลายๆ สิ่งที่เป็นไปในตัวของมันเอง ก็ณ. ขอบพระคุณพระเจ้ามากยิ่งกว่าเดิมที่สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อประสบการณ์การเรียนรู้อย่างยิ่งใหญ่ และโดยพื้นฐานทั้งสิ้นนั้นคือเกษจะต้องพึ่งในคำอธิษฐานและเน้นหนักในการมองอย่างที่พระเจ้ามอง มุมมองที่พระเจ้าเห็นและพัฒนาสิ่งเหล่านั้นให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ที่เกษกลับมาเรียนเกี่ยวกับการฟังเสียงของพระเจ้า สิ่งที่ทุกคนได้ฟังพระเจ้าและแบ่งปันให้กับเกษมีความหมายมากๆ เกษสัมผัสถึงการทรงตรัสของพระเจ้าที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง แม้ว่าที่ผ่านมาเกษใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าและรู้ว่าพระเจ้าพยายามสร้างภาพและความเข้าใจให้กับตัวเกษเองเกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่เกษจะก้าวไปสู่มากขึ้น คือการมีฐานะเหมือนยอห์น แบ๊บติ๊ส บำเหน็จและความเชื่อ เกษรู้สึกพระเจ้าเรียกตัวเองให้เป็นคนเตรียมทางเพื่อที่จะมีสิ่งยิ่งใหญ่ออกมา เหมือนอย่างที่ยอห์นเตรียมทางให้เพื่อที่คนที่ยิ่งใหญ่อย่างพระเยซูจะเสด็จมา เกษต้องเป็นกระบอกเสียง เป็นพยานให้ถึงสิ่งเหล่านั้น เป็นความสว่างที่ส่องตราบเท่าที่ชีวิตของตัวเองมีอยู่ เหมือนอย่างยอห์น ในวันนี้ภาพฉากสุดท้ายที่อาจารย์อธิษฐานเผื่อเกษก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ประกอบทุกส่วนเข้ากันอย่างสมบูรณ์ เกษต้องยอมให้พระเจ้าใช้ แม้เป็นส่วนเล็กน้อยของอาณาจักรของพระเจ้า แต่พระเจ้าระลึกถึงเกษเสมอ อาจจะดูไม่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่นะ อย่างน้อยเกษก็เป็นผลที่พระเจ้าทรงลิดและให้ติดสนิทกับพระเจ้ายิ่งไปกว่านั้น พระเจ้าใช้มิตรภาพ รอยยิ้มและใบหน้าที่เป็นมิตรที่ดีเพื่อเปิดทางนำคนไกลหรือคนที่ไม่เชื่อให้มาสู่สถานภาพการเป็นคริสเตียน การให้การต้อนรับ และการเปิดเผยสัมพันธไมตรี เป็นหน้าที่ของเกษที่จะส่องสว่างให้แก่คนรอบข้าง แต่เกษไม่ได้เป็นผู้เก็บเกี่ยว เกษเป็นเพียงผู้เปิดเส้นทางเท่านั้น เกษจะเข้าไปก่อนหน้าผู้เก็บเกี่ยว ยิ่งทำให้เกษเห็นตัวอย่างในหลายๆ ด้านที่เกิดขึ้นกับเกษ ดูเหมือนพระเจ้านำเกษให้เข้าไปในสถานที่มีคนต้องการ แล้วเกษจะเป็นใบเบิกทางที่ทำให้คนอื่นที่มีความพร้อมและเหมาะสมจริงๆ ในการทำหน้าที่เหล่านั้นเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ตอนนี้เกษเริ่มเห็นแล้วว่าความสัมพันธ์ที่เกษมีกับพี่อิ๊ดและคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่เกษก็ลุ้นว่าเค้าจะรับเชื่อ แต่เอาไปเอามาไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่เกษต้องยอมให้เป็นการเก็บเกี่ยวของคนอื่นๆ ก็นะขอบคุณพระเจ้าที่สำแดงสิ่งเหล่านี้ให้กับเกษ หน้าที่ของเกษเป็นการดำเนินชีวิตที่มีชีวิตชีวาและเป็นความสว่างต่อคนอื่นๆ เป็นพยาน ..... ก็ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ที่ความสัตย์ซื่อของพระเจ้า และเปิดเผยให้เกษเห็นชัดเจนมากขึ้น ทีละนิด ทีละนิด ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ขอบคุณพระเจ้าเป็นที่สุดค่ะ

พระบิดาเจ้าคะ ที่คือคำอธิษฐานของลูก ลูกขอมอบทุกสิ่งที่จะมีส่วนใช้ในพระราชกิจของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเต้น การมีชีวิตชีวา ความชื่นชมยินดี และเป็นคนนำคนอื่นด้วยสิ่งที่พระเจ้าให้ก็ตาม ขอมอบสิ่งนี้ให้หมดทั้งใจ ขอพระเจ้าอวยพรในทุกๆ วันที่ลูกมีชีวิตอยู่ ที่ลูกจะเป็นความสว่างแท้ และดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวัง อย่างคนมีสติปัญญาของพระเจ้า ขอพระเจ้าเพิ่มกำลังและความรู้ซึ้งในพระองค์มากยิ่งขึ้นให้กับเกษ เกษรักพระเจ้ามากที่สุดค่ะ ที่พระเจ้ายอมให้เกษได้เรียนรู้ ยอมให้เกษได้ฝึกฝน ขอพระเจ้าช่วยเกษด้วยในทุกๆ ด้านที่เกษกำลังต่อสู้ และขอให้พระหัตถ์ของพระเจ้าปกป้องอยู่เหนือชีวิตของลูกให้ถึงที่สุด พระเจ้าข้า ... ความท้อแท้ ความไม่ยอมแพ้ และสิ่งต่างๆ ที่ลูกจะเป็น ขอให้พระเจ้าช่วยนำให้เกษไปถึงที่สุด และที่สุด สุดทางที่พระเจ้าจะนำไป .... รักพระเจ้าค่ะ ขอบคุณค่ะพระเจ้า

สาวน้อยแห่งความเชื่อ

Monday, February 06, 2006

ณ วันนี้ก็ยังรู้ดีว่ายังต้องมีชีวิตอยู่ในความเชื่อ เวลานี้เองที่เกษรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหญิงสาวที่โลหิตตก ผู้ที่คาดหวังเพียงได้แตะต้องชายพระฉลองของพระเจ้า ก็จะทำให้หายดีจากสิ่งที่ต้องเผชิญและทรมานอยู่นานแสนนาน ผู้ที่ชะเง้อมองหา และใจสั่นๆ เมื่อพระเยซูเดินผ่านไป จะกล้ามั้ยที่จะยื่นมือออกไปคว้าชายผ้าพระฉลองของพระเยซู จะกล้ามั้ยที่จะเอ่ยปากเรียกพระนามของพระเจ้า เพื่อขอการช่วยเหลือด้วยความหวังใจว่าเราจะหายดี รู้ดีนะว่าพระเจ้าไม่ได้ตกอกตกใจในทุกสิ่งที่เกษเผชิญอยู่ เกษกำลังบาดเจ็บภายในจิตใจ ที่ดิ้นรนเสือกสนให้หลุดพ้นและเป็นอิสระเสรีภาพในความกังวลเหล่านี้ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อแม้เพียงในสิ่งเล็กๆ น้อย ๆ เมื่อเริ่มต้นที่จะอธิษฐานและทูลขอต่อพระเจ้า สิ่งต่างๆ พระเจ้าได้จัดวางไว้ในจิตใจให้พร้อมเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงจัดวางดาว ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ให้อยู่ในที่ของมันอย่างเหมาะเจาะเพื่อบำรุงสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมสัมพันธ์กับวงแหวนแห่งอาณาจักรของพระเจ้า เกษสัมผัสได้ถึงสิ่งดีๆ ที่พระเจ้าทำงานในจิตใจ ไม่เพียงแค่สิ่งที่มองเห็นเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วย ไม่รู้นะว่าตื่นนอนพรุ่งนี้เช้าขึ้นมาเกษจะเป็นอย่างไรต่อไป เท่าที่รู้ตอนนี้คือสู้ สู้ด้วยความรู้สึกอยากชนะ อยากหลุดพ้น และไสเอาความเจ็บปวดจากสิ่งที่ไม่จริงแท้ออกไป

สำรวจในใจของเกษอีกครั้ง จึงเข้าใจว่า มีหนามอะไรมากมายกีดขวางการเติบโตเมล็ดพันธ์ของพระเจ้า เพราะเกษมักชอบที่จะทำให้ตัวเองพอใจมากกว่าสิ่งอื่นใด .... กลายมาเป็นหนามที่ต้องถอนออกแล้วเผาไฟทิ้งซะ แน่นอน พระเจ้าเป็นผู้สำแดงและพูดกับเกษอย่างชัดเจนออกขนาดนี้ .... อะไรที่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ก็จะปล่อยให้สืบเนื่องไปเช่นนั้น ... เกษยอมทุกสิ่งกับพระเจ้าแล้วค่ะ

Diseño original por Open Media | Adaptación a Blogger por Blog and Web