หวัดดีจ๊ะ มีอะไรหลายๆ อย่างในบทแห่งชีวิตที่อยากขีดเขียนขึ้นมาสุดฤทธิ์แล้วสิ ตอนนี้นะกลับมาที่พักด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่าง ทั้งความเหนื่อย ความหิวกระหายในพระเจ้า ความต้องการที่จะได้รับปลดปล่อย ความต้องการที่จะชนะในสิ่งที่ใจตัวเองรู้สึกว่าหมดแรงจะสู้แล้ว แต่ก็นะ พระเจ้าแสนยิ่งใหญ่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง 2 วันมานี้ ขณะที่มีการเรียนการสอนจากคุณมาร์ก และเดน บราวน์เมน ก็เป็นการท้าทายในชีวิตที่หันสายตาของเกษให้เลิกมองที่ตัวเอง คนอื่น สถานการณ์และความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่มามองที่พระเจ้า และเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าชีวิตที่โลดแล่นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าหนังสือที่พระเจ้ากำลังเขียนขึ้นอย่างบรรจงเพื่อปรากฏสู่สายตาของชาวโลกทุกคน . . . . . หลายต่อหลายครั้งที่เกษรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา ที่พระเจ้าไม่น่าจะมาใส่ใจหรือแคร์อะไร งานที่กองอยู่ตรงหน้าเยอะแยะมากมาย สิ่งที่ต้องทำ แล้วทำให้เกษไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองพระเจ้าอย่างจริงจัง สิ่งที่พระเจ้าให้ สิ่งที่พระเจ้าอวยพร สิ่งที่พระเจ้าปั้นแต่งขึ้นมาในชีวิตของเกษ
จากการออกประกาศ เกษได้รู้เลยว่าพระเจ้านำเราขนาดไหน สิ่งที่เกษได้ยินจากพระเจ้า บอกได้เลยว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ยินเสียงของพระเจ้าอย่างชัดเจนขนาดนี้ และเพิ่งพาในสิ่งที่พระเจ้าตรัส สิ่งแรกที่พระเจ้ากำลังพยายามผลักให้เกษเดินไปต่อคือการก้าวไปเพราะรู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเกษ ไม่ว่าจะมีอะไรหนักหนาขวางหน้า พระเจ้าอยู่กับเกษ พระเจ้าเป็นทุกสิ่ง เป็นเหตุของทุกสิ่ง เป็นผลของทุกสิ่งด้วย ความกลัวกำลังพยายามพรากเกษออกจากสิ่งที่พระเจ้ามีให้กับเกษ เมื่อออกไป เกษต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญกับผู้คน และเลิกที่จะเครียดเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่นๆ แต่หันกลับมาหาพระเจ้า พึ่งพระเจ้า ถ่อมใจและเพื่อให้เกิดผลดีขึ้น สารภาพออกมาจากใจเลยว่าหลายต่อหลายครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้วอยากจะโทษว่าเป็นความผิดอย่างนู้นอย่างนี้ อยากแสดงอารมณ์ออกมาจากชัดเจน ให้รู้กันไป แต่นั่นแหละค่ะ ความเย่อหยิ่งกำลังกำหนดบทบาทและอนาคตของเกษเพราะเกษอนุญาตให้เกิดขึ้น แต่ก็นะขอบคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าไม่อนุญาตให้เกิดยิ่งที่แย่ไปกว่านั้น แต่เหตุการณ์ทั้งหมดในการออกประกาศครั้งนี้เป็นอะไรที่ท้าทายที่สุดแล้ว เพราะมีศิษยาภิบาลของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำ พระเจ้าบอกให้เรานั้นปลดปล่อยคนในเรือนจำในขณะที่เรากำลังฟังเสียงและเพื่อให้รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้เราทำอะไร พระเจ้าทรงมีอะไรอยู่ในพระทัยของพระเจ้า ... และสิ่งที่สัมผัสได้คือพระเจ้ารักเค้า พระเจ้าต้องการช่วยเหลือพวกเขา และคนในหมู่บ้านของศิษยาภิบาลคนนี้ ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เกิดขึ้นเพือพระเจ้า และเพราะพระองค์เท่านั้น .. ดังนั้นนี่คือความจริงที่เกษได้รู้อีกอย่างว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อพระเจ้า ไม่ว่าอะไรที่เข้ามาในชีวิตของเรา เป็นเพราะความรักที่พระเจ้ามีให้แก่เรา พระองค์ต้องการเตรียมเราให้พร้อมผ่านทางสิ่งที่เกิดขึ้นในความชั่วคราวของโลกใบนี้ . . . . .
ครั้นกลับมาก็เจอประโยคท้าทายที่ว่า "จงกินอาหารที่อยู่ในจานเพราะพระเจ้าใส่ให้" นั่นคือสิ่งที่พระเจ้ามีให้กับเรา อะไรหล่ะเป็นสิ่งที่พระเจ้าใส่ไว้ให้ในจาน บ่อยครั้งที่เกษจะเริ่มมองหาสิ่งอื่นเมื่อตัวเองไม่สามารถต่อสู้ให้ผ่านสิ่งที่พบเจออยู่ในปัจจุบันได้ แต่แน่หล่ะ พระเจ้าไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก โดยที่เกษจะเดินหนีจากชีวิตแห่งความจริงที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่ทุกๆ วัน ณ. วันนี้เรียนรู้อีกบทพิสูจน์ว่า จะเดินกับพระเจ้าวันต่อวัน อยู่เพื่อพระสิริของพระเจ้า แก่โลกนี้ มีลมหายใจต่อไปเพื่อพระสิริของพระเจ้าอีกต่อๆ ไป ชื่นชมยินดีในงานที่พระเจ้าทำในชีวิต นั่นอาจจะเป็นที่สุดของที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น เกษมีพระเจ้าเป็นเพื่อนเสมอ เป็นความสนิทสนมกับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างสรรค์ ผู้ที่บริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง คิดอะไรอยู่เหรอตอนนี้? คำตอบก็คือว่า อยากรู้จักพระเจ้ามากๆ ขึ้น ไม่อยากมีลมหายใจในโลกใบนี้เพียงแค่รู้ว่าเป็นหน้าที่ เป็นสิ่งต้องทำ ในทางกลับกันนั้น อยากมีลมหายใจเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นที่รักของใครคนหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ชิดเสมอ ในทุกอารมณ์ ในทุกเวลา ในทุกความรู้สึกและในทุกอิริยาบถ
เอาน่ะ อยากเดินเข้าไปใกล้และสัมผัสพระเจ้าแบบลึกซึ้ง แบบแนบชิด ชนิดที่เกินกว่าจะรู้สึกได้ด้วยสัมผัสทั้งห้า แต่นะ พระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าที่จะประเมินค่า หรือจินตนาการได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามที่พระเจ้าจะนำ แต่ในวันนี้อยากบอกกับพระเจ้าด้วยสุดใจว่า อยากรักพระเจ้ามากๆ ดังนั้นอยากเข้าใกล้พระเจ้า อยากเข้าใจถึงความรักที่พระเจ้ามีให้ต่อเกษ เพื่อที่เกษจะตอบรับรักนั้นด้วยการรักพระองค์ตอบ และพระเจ้าทุ่มเทในการนำเกษให้เข้ามาสู่น้ำพระทัยของพระเจ้าก่อน ก่อนหน้าที่เกษจะพยายามค้นหาว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อเกษคืออะไร นะ . . . . . พระเจ้าทรงทุ่มเทให้กับเกษมากยิ่งกว่าที่เกษจะเข้าใจได้ มากยิ่งกว่าที่เกษจะรู้ได้ แต่เวลาที่มีอยู่บนโลกนี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าที่เกษจะใช้เวลาทั้งหมดในการเรียนรู้. . . . . . .
นี่แหละก้าวหนึ่งของชีวิต ที่รู้สึกประทับใจในการทรงนำของพระเจ้า และนะ ตอนนี้อายุแค่ 24 เองยังไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าพระเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ตื่นเต้นที่ในแต่ละวันมีสิ่งที่พระเจ้าจะให้อยู่แล้ว วันนี้อาจจะเป็นเพียงวันธรรมดา แต่ก็เป็นวันที่เกษอยากตะโกนดังๆ ว่า "ยังคงเป็นวันแห่งความรักที่พระเจ้าทอดสายตามองเกษอยู่เสมอ" เย๊ .. . . รักพระเจ้ามากที่สุดเลย คนที่ยิ่งใหญ่รักเรา และอยากอยู่กับเรา อยากใช้เวลากับเรา อยากเดินไปเคียงข้างกะเราเสมอ ... ยอดเยี่ยมไปเลย เย๊ . . . . . . . ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ขอบคุณพระองค์จริงๆ ที่ดีกับเกษขนาดนั้น เยี่ยมไปเลยค่ะพระเจ้า รักพระเจ้าที่สุดเลย รักพระเจ้าเพราะพระเจ้าทำให้เกษได้มีครอบครัวที่ดี พ่อ แม่ พี่ และน้องๆ ที่อยู่รอบข้างเกษ เป็นเพื่อน เป็นที่พึ่งพิง เป็นกำลังใจ และเป็นแหล่งบ่มความรักให้กับเกษ เพื่อนๆ รอบข้าง ชีวิตทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เกษรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วที่ลืมตาอ้าปากและหายใจอยู่บนโลกนี้ในแต่ละวัน เพราะว่าเกษได้พระพรจากพระเจ้า เกษได้เป็นพระพรของพระเจ้า และเป็นทุกสิ่งที่พระเจ้านำเข้ามา ซึ้งใจจริงๆ กับสิ่งที่พระเจ้าทำ .. . . .. .. ... Praise God for he is good all the time. His love endures forever!
ความอัศจรรย์ของการมีชีวิต
Wednesday, April 12, 2006
Posted by
Gade
at
1:40 AM
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
แนะนำตัวนะคะ
เกษค่ะ เป็นสาวใต้ที่ร่อนผจญไปยังทุกที่ รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ และสนใจในด้านดนตรี การวาด การแปล และงานด้านสื่อ ทำงานให้กับสำนักงานวายแวม ซึ่งเป็นองค์การคริสเตียน เพราะพระเจ้าเรียกให้เกษเป็นผู้รับใช้ เกษอยากเห็นคนไทย ได้มีโอกาสรู้จักพระเจ้าเหมือนอย่างที่เกษได้รู้จัก และด้วยความเชื่อว่า ข่าวประเสริฐเดียวกันนี้ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเกษได้อย่างมากมาย จะเปลี่ยนชีวิตของคนทุกคนด้วย
พระเจ้าอวยพรนะคะ
พระเจ้าอวยพรนะคะ
0 comments:
Post a Comment