วันนี้อารมณ์เกินบรรยายนะเนี่ย .... หลายสิ่งหลายอย่างกำลังถ่าโถมเข้ามา และเกษก็รู้สึกตัว กับตัวเองว่า "ไม่ไหวแล้ว" เรื่องของเรื่อง คือความอดทนอันมีขีดจำกัดของไอ้เกษกำลังออกฤทธิ์กำเริบ .... ว่าไปแล้วนะ ก็ตลกดีเหมือนกัน ในเวลาหนึ่งที่เกษรู้สึกว่า เกษอดทนกับอีกคนหนึ่งไม่ได้แล้วนะ เกษไม่ไหวแล้ว แต่รู้ไหมว่าพระเจ้าสอนอะไรเกษ เอาเป็นว่าทำไปทำมา เกษต้องเป็นคนแสดงความรักและความห่วงใยออกมาก่อน เหมือนกับเกษกำลังบอกว่าพระเจ้า เกษจะพักนะ เกษอยากอยู่คนเดียว เกษเหนื่อย เกษต้องการเงียบและเข้าสู่ความคิด เกษต้องการเวลาส่วนตัวจริงๆ ณ บัดนี้ เวลานั้นมันอันตรธานหายไปไหนไม่รู้ ตามหามันไม่เจอ ต้องการนะเนี่ย แบบแทบเป็นแทบตาย แต่พระเจ้ากลับให้เกษมาใช้เวลากับคนอื่น คิดถึงคนอื่นเยอะๆ ห่วงใยคนหลายๆ คนเยอะขึ้น อย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไร? จริงๆ แล้วเกษเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นบ้าอะไร บางวันอารมณ์เกษก็พุ่งกระฉูดซะแบบรั้งไว้ไม่อยู่ บางวันก็อารมณ์ดีแสนดี แหงะ ......... มานั่งจัดการกับอารมณ์มันก็ฟังเข้าท่าอ่ะนะ ..... แต่เอาไปเอามาเกษต้องมานั่งควบคุมมันมากกว่า หรือว่าที่เกษขอพระเจ้าบอกว่าให้เกษได้ควบคุมตัวเองให้ดีขึ้น เวลานี้เกษเลยต้องเผชิญอยู่กับเรื่องแบบนี้??? นะ ... เป็นเรื่องของการยากที่จะเข้าใจ และในวันนี้เกษก็รู้สึกถึงตัวเองว่าไม่มีอะไรดีพอที่จะอวดได้ นอกจากจะอวดว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตเกษ จริงๆ นะ ........ จากเมื่อก่อนที่เป็นคนใจเย็น โกรธช้า แต่เดี๋ยวนี้นู๋เกษหลุดโหมดให้ว่อนเลยค่ะ อารมณ์ขุ่นเคืองเด๊นซ์กระจาย คำพูดแสบๆ คันหลุดมาจากปาก ทั้งๆ ที่ท่องพระคำของพระเจ้าอยู่เป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่นำมาปฏิบัติให้เป็นที่ชื่นใจแก่พระเจ้าไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ โถ น่าอนาถดีแท้ ..... ว่าแล้วก็ "ขอกลับใจใหม่อีกครั้งค่ะ" อยากเป็นคนที่คิดก่อนพูด อยากเป็นคนที่รักคนอื่นได้สุดๆ กำลัง ไม่ได้อยากให้ใครมาประทับใจหรือชื่นชมกับเราหรอก แต่อยากให้ เพื่อว่าชีวิตนี้เกิดมาทีจะได้ไม่เสียแรงที่พระเจ้าอุตส่าห์สร้างและปั้นมา .....
....มีไหม บางครั้งสุดๆ เจ็บใจกับคำพูดคนอื่น ...... ย้อนมองตัวเองทีไร ทำไมต้องว่าเราทุกทีนะ???....... แล้วตัวเราเองหละ ทำไมไปส่อแววให้เขาว่าได้ถึงขั้นนั้น??...... พอมาคิดและย้อนเห็นอดีตที่เกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งที่เป็นตัวบ่อนทำลายตัวเอง มันเจ็บว่ะ ..... เหตุผลก็แค่อยากให้คนอื่นเข้าใจว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เจ็บแค่ไหน และอยากให้เค้าอดทนกับเราต่อไปอย่างที่เราเป็นซะนี่แหละ ........... แล้วไง? ทุกคนต่างมองดูที่รองเท้าคู่ที่ตัวเองใส่..... แล้วอยากให้เพื่อนใส่รองเท้าคู่เดียวกันกับเรา เป็นไปได้ไหม? มันจะพอดีไหม สไตล์พอจะจับมือกันไปได้หรือเปล่า?? ...... นั่นแหละ มีแค่ไม่กี่คนที่พอจะถูไถใส่รองเท้าคู่เดียวกันกับเราได้ ...... แต่ก็คงไม่มีใครหรอกที่จะใส่พอดีเป๊ะ .... หากเป็นอย่างนั้น ข่าวร้ายคือว่า นางซินในตำนานก็ไม่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นเจ้าสาวของเจ้าชายหรอก ....... มีเพียงพระเจ้าคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้รู้สึกว่ารองเท้าที่เราใส่อยู่ พระเจ้าใส่ได้ร่วมกับเราเป๊ะเลย .... และไอ้ที่มันเก่าซมซ่อ พระเจ้าก็จัดซ่อมให้ซะยังกับรองเท้าแก้ว....... สายตาที่เรามองดูรองเท้าของเรา และรองเท้าของคนอื่น ต้องใช้เวลาและความเข้าใจต่อกันและกัน เพื่อที่จะเห็นอย่างเดียวกันได้ ....... และราคาค่าใช้จ่ายคือ "ความอดทน" ผิด-ถูก เรียนรู้พร้อมๆ กัน ไปด้วยกัน และแบกรับซึ่งกันและกัน (เจ็บก็ให้เจ็บด้วยกันหมดนั่นแหละ) อุอุอุ ....... ก็ดีนะที่มีพระเจ้าเป็นหลักประกันภัย ให้ความอุ่นใจ และเป็นที่ปรึกษา ลำบากใจ และเสียใจร้องไห้ มีไหล่และอกที่อบอุ่นให้พึ่งพิงตลอด ... แสนดีและน่าประทับใจ ...... เห้อ ... อยากบอกว่า "รักพระเจ้าจังเลย"
มันเกินบรรยาย ...
Monday, December 13, 2004
Posted by
Gade
at
1:09 AM
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
แนะนำตัวนะคะ
เกษค่ะ เป็นสาวใต้ที่ร่อนผจญไปยังทุกที่ รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ และสนใจในด้านดนตรี การวาด การแปล และงานด้านสื่อ ทำงานให้กับสำนักงานวายแวม ซึ่งเป็นองค์การคริสเตียน เพราะพระเจ้าเรียกให้เกษเป็นผู้รับใช้ เกษอยากเห็นคนไทย ได้มีโอกาสรู้จักพระเจ้าเหมือนอย่างที่เกษได้รู้จัก และด้วยความเชื่อว่า ข่าวประเสริฐเดียวกันนี้ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเกษได้อย่างมากมาย จะเปลี่ยนชีวิตของคนทุกคนด้วย
พระเจ้าอวยพรนะคะ
พระเจ้าอวยพรนะคะ
0 comments:
Post a Comment